ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/237383
การเมือง >ข่าวการเมือง : 9 ส.ค. 2559
“บิ๊กตู่” ลั่น! เป็นรธน.ฉบับประชาชน
นายกฯอ้าง หลังปชช.โหวตรับ ขออย่าเชื่อใครบิดเบือนว่าจัดทำโดยทหาร เตรียมแจงโร้ดแม็พผ่านทีวี หลัง10ส.ค. ไม่สนต่างชาติท้วงประชามติ ยันปี60เลือกตั้งได้
–9ส.ค.59– เวลา14.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี(ครม.)และคสช. ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมครม.-คสช. ซึ่งโดยหลักการแล้วเมื่อมีการดำเนินการเรื่องเกี่ยวข้องด้านการบริหารของรัฐบาลและคสช.จำเป็นจะต้องสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจระหว่างกัน เพราะคสช.สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการชี้แจงให้ทราบและสรุปสถานการณ์ทางด้านการข่าว เกี่ยวกับผลของการทำประชามติ
นายกฯ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ได้ถือโอกาสขอบคุณนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ที่กรุณาร่างรัฐธรรมนูญออกมาและเป็นที่ยอมรับของประชาชน ซึ่งตนได้เรียนแล้วว่าคสช.และรัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องรายละเอียดภายใน ที่ผ่านมาถ้าจะให้ปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรก็จะทำเป็นเอกสารไปทั้งสิ้น ไม่อย่างนั้นก็สั่งได้แล้ว ซึ่งหลายอย่างกรธ.ก็แก้ไขได้ แต่บางอย่างก็แก้ไขไม่ได้สุดแล้วแต่กรธ.
“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมถือว่า เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในการลงประชามติแล้ว และเป็นไปตามหลักการทุกอย่างเกิน50เปอร์เซ็นต์ของคนมาใช้สิทธิ ซึ่งเป็นหลักการสากลในการทำประชามติอยู่แล้ว ฉะนั้นอย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าเป็นการจัดทำโดยทหาร มันไม่ใช่ ทหารดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย เป็นเรื่องของประชาชนที่ตัดสินเอง และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้งในกทม.และทุกจังหวัด ไม่ว่าจะลงคะแนนอย่างไรก็ตาม ผมก็รักท่านเสมอ เพราะท่านคือคนไทย ผมได้รับการสอนสั่งว่ายังไงก็ตามคือคนไทยเราเกิดมาในแผ่นดินเดียวกัน ต้องรักและเผื่อแผ่ต่อกัน” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินการต่อไปในวันนี้ต้องขอโทษทุกคน เพราะยังพูดอะไรมากไม่ได้จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะประชุมสรุปรายงานผลมาอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่คิดว่าจะสรุปวันนี้ แต่ปรากฏว่ากกต.สรุปในวันที่10ส.ค. ซึ่งหลังจากนั้น ตนจะแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ชี้แจงว่ารัฐบาลจะดำเนินการอะไรอย่างไร ซึ่งจะหาวันเวลาชี้แจงทั้งในและต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะสื่อมวลชนต่างประเทศและทูตานุทูตประเทศต่างๆ ให้เข้าใจว่าเราจะเดินหน้าประเทศอย่างไร แต่ยังยืนยันว่าเราจะเดินหน้าไปตามโร้ดแม็พที่ว่างไว้และจัดการเลือกตั้งปี2560ให้ได้ นั่นคือหลักการสำคัญไม่มีเปลี่ยนแปลง
“ขอบคุณพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้จะรับ -ไม่รับก็ตาม ผมก็จะทำให้ท่านต่อไปเพราะเห็นความยากลำบากของท่านหลายเรื่องทั้งชีวิตความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันผมก็ต้องดูแลประชาชนภาคอื่นด้วย เพราะทุกคนคือคนไทย มันจะมากจะน้อยอย่างไร ก็ต้องวางแผนแก้ปัญหาระยะยาวให้เกิดความยั่งยืนไม่อยากให้แก้ปัญหา เพียงแค่ลดความเดือดร้อนอย่างเดียวโดยไม่มีการสร้างความเข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลก็ทยอยออกนโยบายแก้ปัญหามาตามลำดับ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า หลังจากการทำประชามติ ทุกคนเห็นแล้วว่าหลายๆอย่างดีขึ้น ภาคเศรษฐกิจขานรับการค้าการลงทุน นี่คือสิ่งที่ดีขึ้น ฉะนั้นอย่าเอาเรื่องที่เป็นความเห็นต่างมาขยายความเพราะจะทำให้สิ่งที่ดีหายไป ขณะที่เราจะไม่เหลืออะไร และไม่ได้อะไรกลับมาสักอย่าง