เปิด 10 ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ สู่ประเทศที่มีรายได้สูงมั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2559 08:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667846

 

สศช.วาง 10 ยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาฉบับที่ 12 (2560–2564) นับเป็นแผนแรกที่จะล้อไปกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560– 2579) ในช่วง 5 ปีแรกวางโครงสร้างประเทศ ไทยสู่การพัฒนาอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิด เผยว่า สศช.กำหนดจัดประชุมประจำปี 2559 เรื่อง “ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคีการพัฒนาจากทุกภาคส่วนของสังคม ได้ร่วม แสดงความเห็น เพื่อให้การจัดทำแผนมีความครบถ้วนสมบูรณ์ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมอิมแพคเมืองทองธานี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมและแสดงปาฐกถาพิเศษ

ยึดคนเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ ในแผนฯ 12 จะเป็นแผนฉบับแรกที่ยึดโยงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2579) ในช่วงของ 5 ปีแรก คือ 2560-2564 ซึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี วางเป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงระดับ 12,735 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปี จากที่ในแผนฯ 11 วางไว้ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปี และ 8,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปีในช่วงปลายแผนฯ 12 โดยหลักของการวางแผนฯ 12 ได้น้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาที่ยึดหลักสมดุล ยั่งยืน โดยวิสัยทัศน์ของการพัฒนาให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง มีการกระจายรายได้ และการพัฒนาอย่างเท่าเทียม มีระบบนิเวศที่ดี สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ระยะยาว “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” รวมมีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ 10 ยุทธศาสตร์

ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทุนมนุษย์ เนื่องจากโครงสร้างประชากรไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เมื่อสิ้นสุดแผนฉบับที่ 12 ในปี 2564 โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 19.8% ขณะที่วัยแรงงานเริ่มลดลง ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ มุ่งพัฒนาเชิงคุณภาพในแต่ละช่วงวัย บนพื้นฐานของการมีสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็ง เพื่อเตรียมคนไทยให้มีทักษะการดำรงชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21

ลดความเหลื่อมล้ำ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมให้กลุ่มประชากร 40% ที่มีรายได้ต่ำสุด ให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางสังคมที่มีคุณภาพได้ทั่วถึง จากเดิมมีความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์และการถือครองที่ดินและปัญหาการกระจายบริการภาครัฐที่คุณภาพยังไม่ทั่วถึง ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน คือให้ความสำคัญกับการบริหารเศรษฐกิจมหภาคให้มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพภาคการเงินและดูแลวินัยการเงินการคลังควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจรายสาขา มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% มีรายได้ต่อหัวเป็น 8,200 เหรียญสหรัฐฯในปี 2564

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ รักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสร้างสมดุลของการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และเป็นธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการแก้ไขปัญหาวิกฤติสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ 5 ความมั่นคง จะเห็นว่าช่วงของแผนฯ 12 มีการก่อการร้ายมากขึ้น ซึ่งต้องดูแลไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจและสังคม และเป็นแผนที่ต้องเตรียมรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ ด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 6 การบริหารจัดการภาครัฐ การ ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาลในสังคมไทย มีเป้าหมายเพื่อลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการให้บริการของภาครัฐและประสิทธิภาพการประกอบธุรกิจของประเทศให้อยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน รวมทั้งลดปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของประเทศเพื่อเพิ่มคะแนน ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้อยู่สูงกว่า 50% เมื่อสิ้นสุดแผนฯ 12 ปัจจุบันอยู่ที่ 38% และใน 20 ปี ตั้งเป้าให้การคอร์รัปชันหมดไปจากประเทศ

ลุยโครงสร้างพื้นฐาน

ยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ มีเป้าหมายสำคัญ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ในภาพรวม เช่น เพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางจาก 2% เป็น ไม่น้อยกว่า 4% และปริมาณการขนส่งสินค้าทางน้ำเพิ่มจาก 15% เป็นไม่น้อยกว่า 19% ขณะที่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล เช่น ขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงให้ได้ 85% ของหมู่บ้านทั่วประเทศและมีผู้ประกอบธุรกิจดิจิตอลรายใหม่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1,000 ราย โดยช่วงแผนฯ 12 คาดว่าการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ขนาดราง 1 เมตรระยะแรกจะแล้วเสร็จทุกเส้นทาง และเริ่มสร้างโครงข่ายรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ได้ และเริ่มก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อเป็นเครื่องมือกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค โดยทำควบคู่ไปกับการวางแผนพัฒนาพื้นที่เมืองบริเวณสถานีรถไฟ และเริ่มพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในเมืองหลัก และพัฒนาโครงข่ายทางถนน เส้นทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ที่ 8 วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนค่าใช้จ่ายการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาสู่ 1.5% ของจีดีพี และสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาภาคเอกชนต่อภาครัฐเป็น 70:30 เพิ่มบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนาเป็น 25 คนต่อประชากร 10,000 คน และเพิ่มอันดับความสามารถการแข่งขันโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จัดโดยไอเอ็มดี ให้อยู่ในลำดับ 1 ใน 30

พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาค เมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ วางแนวทางพัฒนาที่สำคัญคือ พัฒนาภาคเหนือให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง พัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้หลุดพ้นจากความยากจนก้าวสู่เป้าหมาย “อีสาน พึ่งตนเอง” พัฒนาภาคกลางให้เป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำ เป็นศูนย์อุตสาหกรรมของอาเซียน เป็นฐานการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ พัฒนาภาคใต้เป็นฐานสร้างรายได้ที่หลากหลาย เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ำมันของภูมิภาค เป็นแหล่งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่ได้มาตรฐานสากล รวมทั้งพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด มีเป้าหมายฟื้นฟูและพัฒนาให้ขยายตัวอย่างสมดุล ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ชายแดนจะเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่เติบโตอย่างยั่งยืนและเกิดผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ กำหนดให้พัฒนาเมืองศูนย์กลางของจังหวัดให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคมอย่างเท่าเทียม

ยุทธศาสตร์ที่ 10 การต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาค ได้แก่ การเตรียมความพร้อมให้ไทยเป็นประตูสู่ภาคตะวันตกและตะวันออกของเอเชีย โดยดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของทำเลที่ตั้งของไทยเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย.

 

Leave a comment