ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน
http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05060010459&srcday=2016-04-01&search=no
| วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2559 ปีที่ 28 ฉบับที่ 620 |
เก็บมาเล่า
ลูกสิบล้อ
“ศรแดง” แนะ เกษตรกรเพิ่มรายได้ ลดการใช้น้ำในการเพาะปลูก ด้วยการปลูกพืชน้ำน้อย 7 ชนิด ตอบโจทย์รัฐ ร่วมฝ่าวิกฤตแล้ง
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องสุขุมวิท 1 ชั้น C โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21 บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพระดับโลกตรา “ศรแดง” เปิดตัวพันธุ์พืช 7 ชนิด สนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชน้ำน้อยในช่วงฤดูแล้งแทนการปลูกพืชชนิดเดิม เน้นปลูกพืชระยะสั้น ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็วและสร้างรายได้
คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า “ศรแดง” ได้เล็งเห็นความสำคัญของวิกฤตการณ์แล้งที่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ในทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้องเกษตรกรผู้มีอาชีพเพาะปลูกพืชเป็นหลัก จนทำให้หน่วยงานภาครัฐ เร่งระดมความร่วมมือเพื่อหามาตรการรับมือภัยแล้งที่เกิดขึ้น และขณะเดียวกัน ก็พยายามส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูก จากการปลูกพื้นที่ต้องใช้น้ำมาก มาเป็นการปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อย ขายได้ราคาดีและมีตลาดรองรับในช่วงฤดูแล้งนี้แทน
“ถ้าเกิดเราเดินไปหาเกษตรกรที่ปลูกข้าว บอกว่าให้มาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย มันอาจดูเป็นการยากที่เราจะเปลี่ยนความคิดเขา เพราะว่าทั้งชีวิตเขาทำแต่นามาก่อน เขาจะมีความลังเลแน่นอนในเรื่องนี้ จากองค์ความรู้ของบริษัทเรา ผมคิดว่าจะช่วยส่งเสริมเกษตรกรได้ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นใจขึ้น เราจึงทำข้อมูลเป็นตัวอย่างขึ้นมา ระหว่างการปลูกข้าวเปรียบเทียบกับพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อให้เห็นถึงการใช้น้ำมากน้อยแตกต่างกันเท่าใด ซึ่งเกษตรกรสามารถรู้ได้เลยว่าพืชที่ต้องการน้ำน้อยนั้นสามารถปลูกแล้วสร้างรายได้ให้กับเขาได้ เรายังมีการเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตให้เห็น เช่น สมมุติเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวาน ต้นทุนก็จะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงานยังไงเท่าไหร่ ทางเราได้คิดคำนวณเพื่อให้เกษตรกรมองภาพออกที่ชัดเจนขึ้น เพื่อให้มีพืชทางเลือกมากขึ้น และสามารถผ่านภัยแล้งนี้ไปด้วยกันให้ได้” คุณวิชัย กล่าว
ซึ่ง “ศรแดง” เป็นหนึ่งในบริษัทจัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้ริเริ่มโครงการ “ศรแดงพืชน้ำน้อย จากร้อยสู่ล้าน” ขึ้น พร้อมทั้งเตรียมทีมเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความรู้ ด้านการปลูกและการบริหารจัดการต้นทุน โดยสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่มีอาชีพปลูกพืชไร่ที่ใช้น้ำมาก อาทิ ข้าว เปลี่ยนมาเพาะปลูกพืช 7 ชนิด ที่ใช้น้ำน้อยแทน คือ 1. แตงกวา 2. ฟักทอง 3. แตงโม 4. ข้าวโพดหวาน 5. ข้าวโพดข้าวเหนียว 6. แฟง 7. ถั่วฝักยาว พืชทั้ง 7 ชนิดนี้ สามารถให้ผลตอบแทนได้ดีมากในระดับเดียวกับพืชไร่ เมื่อเปรียบเทียบจากต้นทุนต่างๆ ในการเพาะปลูก
นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับการปลูกพืชน้ำน้อยแล้ว การบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จำเป็นต้องดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การใช้ระบบน้ำหยด จึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมของเกษตรกรผู้ปลูกพืชน้ำน้อยในภาวะขาดแคลนน้ำเช่นนี้ โดยติดตั้งไว้บริเวณโคนต้นพืช พืชจะได้รับน้ำบริเวณรากอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ทำให้ดินมีความชื้นคงที่ ช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงาน บำรุงรักษาระบบง่าย เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เอง สามารถนำระบบนี้ใช้กับพื้นที่และดินได้ทุกประเภท ที่สำคัญคือ สามารถควบคุมวัชพืชได้และเป็นการประหยัดน้ำ ที่ส่งผลไปถึงการลดต้นทุนการปลูกในที่สุด ซึ่งการปลูกพืชน้ำน้อยนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในช่วงขาดแคลนน้ำ ยังถือว่าเป็นการช่วยชาติในการใช้น้ำอย่างประหยัดอีกทางหนึ่งด้วย