ปลูกสตรอเบอรี่?พืชเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อวิถีที่มั่นคง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05062010359&srcday=2016-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 618

เทคโนโลยีการเกษตร

พัฒนา นรมาศ

ปลูกสตรอเบอรี่?พืชเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อวิถีที่มั่นคง

สตรอเบอรี่ (strawberry) เป็นพืชที่เจริญเติบโตและออกดอกติดผลได้ดี มีคุณภาพ เมื่อปลูกในบริเวณพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไป มีอากาศหนาวเย็นสบายๆ ตลอดปี และในยามนี้เมื่อหลายท่านเดินทางขึ้นไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ก็มีโอกาสได้ลิ้มรสผลสตรอเบอรี่สีแดงสดที่มีกลิ่นหอมและหวานอร่อยด้วย

สตรอเบอรี่ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้เกษตรกรผู้ปลูกที่อำเภอสะเมิงได้มีวิถีชีวิตที่มั่นคง เป็นพืชที่น่าสนใจ วันนี้จึงนำเรื่อง การปลูกสตรอเบอรี่…พืชเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อวิถีที่มั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน

คุณเรวัต แก้วเลิศตระกูล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เล่าให้ฟังว่า พื้นที่อำเภอสะเมิง มีทั้งหมด 561,264 ไร่ เป็นพื้นที่การเกษตร 27,826 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 10,262 ไร่ ไม้ผล 3,562 ไร่ พืชไร่ 6,077 ไร่ ไม้ยืนต้น 1,088 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ 125 ไร่ ปลูกผัก 3,172 ไร่ และเป็นพื้นที่ปลูกสตรอเบอรี่ 3,540 ไร่

สตรอเบอรี่ เป็นพืชล้มลุกที่แตกกิ่งก้านแผ่ปกคลุมดิน ใบสีเขียวเข้ม ขอบใบหยัก ดอกสีขาว ก้านผลยาวติดกับต้น มีเสี้ยนเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วผล มีกลีบเลี้ยงบนขั้วผล ผลอ่อนสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดงเมื่อแก่สุก ในแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยวที่แตกต่างกันไป

สภาพพื้นปลูกที่เหมาะสม ควรมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไป อากาศเย็นตลอดปี หรืออุณหภูมิ 10-25 องศาเซลเซียส ลักษณะดินปลูกเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำใช้เพียงพอ มักนิยมปลูกช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม เพื่อได้เก็บเกี่ยวผลสตรอเบอรี่ขายในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน

สำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 เป็นสายพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมาตั้งแต่ ปี 2552 เป็นสายพันธุ์ที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ มีกลิ่นหอม รสชาติหวานอร่อย

สตรอเบอรี่ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ พื้นที่อำเภอสะเมิง มีเกษตรกรปลูก 640 ราย และมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสตรอเบอรี่ 12 กลุ่ม การปลูกและผลิตได้ส่งเสริมเกษตรกรใส่ปุ๋ยให้ถูกสูตร ตามอัตราส่วนและระยะเวลา ให้น้ำพอเพียง ป้องกันกำจัดโรคแมลงตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลสตรอเบอรี่ดีมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด และทำให้เกษตรกรสามารถยกระดับรายได้เพื่อนำไปสู่วิถีครอบครัวที่มั่นคง

คุณลุงหนุ่ม สุขพอดี เกษตรกรปลูกสตรอเบอรี่ เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ปลูกสตรอเบอรี่ 3-4 ไร่ โดยสำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิงได้ส่งเสริมให้ปลูกสตรอเบอรี่สายพันธุ์พระราชทาน 80 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี มีคุณภาพ มีกลิ่นหอม รสชาติหวานที่ตลาดผู้บริโภคชื่นชอบ และส่งเสริมให้นำผลสตรอเบอรี่ตกเกรดที่มีคุณภาพมาแปรรูปทำเป็นไวน์เพื่อการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วย

การเตรียมดินแปลงปลูก ได้ไถดะ ไถแปร และไถพรวน ตากแดด 7-10 วัน เพื่อกำจัดโรคแมลงออกไป ยกร่องแปลงปลูกกว้างประมาณ 1 เมตร ระยะระหว่างแปลงปลูกห่างกัน 60 เซนติเมตร เพื่อให้เป็นร่องน้ำ คลุมแปลงปลูกด้วยผ้าพลาสติกพร้อมกับตัดเจาะพลาสติกให้เป็นวงกลมสำหรับขุดเป็นหลุมปลูก