ขอให้เห็นความตั้งใจของประชาชนด้วยที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงโดยอยู่ในกระบวนการประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเสร็จการทำประชามติแล้วนายกฯนอนหลับสบายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ถามว่าหลับสบายไหม หลับสบายไม่มีอะไร ผมก็หลับมาตามที่เคยหลับ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับงานที่ทำเสร็จบ้างไม่เสร็จบ้าง โดยทุกคืนนอนคิดว่าวันรุ่งขึ้นจะทำอะไร กลับบ้านตอนเย็นก็เก็บงานกลับไปด้วยเพื่อเตรียมสั่งการในวันต่อไป ไม่ใช่นอนแล้วฝันสั่ง หรือพูดเองแต่มันต้องมีเหตุมีผล มีหลักการ อย่างวันนี้ได้ให้แนวทางไป เพราะเวลาที่เหลืออยู่มีไม่มาก ฉะนั้นการทำงานต้องสอดประสานกันให้ได้ ทั้งแม่น้ำ5สาย การจะทำอะไรก็ตามถ้าคิดในแง่หลักวิชาการ นักวิชาการ จะทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน ขยะ หากพูดกันถึงกฎหมายและขัดแย้งกันก็จะได้แค่ตรงนี้ แต่เวลาทำงานถ้าเอากฎหมายนี้มาใช้ไม่ได้มันก็จบทั้งหมด”
เมื่อถามว่า การอธิบายถึงความชอบธรรมต่อต่างชาติในการทำประชามติจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตนขอถามว่าคนไทยเห็นว่าชอบธรรมหรือไม่ ถ้าคนไทยเห็นว่าชอบธรรมก็จบ และตนไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพราะกระทรวงการต่างประเทศจะอธิบายเอง เมื่อถามว่า ล่าสุดสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป(อียู)ออกมาตั้งคำถามตรงนี้จะไม่มีการชี้แจงกลับใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวย้ำว่า “เดี๋ยวกระทรวงการต่างประเทศชี้แจง ผมไม่ชี้แจงตรงนี้ เพราะไม่ไปทะเลาะขัดแย้งกับใครอยู่แล้ว คุณดูแลให้เขาหรือ คุณไม่รักษาสิทธิคนไทยใช่ไหม โอเค ตามใจ”
เมื่อถามว่าการลงประชามติครั้งนี้มีคนที่ไม่รับและคนไม่ออกมาใช้สิทธิคะแนนรวมกันมากกว่าผู้ออกมาลงเสียงรับ จะถือเป็นความเห็นชอบอย่างแท้จริงของเสียงส่วนใหญ่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไปดูการลงประชามติปี2550ออกมาเท่าไร ชนะกันเท่าไร อย่ามาถามแบบนี้ เมื่อถามว่า คิดว่าผู้ออกมาใช้สิทธิรับร่างเพราะอะไร นายกฯ กล่าวว่า “เขาอยากเห็นบ้านเมืองสงบปลอดภัยเรียบร้อย ไม่เหมือนกับผู้ถาม ส่วนแนวทางของพรรคการเมืองจากนี้ไปถามพรรคการเมืองเอง เขาต้องเตรียมความพร้อมไปสู่การเลือกตั้ง”
เมื่อถามว่าจะมีการปลดล็อคพรรคการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผมได้ไปตกลงอะไรกับเขาหรือไง ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นคนทำกติกาในตอนนี้ เมื่อถึงเวลากติกาเสร็จก็มาจัดการมาคุยกัน ให้มันรู้บ้างว่าขั้นตอนไหนของใคร”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะให้พรรคการเมืองจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่หรือเซตซีโร่ หากสื่อต้องการเซตซีโร่ก็ขอให้เสนอมา แต่รัฐบาลยังไม่มีแนวคิด เมื่อถามว่าเสียดายคะแนนเสียงของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งไม่ได้ใช้สิทธิ์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากประชาชนมีความสะดวกก็จะได้ออกเสียง แต่หากไม่สะดวกก็ไม่ได้ออกเสียง เพราะไม่ได้เดินทางกลับ ทั้งนี้เป็นการออกเสียงประชามติ ซึ่งบางกลุ่มส่งสัญญาณสนับสนุน ขณะที่บางกลุ่มก็ส่งสัญญาณต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดา และการเลือกตั้งก็ไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงชนะถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ถ้ามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทุกอย่างก็จบ เราทำตามกฎหมาย กติกา สังคมโลก ไม่ได้บิดเบี้ยว ส่วนคนที่จับผิดขอให้มาบอกว่าผิดตรงไหน อย่าบอกว่าจะไปตั้งหลักใหม่ พูดกลับไปกลับมาเสียนิสัย
เมื่อถามว่า ห้วงเวลาใดจึงจะเหมาะสมแก่การปลดล็อคพรรคการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยและโร้ดแม็พก่อน ซึ่งกรธ.จะต้องทำกฎหมายลูก ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคือการทำกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ โดยจะทำ 4 ฉบับที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นที่เหลือจึงให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นคนดำเนินการ
