พายุ‘ราอี’พัดถล่ม เหนือ-อีสานอ่วม! ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/235385

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พายุ‘ราอี’พัดถล่ม

เหนือ-อีสานอ่วม!

ปภ.สั่ง32จว.รับมือ

น้ำป่าหลากดินสไลด์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่าจากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าพายุดีเปรสชั่นราอี(Rai)ที่เคลื่อนตัวผ่าน จ.อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ อ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้วคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ จะทำให้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

โดยทาง ปภ.ได้ประสาน32จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ14จังหวัดได้แก่เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ภาคเหนือ 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่าภาวะฝนตกหนักระยะนี้ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ใน5จังหวัดรวม5 อำเภอ 9 ตำบล แยกเป็นจ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ อ.ขุญหาญ จ.ตราด เกิดดินสไลด์ใน อ.เกาะช้าง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ขุนยวม จ.พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ดอกคำใต้ อ.แม่ใจและอ.เมืองพะเยา ได้รับผลกระทบ 500 หลังคาเรือน ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรของ อ.ดอกคำใต้

สถานการณ์ผลจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น“ราอี”ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันหลายวันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนเคลื่อนตัวเข้ามายังเขตพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งช่วงเช้าวันที่ 14กันยายนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสํานักงาน ปภ.เชียงใหม่ เผยว่า จากการตรวจสอบเรดาร์ฝนหลวงอมก๋อย พบมี 9 อำเภอ มีฝนตกหนัก ได้แก่ อ.อมก๋อย อ.ดอยเต่า อ.ฮอด อ.แม่แจ่ม อ.แม่วาง อ.สะเมิง อ.แม่ริม อ.แม่แตง และอ.เมืองเชียงใหม่และมี 6 อำเภอ มีฝนตกปกติ ได้แก่อ.ดอยหล่อ อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.สันทราย อ.ดอยสะเก็ด และอ.พร้าว

และในช่วงเช้า เกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้นสนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารล้มทับบริเวณทางขึ้นบันไดนาค ด้านซ้ายเสียหายค่อนข้างมาก ค้านขวาเสียหายเล็กน้อย ทางวัดและเจ้าหน้าที่ได้ยกต้นไม้ออกจนสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุฯได้แล้ว

หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลากแรงจนน้ำตกเป็นสีโคลนขุ่นเกรง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ได้ติดป้าย ปิดน้ำตกแม่กลาง และน้ำตกแม่ยะ ชั่วคราว เพื่อป้องกันเหตุอันตรายแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยได้สั่งปิด น้ำตก 2 แห่ง คือ น้ำตกแม่สา และน้ำตกตาดหมอก ต.แม่แรม อ.แม่ริม

จ.พิษณุโลก หลังฝนตกหนักน้ำป่าจากเทือกเขาสูงอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่ ต.ชมพู อ.เนินมะปราง ทางหมู่บ้านได้ประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ บางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่ศาลาวัด

ด้าน นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งนายอำเภอใน 4 พื้นที่คือ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และ อ.ดงเจริญ พื้นที่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ให้เฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตก จากอิทธิพลของพายุราอี อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลันและดินสไลด์

ที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ห้างฉัตร น้ำในลำห้วยสาขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในหลายพื้นที่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50-100ซ.ม. แรงน้ำทำให้สะพาน ที่ใช้ข้ามในระหว่างบ้านแม่ตาลน้อย จำนวน 2 แห่ง เกิดทรุดตัว ตรงคอสะพาน จนใช้สัญจรผ่านไปมาไม่ได้

และในช่วงเช้า จ.แพร่ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ 4 และหมู่ 11 ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ หลังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำจากอ่างห้วยผาคำ เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนที่ใช้สัญจรไปมาไม่ได้ กระแสน้ำแรง และน้ำขึ้นสูง 1-2 เมตร จนมองไม่เห็นทาง ขณะที่ชาวบ้านต้องขนของขึ้นที่สูง บางแห่งขนของไม่ทัน

ในส่วนผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ จ.เลย หลังเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าไหลหลากตามลำน้ำหมัน และห้วยศอกเอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่ง น้ำท่วม 5 หมู่บ้าน คือ บ้านด่านซ้าย บ้านเหนือ บ้านนาเวียง บ้านนาเวียงใหญ่ และบ้านหัวนายูง โดยเบื้องต้น นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ประสานเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมีทั้งทหารกรมทหารพรานที่ 21 เจ้าหน้าที่ ปภ.ด่านซ้าย และเทศบาลเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านประสบปัญหา

จ.ศรีสะเกษ เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ป่าเขา ด้านชายแดนไทย-กัมพูชา มีน้ำฝนไหลลงในลำห้วยจันทร์ปริมาณมาก มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมที่บ้านกระเบา หมู่ 4 และบ้านค้อตานี หมู่ 8 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ถนนสายขุนหาญ-ห้วยจันทร์ มีน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40เซ็นติเมตรซึ่งทั้ง2หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 350 ครอบครัว

ที่จ.กาฬสินธุ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่าเพียง 3วัน เป็นผลดี มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากกว่า30ล้านลูกบาศ์กเมตร( ลบ.ม.)มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 924 ล้าน ลบ.ม.จึงระบายน้ำเพียงวันละ3 ล้าน ลบ.ม.เพื่อเตรียมการรับมือปัญหาฝนแล้งในอนาคต

ขณะที่ นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศเตือนภัยประชาชนที่อยู่ริม ตลิ่งโดยเฉพาะในเขตลำน้ำปาว และ ลำน้ำชี 5 อำเภอ คืออ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากมี3 เภอ คือ อ.ยางตลาด อ.สหัสขันธ์ อ.นาคู อ.กุฉินารายณ์

เย็นวันเดียวกัน เวลา17.00น.กรมอุตุนิยมวิทย ออกประกาศพายุ“ราอี”ฉบับที่19ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่นราอีเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนล่างลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และจ.ลพบุรี ขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้

 

Leave a comment