วงแตก!! กรธ.ไล่ สนช.ไปประชุมถกสาระคำถามพ่วงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/238799

คมชัดลึก, วางกลไก, กรธ., ที่ประชุมรัฐสภา, เสนอชื่อนายกฯ, เพิ่มสิทธิสว., วงแตก, ไล่, ประชุม, สาระ, คำถาม, พ่วง, ใหม่, กรธไล่, สมชาย
คมชัดลึก, วางกลไก, กรธ., ที่ประชุมรัฐสภา, เสนอชื่อนายกฯ, เพิ่มสิทธิสว., วงแตก, ไล่, ประชุม, สาระ, คำถาม, พ่วง, ใหม่, กรธไล่, สมชาย
คมชัดลึก, วางกลไก, กรธ., ที่ประชุมรัฐสภา, เสนอชื่อนายกฯ, เพิ่มสิทธิสว., วงแตก, ไล่, ประชุม, สาระ, คำถาม, พ่วง, ใหม่, กรธไล่, สมชาย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ส.ค. 2559

วงแตก!! กรธ.ไล่ สนช.ไปประชุมถกสาระคำถามพ่วงใหม่

“สมชาย”ยอมรับเสนอเพิ่มสิทธิสว.ให้เสนอชื่อนายกฯได้ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา บอกยังไม่สรุป กรธ.อาจนัดคุยต่อรอบหน้า ลั่นต้องวางกลไกเพื่อไม่ให้เกิดทางตันทางการเมืองด้วย

 

19 ส.ค. 59 – ในการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) วาระพิจารณารับฟังความเห็นของตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อคำอธิบายสาระของคำถามประกอบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านความเห็นชอบจากเสียงข้างมากของประชาชน ซึ่งตัแทน สนช. ที่เข้าชี้แจง มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่หนึ่ง เป็นผู้นำคณะเข้าชี้แจง ซึ่งการประชุมวาระดังกล่าวได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง

//

โดยภายหลังการประชุม นายสมชาย แสวงการ สนช. ที่เข้าร่วมชี้แจงให้สัมภาษณ์ ว่า ในการอธิบายสาระสำคัญคือ ให้ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ส่วนรูปแบบของการกำหนดรายละเอียดหรือขั้นตอนการเลือกนายกฯ นั้น ได้เสนอใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรก คือ กระบวนการเลือกนายกฯ ให้เป็นไปตามขั้นตอนที่อยู่ในมาตรา 159  ที่ให้ส.ส.เสนอรายชื่อบุคคลในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเข้ารับการโหวตเป็นนายกฯ และให้ส.ว.มีสิทธิร่วมลงมตินายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา และรูปแบบที่สอง คือ ให้สิทธิ์ ส.ว.สามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ  ด้วย ส่วนกรธ.จะรับฟังและปรับบทบัญญัติตามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกรธ. ที่จะตัดสินใจ อย่างไรก็ตามในการแลกเปลี่ยนความเห็นดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งเชื่อว่า กรธ. จะนัดตัวแทนสนช. เข้าหารือในที่ประชุมอีกครั้ง

“ข้อเสนอที่ให้ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภานั้น เป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงสถานการณ์และปัจจัยทางการเมืองด้วย เพราะหากไม่เขียนให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ แล้วเกิดประเด็นทางตันทางการเมืองจะทำอย่างไร ซึ่งรายละเอียดของสถานการณ์ต้องเป็นสิ่งที่คำนึงถึงให้มาก” นายสมชาย กล่าว

ขณะที่นายธานี อ่อนละเอียด สนช. กล่าวเพิ่มเติมว่าในการแลกเปลี่ยนความเห็นมีสิ่งที่กรธ. เห็นร่วมและเห็นตรงกันกับสนช. คือ เป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงคือ การปฏิรูปที่เกิดขึ้นได้จริงตามแผนยุทธศาสตร์ ส่วนหลักวิธีที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นอยู่ต้องไปพิจารณากันว่าจะเขียนไว้อย่างไร ซึ่งหลังจากที่กลุ่มตัวแทนสนช. จะนำประเด็นที่กรธ. แลกเปลี่ยนความเห็นไปพิจารณาร่วมกันอีกที และจะกลับมาร่วมประชุมกรธ.ใหม่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าต้องประชุมร่วมกันไม่ต่ำกว่า 3ครั้งเป็นอย่างน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอของตัวแทนสนช. ที่เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมกรธ. พิจารณานั้น ตามเอกสารสรุปประเด็นสำคัญในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติให้สอดคล้องกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติฯ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เป็นประธานนั้น มีข้อเสนอต่อการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้  1.ประเด็นที่มาของรายชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ มติที่ประชุมเห็นว่า รายชื่อฯ ต้องเป็นไปตามมาตรา 88 ของร่างรัฐธรรมนูญ คือ มาจากบัญชีของพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ 2.ประเด็นผู้มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา มติที่ประชุมระบุว่า คือพรรคการเมืองที่มีส.ส. ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5 ของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการรับรองจากส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของสภาฯ

3.ประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 272 ของร่างรัฐธรรมนูญ มติที่ประชุมระบุว่า 1.ในระหว่าง 5 ปีนับตั้งแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรก ให้รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 88 และมาตรา 159 ภายใน 30 วันนับแต่วันเสนอรายชื่อต่อรัฐสภา ซึ่งกรณีดังกล่าวหมายความว่าวุฒิสภา เข้าไปมีส่วนร่วมกับการได้มาซึ่งนายกฯ ในขั้นตอนนี้เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในนามรัฐสภาเท่านั้น ส.ว. ไม่มีสิทธิในการเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต่อรัฐสภา และ 2.ในกรณที่ไม่สามารถแต่งตั้งนายกฯ ภายในระยะเวลา 30 วัน ให้รัฐสภาเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกฯ  คือให้ส.ว.มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ได้ และจะเป็นรายชื่อผู้อยู่ในบัญชีพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ ตลอดจนถึงขั้นตอนการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ ในรรัฐสภา  ขณะที่การลงคะแนนเลือกนายกฯ ต้องทำโดยเปิดเผย และผู้ที่ได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกของรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นการรับฟังความเห็นของสนช. แล้ว ทางฝ่ายเลขานุการ กรธ. ได้แจ้งว่า กรธ.จะนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 24 ส.ค.

 

Leave a comment