ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/240065
การเมือง : 29 ส.ค. 2559
“คำถามพ่วง”ปมร้อน ที่ไม่ยอมจบ
“คำถามพ่วง” ที่ให้ ส.ว. ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ยังมีข้อโต้แย้งจาก สนช.ว่าต้องให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯด้วย แม้ว่า กรธ.จะยืนยันว่า แค่ร่วมลงมติเท่านั้น ก็ตาม
กลางสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ( กรธ.) ได้มีมติให้แก้ไขมาตรา 272 เพื่อให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับ“คำถามพ่วง” ที่นำไปทำประชามติถามประชาชน (คำถามพ่วงที่นำไปถามประชาชนและผ่านประชามติ มีเนื้อหาใจความว่า ” เห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องฯ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรก ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี)
โดยในวรรคแรก กรธ. ได้ปรับบทบัญญัติดังกล่าวว่า” ในระยะ 5 ปีหลังจากการเลือกตั้ง ส.ส. ให้รัฐสภาเป็นผู้ลงมติแต่งตั้งบุคคลที่จะมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง” โดยใช้เสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ ”
นั่นหมายความว่า หลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับประชามติเสร็จสิ้น ก็จะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ต้องเลือกจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมาก่อน โดย ส.ว.มีสิทธิร่วมโหวตกับ ส.ส.ด้วย โดยเสียงเห็นชอบต้องเกินครึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
ส่วนวรรคสอง ระบุว่า กรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอได้ ให้ ส.ส. เข้าชื่อไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อลงมติงดเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรคการเมือง ซึ่งก็คือ การเลือกนายกฯ จากบุคคลนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ หรือนายกฯคนนอก โดยใช้เกณฑ์เสียงมากกว่า 2 ใน 3 และเมื่อที่ประชุมรัฐสภามีมติยกเว้นให้เลือกนายกฯจากบุคคลนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ ที่ประชุมรัฐสภาก็จะลงมติเลือกนายกฯคนนอก โดยใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง
อธิบายง่ายๆ ก็คือ ส.ว. มีสิทธิร่วมโหวตนายกฯ ทั้งในกรณีเลือกจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอและจากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองเสนอหรือ นายกฯคนนอก
แต่ ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุมรัฐสภาในทุกกรณี ประเด็นนี้เองที่ทำให้ไม่ถูกใจ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)บางส่วน ที่เป็นคนเสนอ“คำถามพ่วง” ที่ต้องการให้ ส.ว. มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองที่เสนอได้
โดย สนช. กลุ่มนี้ ให้เหตุผลว่า ตาม”คำถามพ่วง”ที่นำไปทำประชามติถามประชาชนนัั้น เมื่อประชาชนให้ความเห็นชอบให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯได้ ก็ต้องหมายความถึงทั้ง”กระบวนการ”ในการเลือกนายกฯ ซึ่งรวมถึง “การเสนอชื่อ” นายกฯด้วย เพราะ “คำถามพ่วง” ใช้คำว่า ..” …รัฐสภา“เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ”บุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี“ โดยย้ำคำว่า ”พิจารณาให้ความเห็นชอบ ” ซึ่งหมายถึงกระบวนการทั้งหมด ไม่แค่โหวตหรือลงมติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม มีคนสงสัยประเด็นที่ สนช. บางส่วน เคลื่อนไหวต้องการให้ “ ส.ว. ต้องมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ”ด้วย ว่ามีความสำคัญอะไรนักหนา เพราะร่างรัฐธรรมนูญก็เปิดช่องให้เลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ ซึ่งเปิดทางให้กับนายกฯคนนอกอยู่แล้ว
คำตอบ น่าจะเป็นเพราะอาจมีการเกรงว่า จะเกิดกรณีที่ ส.ส. รวบรวมชื่อได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนฯ คือ 250 เสียง ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติงดเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรคการเมืองในกรณีที่เลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองไม่ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้“นายกฯคนนอก” แจ้งเกิดไม่ได้ แต่ถ้าให้ ส.ว. ซึ่งมาจากการเลือกด้วยมือของคสช.แท้ๆ จำนวน 250 คน มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ได้ด้วย ก็จะเป็นหลักประกันได้อย่างดี ในเรื่องการเสนอชื่อ“นายกฯคนนอก” เพื่อ“ปิดทางตัน”ในกรณ๊ีเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมืองไม่ได้ และเป็นเหตุผลทางการเมืองด้วยที่ สนช. กลุ่มนี้ ผลักดัน สนับสนุนให้มี “นายกฯคนนอก” อย่างชนิดออกหน้าออกตา
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง“คำถามพ่วง ”ที่ผ่านประชามติ จะต้องเขียนร่างรัฐธรรมอย่างไรถึงจะถูกต้องนั้น สุดท้าย“ศาลรัฐธรรมนูญ ” จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งคาดว่ากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะส่งร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขในประเด็นคำถามพ่วงให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้ ในขณะที่ สนช.เองก็เตรียมที่จะเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันจุดเดิมว่า ส.ว. มีสิทธิเสนอชื่อนนายกฯได้ โดยอ้างความเป็นเจ้าของ“คำถามพ่วง ”
แต่คำถามคือว่า เอาเข้าจริง ศาลรัฐธรรมนูญ จะเปิดโอกาสให้ สนช.เข้าชี้แจงได้หรือไม่ เพราะมีคนเห็นว่า หน้าที่ของสนช. ในเรื่องคำถามพ่วง จบลงแล้ว ตั้งแต่ตั้งคำถามพ่วงเสร็จ การเขียนร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องคำถามพ่วง เป็นหน้าที่ของ กรธ. ไม่เกี่ยวกับ สนช. แต่อย่างใด
