ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/238614
การเมือง >ข่าวการเมือง : 18 ส.ค. 2559
นัดโหวตถอดถอน“ประชา”แทรกแซงการทำงานอต.
ป.ป.ช.แถลงปิดสำนวนสอย“ประชา”ย้ำมีเจตนาแทรกแซงการทำงานอต. ล้วงลูกทำลายระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจ ขณะที่อดีตรมช.มหาดไทยโต้ทุกข้อกล่าวหา นัดโหวตถอดถอน 19 ส.ค.นี้
18 ส.ค.59 – ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีตรมช.มหาดไทย ออกจากตำแหน่ง กรณีใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำงานขององค์การตลาด (อต.) ในการพิจารณาลงโทษการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีตผอ.องค์การตลาด ตามมาตรา 6 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี 2557 ประกอบมาตรา 64 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2542 โดยเป็นการรับฟังคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้กล่าววหา และนายประชา ผู้ถูกกล่าววหา ทั้งนี้ที่ประชุมสนช.ได้เชิญคู่กรณีสองฝ่ายคือ ป.ป.ช. และนายประชามาชี้แจงแถลงปิดสำนวนให้ที่ประชุมสนช.รับทราบ
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า ยืนยัน ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนนายประชาออกจากตำแหน่งตามกฎหมาย โดยพบว่า นายประชามีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปสั่งการรองประธานคณะกรรมการ อต. เมื่อวันที่ 11 พ.ย.55 ขอให้ระงับการประชุมอต.ในวันที่ 12 พ.ย.2555 ที่มีวาระพิจารณาการเลิกจ้างนายธีธัชออกไปก่อน ทั้งที่ช่วงนั้นนายประชาแม้จะเป็นรมช.มหาดไทย แต่ยังไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลอต. จึงมีเจตนาแทรกแซงการทำงานในหน้าที่ของอต. ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ตามรัฐธรรมนูญปี 50 และขัดหลักเกณฑ์บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของรัฐวิสาหกิจ เพราะอำนาจการเลิกจ้างผู้อำนวยการอต.เป็นของบอร์ดอต. ไม่ใช่อำนาจของรมช.มหาดไทย อีกทั้งต่อมาเมื่อบอร์ด อต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัช สร้างความไม่พอใจให้นายประชา จนมีคำสั่งปลดบอร์ดอต. แสดงถึงการใช้อารมณ์และอำนาจในการบริหารรัฐวิสาหกิจ เป็นการล้วงลูก ทำลายระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจร้ายแรง ไม่ให้มีอิสระในการทำงาน ถูกฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงไม่จบสิ้น จึงเข้าข่ายสมควรให้สนช.ลงมติถอดถอน
ขณะที่นายประชา ประสพดี อดีตรมช.แถลงปิดสำนวน โดยปฏิเสธทุกกล่าวหาของป.ป.ช. และยืนยันว่า การกระทำของตนตามที่ถูกกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี มิได้มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของอต. และไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อตัวเอง หรือผู้อื่น ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่อต. จากสิ่งที่ได้นำเสนอตั้งแต่ตอนแถลงเปิดสำนวน การตอบข้อซักถาม เห็นว่า ข้อกล่าวหาเป็นเรื่องความเห็นต่างในข้อกฎหมายต่อการทำหน้าที่ของตนในฐานะรัฐมนตรีที่มีอำนาจกำกับดูแลอต.และรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่
“วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งสนช.จะลงมติถอดถอนผมนั้น เป็นวันสำคัญที่สุดต่อชีวิต ทั้งส่วนตัวและชีวิตการเมือง แต่เชื่อมั่นและมั่นใจว่า สมาชิกสนช.ทุกคนจะมีความเมตตากรุณา โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรมที่จะให้โอกาสด้วยการลงมติหรือวินิจฉัยด้วยประการใด ผมเชื่อและยึดมั่นว่า กฎแห่งกรรมมีจริง หากทำจริงจะต้องย่อยยับไม่วันใดก็วันหนึ่ง เมื่อผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับในมติ” นายประชา กล่าว
ภายหลังจากแถลงปิดสำนวนคดีด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมสนช.ได้นัดลงมติพิจารณาถอดถอนหรือไม่ถอดถอนนายประชาในวันที่ 19 ส.ค.เวลา 10.00 น.
