ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ส.ค. 2559 06:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701150

นักการเมืองแอบปรับกลยุทธ์ใหม่
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังแถลงการณ์จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 59 ว่า หลังจากที่ผ่านมาภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมมือกันเข้มงวดการตรวจสอบและป้องปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ที่อยู่ในขบวนการคอร์รัปชัน ทั้งในส่วนของข้าราชการ นักการเมือง หรือผู้ประกอบการบางรายต่างปรับกลยุทธ์ในการทุจริตที่มีความซับซ้อนอำพรางหรือแยบยลมากขึ้น ดังนั้นทางองค์กรฯ จะเร่งศึกษาหาวิธีการป้องกันคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้รู้ทันกลยุทธ์กลโกงงบประมาณของกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น
“การรณรงค์และสร้างมาตรการในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด ในช่วงที่ผ่านมา ได้ช่วยรัฐประหยัดงบประมาณในโครงการต่างๆ ได้มาก นอกจากนี้ เท่าที่ได้มีการรับฟังข้อมูลมาพบว่าการเรียกรับเงินใต้โต๊ะจากอดีตที่มีการจ่ายเงินเพื่อให้ได้งานโครงการรัฐสูง 25-30% แต่ล่าสุดตัวเลขการจ่ายเงินใต้โต๊ะลดเหลือ 10-15%”
นายประมนต์ กล่าวว่า แต่ที่วิกฤติหนักและแก้ไขได้ยากคือการคอร์รัปชันในระบบราชการ ซึ่งมีตั้งแต่ในระดับซี 3-4 ขึ้นไปจนถึงข้าราชการระดับสูง โดยมีการดึงงานให้ล่าช้า หากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป จ่ายเงินก็จะทำให้การอนุมัติงานมีความรวดเร็วขึ้น โดยองค์กรฯ จะเร่งหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาต่อไป ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีทหารบางกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชันในบางโครงการนั้น องค์กรฯ ยอมรับว่า ทุกกลุ่มในสังคมไทยยังมีการคอร์รัปชันอยู่ แต่ที่ภาคเอกชนคลายกังวลและมีความมั่นใจได้คือ ปัจจุบันผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรต่างๆให้ความสำคัญในการปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวด และมีความร่วมมือกันมากขึ้น
นอกจากนี้ องค์กรฯ เตรียมส่งบุคลากรเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสโครงการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 60 (ต.ค.59-ก.ย.60) จำนวน 9 โครงการมูลค่าประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ-โคราช, โครงการจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจ, โครงการทำระบายน้ำของกรมชลประทานและการทำงานของกรมที่ดิน เป็นต้น จากปัจจุบันที่ได้เข้าไปร่วมติดตามตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่จากปีงบประมาณ 59 (ต.ค.58-ก.ย.59) มากถึง 26 โครงการมูลค่าลงทุน 50,000-60,000 ล้านบาท เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างของการบินไทย, การลงทุนท่อก๊าซ ของ บมจ. ปตท., โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก., การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องเอกซเรย์ของกรมศุลกากร เป็นต้น.