ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/234714
การเมือง > ข่าวการเมือง : 1 วันที่ผ่านมา
“นายกฯ”มอบนโยบายแผนพัฒนาศก.ฉบับที่ 12
“นายกฯ”มอบนโยบายแผนพัฒนาศก.ฯ ฉบับที่ 12 รับกดดันต้องสางงานให้เสร็จระยะแรก คุยไม่โดดเดี่ยว เพราะมีรมต.-ขรก.ร่วมเดินหน้าประชารัฐ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาะความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานเปิดการประชุมและแสดงปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมประจำปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เรื่อง ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช.ร่วมงาน
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การจะทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ถือเป็นโอกาสสำคัญของชาติและคนไทยในช่วงที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศ ไปสู่ความมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ซึ่งวันนี้เรามีรถไฟขบวน 6-6-4 ไม่ต้องเอาตัวเลขไปทำอย่างอื่น ตัวเลขนี้หมายถึง 6 คือปียุทธศาสตร์ และ 6 ด้านปฏิรูปส่วน 4 คือปียุทธศาสตร์เสริม ซึ่งจะเป็นแผนระยะยาวที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เราต้องใช้โอกาสสำคัญนี้เปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีกว่าเดิม อย่าทำโอกาสให้เป็นวิกฤต เราต้องลดความเสี่ยงอนาคตให้ได้ ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน
“ทุกครั้งที่ถูกติดดอกไม้ตรงอกเสื้อ เวลาอยู่ข้างล่างไม่รู้สึกอะไร แต่พอขึ้นมายืนพูดบนเวที ผมรู้สึกเหมือนเป็นจำเลย ที่ต้องทำงานให้สำเร็จ นั่นคือปัญหาของผม แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้ผมต้องทำมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะรัฐมนตรี ข้าราชการ ช่วยกันทำ พลังประชารัฐก็เดินหน้าโดยตลอด เพียงแต่กดดันในหลายเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จในระยะแรก ขณะที่ยังบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้” นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯฉบับที่ 12 จะต้องแก้ปัญหาเดิม ของ11 แผนที่ผ่านมาซึ่งทำไม่สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาทำงานไม่เป็นเชิงรุก ไม่ทำงานต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้รัฐบาล และคสช. จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงโดยเร็ว หากทุกอย่างเรียบร้อยแผนนี้จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนต.ค.นี้ เป็นการกำหนดว่าประเทศจะเดินหน้าอย่างไรในช่วง 5 ปี และจะเห็นได้ว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากโร้ดแม็ปที่วางไว้ทั้งสิ้น ยืนยันว่าทุกอย่างยังเดินหน้าเว้นแต่บางเรื่องที่ทำไม่ได้ นั่นคือปัญหาของประเทศไทย
นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสร้างความเข้มแข็งเพราะประเทศเราต้องสร้างความเข้มแข็งให้มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันโดยขจัดอุปสรรคต่างๆ เพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งวันนี้รายได้ประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญสุด หากไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง นับวันรายได้จะน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะปัจจัยภายนอกและประเทศอื่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้นไทยจะชะลอตัวอยู่ต่อไปไม่ได้ และอย่าให้ปัญหาอื่นมาทำสิ่งที่วาดฝันไว้ในอนาคตถูกทำลาย
ยันพร้อมรับผิดชอบสิ่งที่ทำ ชี้สังคมวุ่นวายเหตุเพราะคน ลั่น ไม่เคยบังคับใคร ขอแค่ปชช.เลือกคนดีบริหารประเทศ เพื่อสังคมที่มีธรรมาภิบาล
นายกฯกล่าวว่า ทุกวันนี้ ไม่ใช่วันไหนตนไม่ได้พูดแล้วไม่ได้ทำงาน ทำทุกวัน เช้าถึงเย็น เวลาไปไหนก็ได้สั่งกลับมา ตลอดที่ผ่านมา พวกเราไม่เคยทิ้งประเทศ ไม่เคยทิ้งพวกเราสักคน รับฟังความคิดเห็นตลอดไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ตนก็รับทั้งหมด เพราะถือว่า ได้ประกาศไปแล้วว่าตนต้องรับผิดชอบ วันนี้อยากขอเพียงร่วมกับตนหน่อยว่าจะทำอย่างไร ลองคิดตามดูแล้วกัน ขณะที่คนในความหมายของสังคมไทย คนที่มันทำให้มันยุ่ง ถ้าเรียกมนุษษย์มันไม่เข้าใจ ถ้าเรียกคนมันวุ่นวายไปหมด มันอยู่ที่คน อยู่ที่คนให้มันดีก็แล้วกัน ถ้าคนดีมันก็ไม่มีความสับสนวุ่นวาย แบบหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ซึ่งตนบังคับใครไม่ได้ คนบังคับและคนที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือประชาชนทุกคน เพราะเป็นคนกำหนดวิถีทางประชาธิปไตย เป็นคนเลือกผู้แทนฯ เลือกส.ส.เลือกพรรคการเมืองเป็นรัฐบาล อยู่ที่ท่านทั้งหมด ตนบังคับเขาไม่ได้ ตนตีกรอบให้ได้ ซึ่งมันควรเป็นรัฐบาลที่แล้วทำ
นายกฯกล่าวว่า หลายประเทศที่มาก็มาชี้แจงถามว่า จะหลุดพ้นกับดักภายในกี่ปี สิ่งเหล่านี้ต้องกำหนดเวลา แต่เราเคยมีไหม ไม่มีหรอก วันนี้เราต้องมาช่วยกัน ตนไม่ได้รังเกียจนักการเมือง เพราะวันหน้านักการเมืองก็ต้องเข้ามาอีก ถ้าประชาธิปไตยไม่เอานักการเมืองมา แล้วจะเอาใคร กลไกมันเป็นอย่างนั้น ก็เตรียมตัวให้ดี ทั้งคนเลือก และคนถูกเลือก ตนได้นำ 37 วาระปฏิรูปบางส่วนมาทำแล้วบ้าง อันไหนยังทำไม่ได้มาวางไว้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้รัฐบาลหน้าทำต่อ เชื่อว่าถ้าทำแบบนี้จะไปได้หมด และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นเข็มทิศนำทาง เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่ดี เดินอย่างระมัดระวัง ประมาณตัวเอง โดยคนเป็นศูนย์กลางพัฒนา และต้องเป็นคนดีที่มีคุณธรรม มีธรรมาภิบาล รู้ดี รู้ชั่ว เพื่อสังคม องค์กร รัฐบาล ข้าราชการที่มีจริยธรรม ธรรมาภิบาล ไม่ใช่ร้องเรียนกันไปกันมาตลอด
บอกค้าขาย มะกัน-อียู ตลอด ลั่นไม่ชอบคนไทยต่างแดนที่ด่าประเทศ ประชดใครชอบก็ไปตั้งแถวต้อนรับก็ได้ ชี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถ้าหวังกลับไทย สอนสื่ออย่าผลักคนเลือกข้าง
