ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ค. 2559 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/667816

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ในช่วงครึ่งปีแรกพบว่า มีเงินไหลออกถึง 10,623 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินไหลออก 7,026 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากถือครองมาครบ 5 ปี หากนักลงทุนซื้อแอลทีเอฟในปี 2555 และขายในปี 2559 จะได้ผลตอบแทนประมาณ 7-8% ต่อปี โดยเงินไหลออกจากกองแอลทีเอฟทั้งสองประเภทคือ กองที่ลงทุนในหุ้น 100% และกองที่ลงทุนในหุ้น 70% และตราสารหนี้ 30%
ส่วนภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ในช่วงครึ่งปีแรกพบว่า มีเงินไหลออกจากอุตสาหกรรม 1,256 ล้านบาท จากสามปีก่อนหน้า ภาพรวมจะเป็นการไหลเข้าซื้อ เนื่องจากในปีนี้มีกองอาร์เอ็มเอฟออกใหม่เพียง 1 กอง ประกอบกับนักลงทุนมีทางเลือกมากขึ้น
สำหรับภาพรวมครึ่งปีหลัง คาดว่านักลงทุนจะทยอยเข้าซื้อแอลทีเอฟที่ลงทุนในหุ้นเป็นหลักและจะเข้าซื้อ กระจุกตัวในช่วงปลายปีเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ในปีนี้นักลงทุนที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องบางส่วน อาจชะลอการลงทุนในแอลทีเอฟเพราะเป็นปีแรกที่ต้องถือครองครบ 5 ปีปฏิทิน และกังวลเรื่องความผันผวนของหุ้น ส่วนอาร์เอ็มเอฟคาดว่านักลงทุนจะเข้าซื้อกองที่ลงทุนในหุ้นเหมือนช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า เพราะเห็นผลตอบแทนที่ดีกว่ากองที่ลงทุนในตราสารหนี้ อีกทั้งนักลงทุนที่ซื้ออาร์เอ็มเอฟอายุน้อยลง จึงรับความเสี่ยงได้มากขึ้น “ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 นักลงทุนค่อนข้างระวังและเลือกลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ หากออกไปต่างประเทศจะไม่ลงทุนหุ้นล้วน ส่วนมากจะเข้ากองผสม แต่ครึ่งปีหลังความไม่แน่นอนต่างๆ เริ่มหมดไป จึงคาดว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง”.