ธปท.จับตาเงินทุนระยะสั้นป่วนตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ส.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682007

 

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของเงินทุนจากต่างประเทศว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเงินทุนจากต่างประเทศระยะสั้นเข้ามามากขึ้น ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศเห็นว่าภูมิภาคนี้ยังคงน่าลงทุนมากกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่เงินไหลเข้ามา โดยในตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีเงินเข้า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเงินที่เข้ามาในเดือน ก.ค. ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีเงินเข้า 3,000 ล้านเหรียญ โดยประมาณ 700 ล้านเหรียญ เป็นเงินที่เข้ามาในเดือน ก.ค.

“แต่หากพูดถึงค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แข็งขึ้น 3.23% โดยค่าความผันผวนอยู่ที่ 4-5% ซึ่งเป็นระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับภูมิภาค แต่อย่างไรก็ตาม เงินต่างประเทศที่เข้ามาซึ่งเป็นเงินทุนระยะสั้น สามารถเป็นเงินร้อนซึ่งอาจจะเข้าเร็วออกเร็วได้ ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทั่วโลก ดังนั้น ธปท.จึงย้ำหลายครั้งแล้วให้นักลงทุนและนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนระมัดระวังและป้องกันความเสี่ยงสม่ำเสมอ ซึ่งในส่วนของ ธปท.ได้เข้าไปดูแลค่าเงินบาทด้วยเครื่องมือที่มีอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออก ก็รับรู้ถึงความเสี่ยงนี้ และเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนของค่าเงินบาทไว้ในระดับหนึ่งแล้ว”

นอกจากนั้น ยังได้กล่าวในงานสัมมนาในหัวข้อเรื่อง “Thailand : IHQ and TC initiatives ที่จัดโดยธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทยว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้น การทำธุรกิจข้ามชาติน่าสนใจมากขึ้น และมีนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาสร้างฐานผลิตในไทย รวมทั้งเริ่มมีนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุน และทำธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น และเพื่อให้ต้นทุนการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศลดลงนั้น การตั้งศูนย์บริหารจัดการเงิน (Treasuary Centre) และการตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้บริหารจัดการเงิน สภาพคล่อง การหักกลบ ลบหนี้ การกู้ยืมเงินบาทในกลุ่มดีขึ้น รวมถึงลดขั้นตอนการขออนุญาตการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศจาก ธปท. ซึ่งในเศรษฐกิจยุคใหม่ จะช่วยให้การลงทุนในภูมิภาคนี้ของทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ โดย เฉพาะการเป็นประตูสู่ประเทศกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ทำได้มีประสิทธิภาพขึ้น.

 

Leave a comment