“บิ๊กตู่”ถกพิเศษ“ครม.-คสช.”ทำความเข้าใจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/239292


ข่าวการเมือง คมชัดลึ, ส.ว.เลือกนายกฯ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊ก, ตู่, พิเศษ, ครม, คสช, ทำความเข้าใจ, ร่วม, เลือก, นายกฯ, สวร่วมเลือกนายกฯ, บิ๊กตู่, ครม-คสช, รธนชั่วคราว, สนช

การเมือง  : 23 ส.ค. 2559

“บิ๊กตู่”ถกพิเศษ“ครม.-คสช.”ทำความเข้าใจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ

“นายกฯ”คุยวาระพิเศษ “ครม.-คสช.” ทำความเข้าใจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯ ได้ใน 5 ปีแรก แต่ถ้าล่มรอบสองเลือกคนนอกบัญชีพรรคได้ เตรียมแก้ “รธน.ชั่วคราว”เพิ่ม“สนช.”

 

23 ส.ค. 59 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุมครม.ว่า วันนี้มีการประชุมทั้งครม. และประชุมวาระพิเศษของครม.และ คสช. ซึ่งที่ประชุมถือว่าครบองค์ประกอบที่เพียงพอ โดยมีการพูดถึงความเข้าใจของครม.และคสช. ในเรื่องการทำประชามติ คือ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นความเข้าใจของตน ครม.และคสช.ทุกคน ว่าเข้าใจแบบนี้ คือ

 

5 ปีแรกในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา คือ ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรี จากเดิมให้ส.ส.ฝ่ายเดียวเลือก เปลี่ยนไปให้ส.ส. และส.ว.รวม 750 คน เลือกตั้งแต่ต้นจากรอบแรกที่จำเป็นต้องเลือกจากรายชื่อในตะกร้าที่แต่ละพรรคเสนอมาพรรคละ 3 คน ซึ่งรอบแรกต้องเลือกจากรายชื่อนี้เท่านั้น ถ้าใครได้ถึงครึ่งคือ 376 คนจาก 750 คน ก็เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ายังไม่ได้ก็เลือกรอบสอง คือ แก้ปัญหาเดิมที่เคยบอกว่า ไปไม่ได้ก็ใช้มาตรา 7 ซึ่งแก้ตรงนี้ถ้าหากเลือกรอบแรกไม่ได้ก็เลือกใหม่ โดยคราวนี้จะสามารถเลือกจากนอกตะกร้าได้ ส่วนใครเสนอชื่อผมไม่รู้เป็นเรื่อง กรธ.ไปพิจารณา ที่ไปหารือกับสนช. และสนช.ต้องไปดูมติของสนช.ด้วย และหลายอย่างที่มีการชี้แจงว่าคำถามพ่วงทำมาเพื่ออะไร ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมด มาพูดกันไปพูดกันมาอย่างนี้อย่างโน้นไม่ได้ ต้องเป็นไปตามตัวบทอักษร และตามความมุ่งหมายที่ออกคำถามพ่วงไป ในเรื่องของ 5 ปีที่ว่าจะเลือกกี่ครั้งก็คือในระยะเวลา 5 ปี ส.ส.และส.ว.ต้องเลือกภายใน 5ปี ”

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นของตน ถ้าได้คนดีมา และส.ส.เสนอมา ใครจะไปปฏิเสธเขาได้ เขาก็ต้องยินยอมและใช้คะแนนเสียงครึ่งหนึ่งของสองสภา นี่คือความเข้าใจของตนและครม.ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ชี้แจงโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตนยืนยันว่าเป็นไปตามที่พูดมาคือสิ่งที่เราเข้าใจ

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในการประชุมวาระพิเศษของครม.และคสช. ในวาระที่ 2 คือ เรื่องความจำเป็นในการแก้ไขมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เดิมมีสนช.ไม่เกิน 220 คน จะเพิ่มอีก 30 คน ซึ่งต้องไม่เกิน 250 คน ทั้งนี้ เหตุผลไม่เกี่ยวเรื่องนายกฯ เพราะวันนี้ต้องเร่งรัดการทำกฎหมายสำคัญของรัฐธรรมนูญที่ยังเหลืออยู่กว่า 50 ฉบับ และมีเรื่องกฎหมายอื่นตามนโยบายของรัฐบาลอีกหลายสิบฉบับ

 

“สนช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ ต่างๆ ไม่เกี่ยวข้องและจะอยู่ไปถึงก่อนวันเลือกตั้งเท่านั้น ไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องกลับมาเป็นส.ว. เพราะต้องมีกรรมการสรรหา มีวิธีการอีกมากและคุณสมบัติก็ต่างออกไป เช่น วันนี้สนช.เป็นข้าราชการประจำได้ ส.ว.เป็นข้าราชการประจำไม่ได้ ใส่เข้าไปจะได้เข้าใจกันสักที ที่ผ่านมาเรียนไปแล้วว่า ผมไม่เข้าไปคาบเกี่ยว มีอะไรก็เสนอเข้าไป ให้กรธ.พิจารณา ถ้ากรธ.เห็นชอบก็ทำใส่ไปในร่าง ส่วนเรื่องคำถามพ่วง เป็นเรื่องของสปท. เป็นคนเริ่มมาด้วยซ้ำไปและเสนอสนช.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนเสนอไปที่กกต.ให้เพิ่มไปประเด็นคำถามพ่วง และคำถามพ่วงก็ต้องไปดูว่าเขากำลังตีกรอบให้อยู่แค่ไหนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องกรธ. กรธ.คือผู้ที่จะยุติทั้งหมด อย่าไปฟังคนอื่น เพราจะตีกันไปเองหมด ประเด็นของผมคืออย่าเอาผมไปเกี่ยวข้องอะไรเลยตรงนี้ ของร้องเถอะ” นายกฯ กล่าว

