ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/235424
การเมือง >ข่าวการเมือง : 27 ก.ค. 2559
แจงคำถามพ่วงประชามติช่วงโค้งสุดท้าย
สนช.ระะดมผู้นำเครือข่ายทั่วประเทศแจงคำถามพ่วงประชามติช่วงโค้งสุดท้าย “สุรชัย”หวังประเทศพ้นปัญหา ขณะที่“เลขาฯกรธ.”ยันร่างรธน.ไม่ใช่แค่ปะผุแต่วางแนวทางอนาคตประเทศ
วันที่ 27 ก.ค. 59 – สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก่เครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยจากทั่วประเทศจำนวน 800 คน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานเปิดงาน จากนั้นได้ปาฐกถา เรื่อง “สถานการณ์การเมืองปัจจุบันและอนาคตการเมืองไทย” ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้อยู่ช่วงของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีเป้าหมายคือการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในปี 2560 โดยในวันที่ 7 ส.ค.นี้เป็นวันออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนู และประเด็นคำถามพ่วง ซึ่งประชาชนจะต้องตัดสินใจ แต่โจทย์ใหญในวันนี้คือการทำอย่างไรให้หลังการเลือกตั้งประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งบริหารประเทศได้สงบราบรื่น ยอมรับกฎกติการัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐบาลทำงานภายใต้หลักนิติธรรม ทั้งนี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ต้องคำนึงว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ต้องใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ประชาชน ที่สำคัญต้องเคารพหลักนิติธรรม ตนเชื่อมั่นว่าถ้าประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้เราจะก้าวผ่านปัญหาต่างๆได้
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่ 1 ชี้แจงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กรธ.เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกช่องทาง เพื่อนำมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้ตัดขาดความเห็นจากประชาชน และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องการเมือง แต่คำนึงถึงอนาคตประเทศด้วยว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนที่บอกให้เอาของเก่ามาใช้ก็คงไม่ได้ เพราะของเก่าก็มีปัญหาจะเอามาใช้ได้อย่างไร เราพยายามทำให้เรื่องการเมืองจบด้วยการเมือง ไม่นำพาผู้คนลงมาในท้องถนนอีก ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่แค่ปะผุทางการเมือง แต่ได้วางแนวทางอนาคตของประเทศไว้ด้วย ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 7 ส.ค.ว่าจะเป็นอย่างไร
นายกล้านรงค์ จันทิก ประธานกรรมาธิการการเมือง สนช. ชี้แจงสาระสำคัญคำถามเพิ่มเติม ว่า ร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญเรื่องการปฏิรูปประเทศ ส่วนคำถามพ่วงที่ให้สมาชิกรัฐสภาเลือกนายกฯได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ก็เป็นไปตามวาระของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีหน้าที่ติดตามเร่งรัดการปฏิรูป และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้ ถ้าประชาชนเห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ผลคือกรธ.จะต้องไปแก้ไขบทเฉพาะกาลให้เป็นไปตามคำถามพ่วง แต่หากเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแต่ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วง คำถามพ่วงก็จะตกไป หากไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แต่เห็นชอบคำถามพ่วง ร่างรัฐธรรมนูญก็ตกไปแล้วร่างใหม่ โดยมีนัยยะสำคัญว่าการร่างต้องพิจารณาคำถามพ่วงไว้ในร่างใหม่ ถ้าไม่เห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงก็ตกไปทั้งฉบับ ดังนั้น วันที่ 7 ส.ค.จึงเป็นวันสำคัญที่สุดที่ประชาชนจะใช้อำนาจและสิทธิของตัวเอง ตนจึงขอให้มาช่วยกันลงประชามติบนพื้นฐานความเข้าใจด้วยตัวเอง ไม่มีการชี้นำ ชักชวน บังคับ.