การเตรียมต้นพันธุ์หรือต้นไหล นำวัสดุเพาะใส่ในถุงเพาะ ยกไปวางที่ต้นสตรอเบอรี่ (ต้นแม่) ที่บริเวณใต้ต้นไหลที่มีปมรากแทงออกมา ต้นไหลคือ ส่วนที่แตกแขนงออกมาจากต้นแม่ที่แข็งแรง สมบูรณ์ ปลอดโรค วางถุงเพาะไว้ 15 วัน รากต้นไหลจะแทงลงในถุงเพาะ เมื่อรากเดินดีแล้วได้ปล่อยเลี้ยงให้แตกแขนงเป็นต้นไหล 4-5 ต้น จึงตัดแยกมาเพาะเลี้ยง ปฏิบัติดูแลบำรุงรักษากระทั่งได้ต้นไหลที่แข็งแรง ปลอดโรค แล้วจึงนำไปลงปลูกในแปลง

วิธีการปลูก ได้ขุดหลุมปลูกกว้าง ยาว ลึก ให้พอวางต้นพันธุ์ ปลูกเป็นแถวคู่ตามแนวยาวแปลง ให้หลุมปลูกทั้ง 2 ข้าง ห่างจากริมแปลงเข้ามาด้านในแปลง 20 เซนติเมตร วางต้นพันธุ์หรือต้นไหลลงปลูก เกลี่ยดินกลบ ให้น้ำพอชุ่ม

เพื่อให้ได้ผลสตรอเบอรี่คุณภาพ หลังปลูกสตรอเบอรี่ 15 วัน ได้ใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ในอัตรา 75 กิโลกรัม ต่อไร่ เว้นระยะห่างออกไปอีก 15 วัน ได้ใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 ในอัตรา 75 กิโลกรัม ต่อไร่ และเว้นระยะห่างออกไปอีก 20 วัน ได้ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ในอัตรา 50 กิโลกรัม ต่อไร่ จะช่วยทำให้ได้ผลสตรอเบอรี่มีรสชาติหวานอร่อยมากขึ้น

การให้น้ำ ต้องให้ต้นสตรอเบอรี่ได้รับน้ำเพียงพอจึงจะช่วยให้ต้นออกดอกติดผลได้คุณภาพ ได้จัดการให้น้ำระบบสปริงเกลอร์ 15 นาที ต่อวัน ให้ไปกระทั่งติดผลแล้วได้ปรับเปลี่ยนเป็นให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด 20 นาที ต่อวัน ให้ไปกระทั่งผลแก่สุกและเก็บผลสตรอเบอรี่เสร็จ การให้น้ำแต่ละครั้งได้พิจารณาความชื้นในดินด้วยเสมอ

โรคและแมลง ถ้าตรวจพบว่า มีโรคเข้าทำลายได้ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัด ใช้ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต 15-30 วัน หรือใช้ในระยะที่ปลอดภัย หรือใช้กับดักกาวเหนียวปักวางบนแปลงปลูกเพื่อดักจับแมลงศัตรู เมื่อดักจับแล้วได้นำไปทำลายทิ้ง วิธีการนี้จะช่วยทำให้ได้ผลสตรอเบอรี่ปลอดภัย

คุณลุงหนุ่ม เกษตรกรปลูกสตรอเบอรี่ เล่าให้ฟังในท้ายนี้ว่า ตั้งแต่ต้นสตรอเบอรี่เริ่มติดดอกไปถึงติดผลสีแดงแก่สุกพอดี จะใช้เวลา 60 วัน ก็ตัดเก็บได้ การตัดเก็บได้ใช้กรรไกรตัดที่ก้านผลให้ขาด วางในภาชนะ นำเข้าโรงเรือนทำความสะอาด คัดแยกผลเป็น 5 ขนาด คือ ผลขนาดใหญ่ กลาง เล็ก จิ๋ว และขนาดผลตกเกรด

การซื้อขาย ผลสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่ ขาย 300 บาท ต่อกิโลกรัม ผลขนาดกลาง ขาย 280 บาท ต่อกิโลกรัม ผลขนาดเล็ก ขาย 260 บาท ต่อกิโลกรัม ผลขนาดจิ๋ว ขาย 240 บาท ต่อกิโลกรัม และผลตกเกรด ขาย 60 บาท ต่อกิโลกรัม โดยมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อเพื่อนำไปขายที่ตลาดในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ จากการปลูกและขายผลสตรอเบอรี่ การแปรรูปผลสตรอเบอรี่เป็นไวน์เพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้มีรายได้เงินแสนบาทที่พอเพียงให้ครอบครัวดำรงชีพได้มั่นคง

จากเรื่อง การปลูกสตรอเบอรี่…พืชเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อวิถีที่มั่นคง พืชเศรษฐกิจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง สอบถามเพิ่มได้ที่ คุณลุงหนุ่ม สุขพอดี เลขที่ 212 หมู่ที่ 5 ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โทร. (085) 708-9925 หรือที่ คุณเรวัต แก้วเลิศตระกูล สำนักงานเกษตรอำเภอสะเมิง โทร. (053) 487-116 ก็ได้นะครับ

Leave a comment