 

เมื่อถามว่า ระยะเวลาการแต่งตั้งสนช. ให้ครบ 250 คนเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งการตั้งสนช.เพิ่ม เพราะบางคนก็ตายบ้าง ลาออกบ้าง แล้ววันนี้ในส่วนของความมั่นคงมีกฎหมายหลายฉบับที่ต้องทำ และวันนี้การปรับย้ายต่างๆ ก็มีออกมาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทหารด้วย หลังการประชุมวันนี้ นายวิษณุ จะประสานฝ่ายเกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง

“การตั้งสนช.เพิ่มไม่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดอำนาจ พอได้แล้ว วันนี้ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายไว้ใจผมมาทำงานต่อให้ได้” นายกฯกล่าว

 

เมื่อถามว่า จะมอบหมายให้ นายวิษณุ ไปหารือกับนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เขาคุยกันอยู่แล้ว เพราะเป็นฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล จะทำงานไม่คุยกับใครได้อย่างไร และจะทำข้อเสนอขึ้นไปว่าที่ประชุม ครม.-คสช.ในวาระพิเศษรับทราบแบบนี้ ดูว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ตรงก็ให้ว่ากันมา ต้องคุยกันทุกวันนี้ตนก็ฟังกรธ.คุย และไม่ได้ไปขัดแย้งท่านจะพูดอะไรก็พูดไป คสช.พูดมาก็พูดไป

 

“ทั้งหมดอำนาจอยู่ที่กรธ. จะทำหรือไม่ทำอยู่ และคนจะตัดสินว่าถูกหรือไม่ถูกอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ตีกรธ.เข้าไป ตีคสช. ตีครม. ตีผม เข้าไปแล้วประเทศชาติจะไปตรงไหนได้ อยู่ที่เดิมนั่นแหล่ะ ทำไมไม่มองว่าจะเปลี่ยนผ่านกันได้อย่างไร จะอย่างไรให้บ้านเมืองสงบสุข ทำอย่างไรให้บ้านเมืองมีการพัฒนา ให้ปัญหาเก่าๆ ไม่กลับมา เขาคิดกันแบบนี้อยู่ วันนี้วุ่นวายไปหมด ทุกคนหวังดี ทุกคนอยากได้นี่อยากได้โน่น เพราะเขาไม่ไว้ใจ ไว้ใจหรือยังคุณไว้ใจเหรอ ไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นใช่ไหม ใครจะมาจะไปก็ช่าง ประเทศไทยเก่งอยู่แล้วหรือไง คุณไว้ใจเขาหรือเปล่า ผมไว้ในคนที่มีธรรมาภิบาล คนที่ไม่กระทำผิดกฎหมาย ผมต้องการคนเหล่านี้เข้ามา แต่ถ้าไม่ต้องการก็เรื่องของท่าน ผมต้องการแค่นั้น ไอ้ที่เขาเขียนคำถามพ่วง เพื่อต้องการแก้ปัญหาที่ทะเลาะกันแต่เดิมว่าทำอะไรไม่ได้ จึงมีทางออกมีรู มาให้ตรงนี้ แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าจะมาจะไปยังไง ใครจะเลือก เลือกจะจากสวรรค์ชั้นฟ้าที่ไหนก็ไปเลือกมา”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ว่าคนถูกเลือกยอมหรือไม่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะส่งใครมาก็ได้ คนถูกเลือกก็ต้องยอมด้วย เขาจะมาหรือไม่แบบนั้น ไม่รู้เป็นเรื่องของกรธ. “ ให้เกียรติเขาบ้าง เขาทำงานกันแทบตาย ไปทวงบุญคุณอะไรเขาอีก เงินเดือน เบี้ยเลี้ยงใช้เปลือง ปั๊ดโธ่ ไอ้ที่ก่อนๆ ทำไมไม่ทวง ใช้มากกว่านี้หรือไม่ นี่เขาทำงานงกๆทุกวัน กฎหมายออกมาเท่าไหร่ 7 ปีออกกฎหมายกัน 120 ฉบับ นี่ 2 ปี กฎหมายออกมา 170 ฉบับ มันก็แตกต่างกันแล้ว ” และกฎหมายต่างๆก็ออกมาในรัฐบาลนี้ บางอย่างที่ทำไม่ได้ก็แกะออกมาและเดินหน้าไปให้ได้ ทำให้เสร็จต้องแก้ไขทุกอย่างไม่ให้ติดเหมือนเดิม เพราะวันหน้าจะติดอยู่แบบเก่าหากไม่รื้อวันนี้ แต่ตนไม่ได้ต้องการไปรังแกใครทั้งสิ้น

 

Leave a comment