นายกฯกล่าวว่า ถ้าเราสร้างคนดีให้มีคุณภาพ สร้างสังคมให้มีจริยธรรม สร้างประเทศให้มีธรรมาภิบาลความวุ่นวายที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เรามีความแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ จะลดลง เราจะมีที่ยืนบนเวทีโลก แต่ถ้าเรายังทะเลาะกันแบบนี้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือแม้จะทะเลาะกันด้วยเรื่องที่เป็นเรื่องก็ตามต่างชาติเขาจะรู้ไหมว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ เขาไม่รู้หรอก เขารู้แต่เรื่องความขัดแย้งเพราะสื่อทุกประเทศในโลกเป็นแบบนี้ เรื่องธรรมดาเขาจะไม่ค่อยให้ความสนใจ เพราะสื่อมีการแข่งขันในเวทีสื่อด้วยกัน ผมไม่ได้ว่าสื่อ แต่ท่านต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง อย่างอ่านข่าวในรถก่อนมาก็หงุดหงิด แต่ไม่อ่านก็ไม่ได้ ถ้าเราเชื่อทุกอย่างไม่อ่านก็โง่ แต่ถ้าเชื่อทุกอย่างก็บ้า เป็นกันแบบนี้ทุกคนต้องคิดใหม่ ไม่ว่าจะโลกโซเชียลมีเดียหรืออะไรต่าง ๆ บ้าหมดแหละ โมโหทุกทีที่เห็นอะไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแล้วมาเขียนกัน ทำให้สังคมเกิดความเกลียดชังกันไปหมด ไอ้ที่พอจะดีอยู่ได้ก็เลวกันหมด มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ เราจะผลักให้สังคมเป็นข้างใดข้างหนึ่งแบบนี้ไม่ได้ เราต้องหาตรงกลางให้เจอเราถึงจะเดินต่อไปได้ ไม่ใช่ว่าแยกคนไปทางโน้นทางนี้ เราต้องแยกคนด้วยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น จะแยกด้วยความรู้สึกไม่ได้ อยู่กันแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องร่วมมือและสามัคคีกัน ให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ทำให้ทุกอย่างเกิดความเท่าเทียม ทำให้ทุกคนเป็นคนดีคนเก่ง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไทยต้องไปถึงบนเวทีโลก สหประชาชาติ (ยูเอ็น) หลายเวที หลายพันธะสัญญาเราอยู่ในเวทีโลกเดี๋ยวประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) และคณะนักธุรกิจสหรัฐอเมริกาก็มาเข้าพบผม มา 3-4 ครั้งแล้ว แต่ทำไมเขาบอกว่าเขาไม่ค้าขายกับเรา ผมไม่เข้าใจ สหภาพยุโรป (อียู) ก็มา เขามากันทุกอาทิตย์ มาคุยเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจการลงทุน และขอรับทราบมาตรการต่าง ๆ ของเรา ทั้งนี้เขาก็เข้าใจว่าเรากำลังปรับแก้กันอยู่ แต่ติดตรงที่ว่าประชาธิปไตยที่คนพูดกันเสียหาย ผมไม่ได้บอกว่าจะไปเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยเมื่อไหร่ เพียงแต่ขอเวลาทำให้ท่านนั้นเอง ไม่ได้เลย มีแต่ขยายความขัดแย้งไปเรื่อยแล้วแบบนี้เขาจะมาลงทุนกันไหม วันนี้เขาลงทุนกันมากกว่าเดิมผมจะบอกให้ มีคนบอกว่าเขามาลงทุนน้อยลงการเจริญเติบโตน้อยลง มันใช่ไหมลองไปดูข้อเท็จจริง ไม่เคยฟังตัวเลขแต่มาบอกว่าเป็นตัวเลขปลอม ๆ จะมีไว้ทำไมข้าราชการยกเลิกให้หมด ให้ประชาชนมาบริหารกันเอง มีไหมระบบแบบนี้มีที่ไหนในโลก ทุกคนต่างเชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นระบบที่ดี ผมก็เชื่อหากเราได้คนดีเข้ามาก็ดีแน่นอน คนที่ดูแลทุกคนทั้ง 70 ล้านคน ดูทุกอาชีพ ไม่ใช่ดูคนเป็นกลุ่ม ๆ