เมื่อถามว่าจะมีการเลือกตั้งตามเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “จะมีการเลือกตั้งในปลายปี 2560 ทุกอย่างเหมือนเดิม การเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในการพิจารณา และต้องรับฟังความคิดเห็นในการทำกฎหมาย โดยมีเวลาที่กำหนดไว้แล้วอย่างชัดเจน หากทำตามเวลาที่กำหนดนี้ขั้นตอนทุกอย่างจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค. 2560 และจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งและใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่”
เมื่อถามว่า มีการระบุว่ากระบวนการต่างๆจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย.-ธ.ค.2560 หมายความว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 2561 หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “มันเป็นกระบวนการหรือเปล่า การทำตามขั้นตอนต่างๆต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ขอให้ไปนับวันว่า จากวันนี้คือวันที่ 10 ส.ค. แล้วจะไปสิ้นสุดที่วันไหน จะไปจบในเดือน พ.ย.ปี 2560 ซึ่งจะมีขั้นตอนอื่นอีก เช่น การจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่เสร็จปุ๊บ พรุ่งนี้จะเลือกตั้งเลย ไม่ได้ที่ไหน ทำกับข้าวแล้วไม่ใส่เครื่องปรุงเลยได้อย่างไร”
“ระหว่างนี้ผมคาดหวังให้การเมืองดีขึ้น ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล นักการเมืองที่มีหัวใจปฎิรูป เรากำลังจะปฏิรูปประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ดังนั้นอย่าถอยหลังกลับไปที่เดิมกันเลย ผมไม่เคยถือโทษโกรธใครทั้งสิ้น เว้นแต่จะทำผิดกฎหมาย ก็จะต้องสู้กฎหมายกันเอาเอง ผมไม่ได้ไปตัดสินท่าน เพียงแต่นำเข้าสู่กระบวนการ”นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่าหลังทราบผลประชมติทำให้หัวใจนายกฯพองโตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่สิ่งนี้สิ่งเดียวที่ทำให้สามารถยังทำงานได้ แต่ที่สำคัญคือความร่วมมือของข้าราชการ การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งการทำงานของครม. และแม่น้ำ 5 สาย ทุกอย่างสอดคล้องกับสิ่งที่วางไว้ทั้งหมด และจากนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะทำให้ประชาธิปไตยไทยมีความเข้มแข็งกว่าเดิม ซึ่งกว่าจะไปถึงตรงนั้นจะต้องสร้างบันไดไปสู่การปรับฐาน นี่คือบันไดขั้นที่ 1 ซึ่งยังปัญหาอีกมากที่จะต้องแก้ไข
เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากที่ประชุมรัฐสภาเชิญให้ไปเป็นนายกฯอีกจะรับหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“ยังไม่ตอบและขอไม่ตอบตรงนี้ เพราะมันไม่เกี่ยวกับผมเลย แต่เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่าไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ เขาจะมามุ่งหวังให้ผมเป็นนายกฯ แต่เขามุ่งหวังว่าหากจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคการเมืองแล้วมีปัญหาไม่ยอมกัน จึงจะเอาคนนอก แล้วท่านเชื่อหรือไม่ว่าจะตั้งไม่ได้”
เมื่อถามต่อว่า ถ้ามีการเชิญจริงๆ จะรับหรือไม่ นายกฯกล่าวย้ำว่า“ไม่มีถ้า ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น อย่าเพิ่งไปเปิดประเด็นใหม่ ขี้เกียจตอบ บอกแล้วว่าอย่ากลัวผีที่มองไม่เห็น วันนี้ก็หลอกหลอนอยู่แล้ว ผมกำลังทำยันต์กันผีอยู่ คิดง่ายๆแค่นี้จะไปยากอะไร ทำอะไรสักอย่างต้องมี กฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law)ที่ทำอะไรก็ต้องเกิดผลกระทบ ถ้าไม่ทำนั่งเฉยๆก็คงไม่มีเรื่อง ถ้าผมไม่ต้องบริหารราชการแผ่นดิน ปล่อยไปปีหนึ่งให้มีเลือกตั้งทุกอย่างจบ แต่เมอร์ฟี่ เขียนไว้ว่า ทำแล้วจะเกิดอะไรสักอย่าง แล้วทำไมผมยังทำอยู่ ทำไมไม่เลือกนั่งเฉยๆ เมอร์ฟี บอกว่านั่งเฉยๆแล้วจะไม่เกิดเรื่อง คิดสิ ถ้าต้องการอนาคตก็คิดใหม่ ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ แต่สื่ออยู่ได้ก็แล้วแต่ อย่างไรสื่อก็อยู่ได้อยู่แล้ว หากินได้อยู่แล้วแต่ประเทศชาติย่อยยับก็ไม่รู้นะ”
