ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/240469
การเมือง >ข่าวการเมือง : 1 ก.ย. 2559
“นิพิฏฐ์” ชี้ห้ามปราศรัย ทำนักการเมืองหน้าใหม่เสียเปรียบ
“นิพิฏฐ์” ชี้ห้ามปราศรับ ทำนักการเมืองหน้าใหม่เสียเปรียบ ระบุรูปแบบประชามติ รัฐพูดฝ่ายเดียว ต่างจากเลือกตั้งทั่วไป
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปีตย์ กล่าวถึงข้อเสนอการหาเสียงเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นโมเดล ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนรับได้หมดทุกรูปแบบทั้งการเลือกตั้งแบบอเมริกา เยอรมนี หรือญี่ปุ่น แต่การที่เราจะเอาโมเดลอะไรมาก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องดูบริบทการเมืองของประเทศไทยด้วย เพราะระบบประชาธิปไตยของไทยต่างกับประเทศอื่นๆ ถ้าเราจะเอารูปแบบการหาเสียงแบบญี่ปุ่นมา จะต้องปรับแก้ระบบอีกหลายอย่างให้สอดคล้อง
นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมืองเก่าในพรรคใหญ่ เห็นว่าทำให้นักการเมืองหน้าใหม่จะเสียเปรียบ เพราะเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นงดเวทีปราศรัย ซึ่งนักการเมืองหน้าเก่าจะไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้หากรณรงค์หาเสียงไม่ได้ แต่จะใช้วิธีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ส่งรูปและประวัติผู้สมัครไปตามครัวเรือน แบบนี้นักการเมืองเก่าคงไม่มีปัญหา เพราะคนในพื้นที่จะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่นักการเมืองที่เข้ามาใหม่ ใครจะรู้จัก ถามว่าแบบนี้ประชาชนจะเลือกหรือไม่ อยากให้ลองคิดดู ด้วยเหตุนี้ พรรคการเมืองจึงต้องมีเวทีปราศรัย เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ ได้แนะนำตัว ประวัติ วิสัยทัศน์ การทำงาน แต่ถ้าท่านจะห้ามปราศรัย ตนคนรุ่นเก่าไม่มีปัญหาแน่นอน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายไพบูลย์ได้เสนอให้ถอดบทเรียนจากการทำประชามติ เพื่อเป็นรูปแบบการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกด้วย นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า รูปแบบการทำประชามติที่ผ่านมา เป็นการสื่อสารทางเดียว คือ รัฐ ผู้มีอำนาจในการสื่อสาร ใครที่เห็นต่างก็ถูกดำเนินคดีหมด กลับกันคนที่เห็นด้วย สามารถพูดได้ทุกอย่าง ตนอยากให้มองว่า กระบวนการทำประชามติแตกต่างจากการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้ง ผู้เล่นคือนักการเมือง ถ้าไม่มีการหาเสียง ปราศรัย ชาวบ้านจะตรวจสอบลำบาก นักการเมืองเปรียบเสมือนคนที่จะต้องแก้ผ้าต่อหน้าประชาชน ต้องเปิดทุกอย่างให้หมดเปลือก ตั้งแต่วันปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ของตัวเองแล้ว