“รัฐบาลผมดูแลทุกคนจะดีไม่ดีผมก็ดูแลเขาเพราะเป็นคนไทยนี่นา แต่หลายคนเขาก็ปฏิเสธที่จะเป็นคนไทย ไปอยู่ข้างนอก โจมตีรัฐบาลทุกวัน แล้วเขาจะกลับมาได้อย่างไรผมถามหน่อย ถ้าคนทำผิดกฎหมายแล้วหนีใครจะให้กลับ เอาล่ะผมไม่ให้กลับ ผมอยากให้ทุกคนเดินตรงกลาง ถ้ายอมรับกฎหมายก็กลับได้ไม่เป็นไร เพียงแต่ท่านต้องยอมรับ ถ้าไม่ยอมรับกฎหมายแล้วไปด่าประเทศโครม ๆ พวกท่านยอมไหม ถ้าต้องการให้เป็นแบบเดิมก็เอาสิ ผมไม่ว่าหรอก เอากลับมาให้หมด กลับมาก็ไปตั้งแถวต้อนรับก็ได้ ผมไม่เคยเกลียดใครเลย แต่จะชอบหรือไม่ชอบก็เรื่องของผม เพราะผมก็ไม่ชอบคนแบบนี้ เพราะผมเป็นทหารไง เมื่อลูกน้องทำความผิดก็ลงโทษแล้วจบ แต่ถ้าเถียงเมื่อไหร่ก็ไม่ได้ มาสู้กันในคดีหรือกระบวนการยุติธรรมก็มาสู้กัน” นายกฯกล่าว
นายกฯขอกำลังใจ ช่วยแจงการทำงานให้ต่างชาติเข้าใจ โยนร่างรธน.ผ่านไม่ผ่านขึ้นอยู่กับประชาชน ย้ำหวังประเทศปลอดภัย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอกำลังใจให้ตนเองบ้าง และช่วยกันพูดให้สังคม และต่างชาติเข้าใจ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ สิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ถ้ามัวแต่พูดว่าตนเข้ามาอย่างไร พูดอยู่แค่นี้มันก็จบแค่นี้ สิ่งที่ทำมาก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร แล้วจะทำกันไปทำไม กลับไปนอนบ้านดีกว่า
“ผมเสียเวลาพักผ่อนมาเกือบ 2 ปีแล้ว ผมควรจะได้พักผ่อนบ้างแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนี่คือบ้าน และประเทศของผม แผ่นดินนี้เป็นของผม และของทุกคน อยู่กันมาก็ต้องช่วยกันพัฒนาให้ดีขึ้น ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบที่ผมยึดมาตลอด ตั้งแต่เป็นทหาร ทุกภาคส่วนต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งหมด ไม่ใช่ตีกันไปมาจนเละไปหมด คนดีก็หมดกำลังใจในการทำงาน”นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินการโครงการทั้งระยะสั้น และระยะยาว ทางสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้กำหนดมาให้ตนดูว่าที่ตนกำหนดแผนระยะสั้นในช่วงที่ยังทำงานอยู่เป็นอย่างไร ระยะกลางในช่วง 5 ปี และระยะยาวในช่วง 20 ปี จะมีการกำหนดแผนไว้อย่างไร ซึ่งยุทธศาสตร์ชาจิก็จะสอดคล้องกันในทุกด้าน เพื่อที่รัฐบาลจะได้เดินหน้าทำต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติ อยู่ในมาตรา 65 วรรคสอง ความจริงตนไม่อยากพูด พอพูดทีไรก็จะกลับมาและโดนทุกครั้ง ซึ่งจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ไม่รู้เหมือนกันขึ้นอยู่กับทุกคน ยืนยันว่าตนไม่ได้มุ่งหวังอะไรจากพวกท่าน และไม่ได้มุ่งหวังอะไรทั้งสิ้น หวังแต่เพียงว่าประเทศชาติจะปลอดภัย ที่เหลืออยากทำอะไรก็ทำไป
รับโมโหพวกบิดเบือน ทั้งที่ทำแทบตาย ย้อนเก่งนักตอนนั้นทำไมไม่ทำ ขออย่าถามอีก ร่างรธน.ผ่าน-ไม่ผ่าน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายยืนยันว่า ทุกอย่างที่รัฐบาลทำ และให้ไปแล้ว ไม่เคยเอาคืน โดยเฉพาะบัตรทอง 30 บาท การศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 15 ปี ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่รู้จะบิดเบือนอะไรกันขนาดนั้น ตนไม่เข้าใจ พวกนี้ต้องไปเอาตัวรอดกฎหมายให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาสู้กับตน ตนไม่เข้าใจพวกที่ชอบบิดเบือน ไม่รู้เก่งกันแค่ไหน อย่างเรื่องประมงผิดกฎหมาย ปรับจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 ก็กลับมาพูดว่า ถ้านั้น ถ้านี้ ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโหกับพวกที่ชอบบิดเบือน เจ้าหน้าที่ไปทำกันแทบตาย บินไปต่างประเทศ เสียค่าใช้จ่าย ยืนยันไม่ได้ไปขอร้องอะไร แต่ไปยืนยันความตั้งใจ ทั้งปัญหาค้ามนุษย์ และไอยูยู ถ้าคนเหล่านี้มาร่วมมืกกันก็จบ ไม่ใช่มานั่งคอยบิดเบือน ถ้าเก่งนัก ตอนที่อยู่ทำไมไม่ทำ ในส่วนของรัฐธรรมนูญไม่ต้องถามว่า “ผ่านหรือไม่ผ่าน” นักข่าวก็ไม่ต้องมาถาม จะทำอย่างไรต่อไป กฎหมายมีอยู่แล้ว ถึงวันนี้เรื่องของความรัก มันก็พอมีบ้าง แต่คนเกลียดมีมากขึ้น เพราะตนพูดเยอะ ตนอดพูดไม่ได้ เพราะเวลาจำกัด ทำงก ๆ ทุกวัน อย่างการใช้มาตรา 44 ก็ใช้ตามข้อเสนอแนะว่า ควรมีการสอบสวนตรงไหน แต่ก็ต้องดูว่า บางอย่างควรใช้อย่างไร ทุกคนต้องการให้มันเร็ว บางครั้งก็อันตราย
“ขู่“ไทยพีบีเอส” หากไม่ปรับเปลี่ยนเสนอข่าว ย้ำที่ผ่านมาหยิบแต่ปัญหาเล็ก ๆ มาตี ไม่เสนอผลสำเร็จ ยอมรับตัวเองชอบเสพข่าวลบ แต่ไม่อ่านก็โง่ตามไม่ทัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2559 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถึงการทำงานของสื่อมวลชนว่า ทุกวันนี้พอเห็นข่าว หรือรายการจากสถานีช่อง 11 ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนหนีทันที ขอร้องว่าให้ดูกันบ้างจะได้เห็นว่า รัฐบาลและหน่วยงานราชการทำอะไรบ้าง แค่ช่วงสั้น ๆ ช่วงพักละครก็ได้ จะได้รู้ว่ารัฐบาลทำงานมีสาระอะไรบ้าง อย่าไปรังเกียจ และคิดเพียงว่าเขาจะมาโฆษณาให้กับตน มันไม่ใช่ แต่เป็นกระบวนการสร้างการเรียนรู้ ในส่วนกรณีของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส วันนี้ก็จะต้องเอาสิ่งที่รัฐบาลทำไปเล่าให้ประชาชนฟังด้วย ถ้าเอาแต่ปัญหาที่มีอยู่มาตีตนอย่างเดียวมันจะเป็นไทยพีบีเอสได้หรือไม่
“อย่าลืมว่าไทยพีบีเอส เอางบประมาณมาจากไหน ผมไม่ได้บอกว่าจะต้องมาเข้าข้างผม แต่บอกว่าให้เอาสิ่งที่รัฐบาลทำไปนำเสนอบ้าง ซึ่งช่องอื่นเขาก็ทำ ไม่ใช่ว่าอะไรที่ทำสำเร็จก็ไม่พูด แต่ไปหยิบเอาปัญหาเล็ก ๆ เช่น ถนนเป็นรู เป็นร่อง มาเป็นปัญหาแล้วก็ไปถามประชาชนว่าคิดอย่างไร แล้วก็มาพูดว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสถานี และไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้อำนวยการกี่คนก็ยังเหมือนเดิม เพราะข้างล่างยังเป็นแบบเดิม คิดแบบเดิมหมด ควรจะช่วยคิดว่าประเทศจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมให้ลูกน้องติดตามดู และไปแก้ปัญหาตลอด แต่ไม่เคยชมผมเลย แล้วก็ไปหาจุดบกพร่องใหม่มากลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหา หมักหมมปัญหามาตลอดไม่ได้แก้หรือทำอะไรเลย เดี๋ยวผมจะดูอีกซักที เดี๋ยวเถอะ แล้วเดี๋ยวก็จะกล่าวหาว่าผมไปวุ่นวายกับสื่อ แต่ถามว่าควรจะทำอย่างไรผมพูดหรือไม่ จะปล่อยให้เสรีอยากพูดอะไรก็พูดมันไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับก็เขียนติอย่างเดียว เคยเขียนมาอย่างไรก็เขียนมาตลอด ตั้งแต่เด็กจนแก่ ตนก็บ้าอ่านอยู่ได้ อ่านแล้วก็บ้า แล้วก็โมโห แต่ถ้าไม่อ่านก็โง่อีก ไม่ทันเขา แต่อย่างไรก็ไม่ท้อ
