เปลี่ยนหลอดลดค่าไฟฟ้า ชวนคนไทยร่วมรณรงค์ประหยัดพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2559 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667821

 

สนพ.ชวนเอกชนร่วมโครงการรวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ปี 2 ที่จะหมดกำหนดยื่นข้อเสนอวันที่ 31 ก.ค.นี้ เตรียมงบรอปล่อยสินเชื่อ 4,500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3.5% กิจการละไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้นำไปเปลี่ยนหลอดแอลอีดีและเครื่องปรับอากาศ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐมีงบสนับสนุนฟรี 203 ล้านบาท ยื่นขอมาแล้ว 1,000 ล้านบาท

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการรวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ ปี 2 ที่เป็นโครงการสนับสนุนให้เกิดการลดใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ทั้งในส่วนของภาคราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน อาทิ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงพยาบาลเอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์น เทรด) โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม กิจการหอพัก ฯลฯ ซึ่งปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยราชการ ผู้ประกอบการ เข้ามาร่วมโครงการจำนวนมาก

ทั้งนี้ การจัดโครงการเป็นปีที่ 2 ได้เน้นในเรื่องการสนับสนุนหลอดประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือหลอดแอลอีดี (Light Emitting Diode) ในหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐ ซึ่งได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 203 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ติดตั้งหลอดแอลอีดี ทดแทนหลอดไฟฟ้าเดิมที่มีประสิทธิภาพต่ำ เพื่อเป็นต้นแบบการอนุรักษ์พลังงานในด้านระบบไฟฟ้าแสงสว่าง โดยหน่วยงานที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจะได้รับงบประมาณสนับสนุน 20 ล้านบาทต่อแห่ง และปรากฏว่ามีหน่วยงานภาครัฐได้ยื่นขอเข้าร่วมโครงการคิดเป็นมูลค่าที่ต้องใช้งบรวม 1,000 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานจะทำการคัดเลือกและประกาศรายชื่อในเร็วๆนี้

นายทวารัฐกล่าวว่า โครงการเปลี่ยนหลอดแอลอีดีภาครัฐ ภายใต้งบดังกล่าว จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 21.15 ล้านหน่วยต่อปี ลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (พีค) 10.58 เมกะวัตต์ คิดเป็นเงิน 84.6 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ 10,815 ตันต่อปี โดยมีเงื่อนไขในการคัดเลือกหน่วยงานเข้าร่วมโครงการมี อาทิ ต้องเป็นหน่วยงานที่มีการใช้หลอดไฟแบบเดิม คือหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบ T8 ขนาดความยาว 600 มิลลิเมตร และ 1,200 มิลลิเมตร รวมทั้งหน่วยงานนั้นๆต้องมีการใช้งานหลอดไฟไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 250 วันต่อปี หรือรวมแล้วไม่น้อยกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อปี คณะกรรมการคัดเลือกจะพิจารณาให้ความสำคัญ ในเรื่องปริมาณการใช้พลังงานในระบบแสงสว่างที่มีชั่วโมงการใช้งานสูงเป็นอันดับแรก

สำหรับโครงการในส่วนของภาคเอกชน กองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้อนุมัติงบประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ 8 ธนาคารพาณิชย์ รับเป็นตัวกลางในการปล่อยกู้ให้ภาคเอกชน ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ อาทิ ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฯลฯ ซึ่งจะหมดเขตยื่นเสนอตัวเพื่อขอเข้าร่วมโครงการในวันที่ 31 ก.ค.นี้

ล่าสุด มีภาคเอกชนได้รับการอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 800 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาอีก 2,000 ล้านบาท มีเงื่อนไขคือการนำไปเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าแบบเดิมให้เป็นหลอดแอลอีดี หรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องปรับอากาศ ฉลากเบอร์ 5 ที่ผ่านการทดสอบว่าสามารถลดปริมาณการใช้พลังงานได้จริง ในอัตราดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนภายใน 5 ปี ปล่อยสินเชื่อได้กิจการละไม่เกิน 50 ล้านบาท หากมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเกินกว่างบประมาณดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการก็สามารถปล่อยสินเชื่อในส่วนของธนาคาร ได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ คุณสมบัติพิเศษของหลอดแอลอีดี คือ ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 85% (เมื่อเปรียบเทียบกับหลอดไส้ขนาดเท่ากัน) มีอายุการใช้งานนาน 15,000 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าหลอดไส้ 1 หลอด จะจ่ายค่าไฟฟ้า 1,533 บาท ต่อปีขณะที่หลอดแอลอีดี ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 191 บาทต่อปี ขณะที่เครื่องปรับอากาศฉลากเบอร์ 5 รุ่นใหม่ (SEER) ก็สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง
30% เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศแบบรุ่นเก่า (Fixed Speed)

นายทวารัฐกล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนหรือภาคเอกชน ให้หันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท ทั้งที่ได้เข้าร่วมในโครงการและต้องการปรับเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยงบประมาณของตนเอง สนพ.จึงได้ร่วมมือกับ 10 บริษัทผู้จำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า นำสินค้ามาร่วมจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผ่านสาขาของแต่ละบริษัท รวม 659 แห่ง อาทิ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด (เทสโก้ โลตัส) บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด (เพาเวอร์มอลล์) บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และบริษัท ตลาด ดอทคอม จำกัด ซึ่งเป็นร้านค้าออนไลน์มีช่องทางจำหน่ายสินค้ารูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นกระแสนิยม เป็นต้น

นายทวารัฐกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานให้เกิดเป็นผลสำเร็จ และวัดผลสัมฤทธิ์ได้ โดยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ที่ขณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการเปลี่ยนพฤติกรรม “ปิด ปรับ ปลด” เท่านั้น แต่ทุกคนต้องร่วมมือกัน “เปลี่ยน” มาใช้อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดแอลอีดี เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 รุ่นใหม่ เพื่อลดการใช้พลังงานตามแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2558-2579 (อีอีพี 2015) เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานลดลงให้ได้ 30% จากปัจจุบันตามเป้าหมายที่กำหนดไว้.

 

Leave a comment