ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/237191
การเมือง : 8 ส.ค. 2559
“ถาวร”ชี้ผลประชามติเป็นชัยชนะของประชาชน
กปปส.ชี้ผลประชามติไม่ใช่ของกลุ่ม/พรรคใด ยันกปปส.-ปชป.รักกันดี วอนคสช. อย่าให้เสียงข้างมากเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ปัดตอบฐานเสียงโหวตเยส จะกระทบ“มาร์ค”หรือไม่
–8 ส.ค.59– นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. และอดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงผลการนับคะแนนประชามติว่าการลงคะแนนครั้งนี้ไม่ถือเป็นชัยชนะของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดหากแต่เป็นชัยชนะของประชาชนเสียงเงียบ ซึ่งเป็นผู้ที่ขาดโอกาสได้แสดงทัศนะผ่านสื่อ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีผลทำให้ประชามติผ่านสำหรับผลการนับคะแนนในสัดส่วนภาคใต้นั้น แสดงให้เห็นว่าคนไทยได้ปฏิรูปตัวเองแล้วมีแต่นักการเมืองและข้าราชการบางคนที่ยังไม่ปฏิรูป ซึ่งการปฏิรูปของประชาชนก็เกิดขึ้นตั้งแต่มีโรงเรียนการเมือง หรือแลกเปลี่ยนความเห็นท่ามกลางบรรยากาศข้างถนนเป็นระยะ204วัน นั่นคือการชุมนุมของมวลมหาประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องภาคใต้ที่เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก พวกเขาได้ปฏิรูปตัวเองไปแล้วซึ่งนักการเมืองต้องนำไปวิเคราะห์และถอดบทเรียนว่านักการเมืองไม่สามารถที่จะสั่งประชาชนได้แล้วและประชาชนก็เป็นตัวของตัวเอง
นายถาวรกล่าวอีกว่า ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสิ่งที่กปปส.ไม่ได้ลงคะแนนเสียงตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคตัดสินใจ ทั้งที่กปปส.ยังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์อยู่เป็นเพราะเหตุว่า เป็นความคิดส่วนตัวของหัวหน้าพรรคแม้จะอ้างอุดมการณ์ของพรรคก็ตาม เมื่อไม่ได้เป็นมติพรรคการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคจึงไม่ใช่กฎเหล็กที่ต้องอยู่ในกรอบนั้น ใครก็แล้วแต่ที่กลัวว่า กปปส.จะแตกกับพรรคประชาธิปัตย์ขอให้สบายใจได้ว่าเรายังคงเหนียวแน่นมีความเป็นประชาธิปัตย์เหมือนเดิม องค์กรของเรายังคงเคารพนับถือผู้ใหญ่ในพรรคเหมือนเดิมและกปปส.ทุกคนยังเคารพนับถือผู้ใหญ่ในพรรค แม้ความเห็นของเราจะต่างกันก็ตามถือเป็นเรื่องการให้เกียรติในการที่จะแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เองก็ต้องถอดบทเรียนว่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยนั้น ต้องโปร่งใสไม่ใช่คิดแต่การเลือกตั้งทุกตำแหน่ง
นายถาวรกล่าวอีกว่า สำหรับการมีส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งและมีส.ว.โดยตำแหน่ง6ตำแหน่งนั้น มวลมหาประชาชนยังมีนกหวีดเป็นอาวุธ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการทุจริตของยุคต่อไปหรือคิดว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมากมีส.ว.ในมือ250เสียงแล้วบทเรียนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีเสียงข้างมากเท่าไหร่ก็จะไม่สามารถเอาชนะเจ้าของอำนาจได้ดังนั้นกปปส.จะจับตามองตั้งแต่การร่างกฎหมายลูก4ฉบับได้แก่ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ส.และส.ว.และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวินัยการเงินการคลังและการขับเคลื่อนการปฏิรูป
“สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ต้องเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะของพรรคการเมืองกลุ่มการเมืองหรือแม้แต่ความเห็นของสื่อคสช.ได้อำนาจอย่างน้อย4-8ปีไปแล้วจะเรียกว่าสืบทอดอำนาจก็ไม่ผิด แต่กปปส.เห็นว่าเสียงข้างมากที่ได้ไปนั้น อย่าใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวขอให้รับฟังเสียงข้างน้อยด้วย เพื่อให้การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยได้เซ็ตตัวเองได้ปรับปรุงตัวเองและหันมาทบทวน ทั้งนี้กปปส.จะคอยติดตามนับจากนี้ไป”อดีตแกนนำกปปส. กล่าว
ทั้งนี้นายถาวรได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในกรณีพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขตภาคใต้รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของนายอภิสิทธิว่าเป็นการสะท้อนความนิยมของนายอภิสิทธิ์หรือไม่
