ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/242343
การเมือง : 15 ก.ย. 2559
“วิษณุ” โชว์ผลงาน 2 ปี ดัน กม.187 ฉบับ
วิษณุ โว รัฐบาลอยู่ 2 ปี ดัน กม.แล้ว 187 ฉบับ เย้ย 4 รัฐบาลก่อนอยู่รวมกัน 7 ปี ออกได้แค่ 120 ฉบับ ชี้ เข้ามาปลดเปลื้องปัญหาเพียบ เตือน กม.7ชั่วโคตร น่ากลัวจริงๆ
15 ก.ย.59-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แถลงผลงาน 2 ปีว่า ก่อนที่คสช.จะเข้ามา ประเทศไทยถูกต่างชาติมองว่าเกือบเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะกลไกขับเคลื่อนประเทศ โดยอำนาจ 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ความไม่ปลอดภัยทั่วทุกหัวระแหง กฎหมายแม้จะมีมาก แต่มีก็เหมือนเศษกระดาษ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ บังคับใช้แล้วไม่มีใครกลัว จนไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ซึ่งงานเร่งด่วนตั้งแต่ คสช.เข้ามาคือ ฟื้นฟูการทำงานของประเทศให้กลับสู่ความสงบ ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์
“ด้วยความที่บ้านเมืองไม่สงบจะเห็นได้จาก 7 ปีก่อนที่คสช.จะเข้ามา ตั้งแต่ปี 51 – 57 มีถึง 4 รัฐบาล แต่สามารถออกกฎหมายได้เพียง 120 ฉบับ ตกปีละ17 ฉบับ เพราะสถานการณ์ไม่อำนวยให้ทำได้ แต่เมื่อเทียบกับ 2 ปีนับแต่ คสช. เข้ามา ตั้งแต่ ก.ย.57 – ก.ย.59 มีกฎหมายที่ออกมาทั้งหมด 187 ฉบับ อยู่ระหว่างอยู่การพิจารณาของสนช. ซึ่งกำลังจะออกมา 27 ฉบับ รวมทั้งการใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาเล็กๆ น้อยอีก 104 ฉบับ ทั้งหมดคือเครื่องมือที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ และแก้ปัญหาของประเทศต่อไปข้างหน้าเพียงพอ ยืนยันว่ากฎหมายที่ออกมา ไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณ เพราะมีมาตรการควบคุมคุณภาพอยู่” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า โดยในวันที่คสช.ยึดอำนาจ ได้ตั้งฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของคสช.ขึ้นมา ปรากฎว่า ปลัดทั้ง 20 กระทรวง เข้ามาขอให้คสช.ช่วยออกฎหมาย รวม 300 ฉบับ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่สามารถออกได้ เพราะเจอสารพัดปัญหา ซึ่งบางฉบับจำเป็นต้องออกโดยเร็ว บางฉบับต้องออกเพราะเป็นพันธะสัญญาระหว่างประเทศ หรือบางฉบับหากไม่ออกจะไม่สามารถทำงานได้ ประชาชนจะลำบาก โดยเราได้มีการกลั่นกรองว่ากฎหมายเก่าฉบับใดพอใช้งานได้ก็ใช้ต่อไปอะไรที่แย่จะแก้ไขให้ อะไรที่ยังเป็นข้อถกเถียงจะเร่งผลักดันให้ อะไรผิดพลาดจะทำใหม่อะไรที่คิดแล้วแต่ไม่ยอมทำ คสช.จะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อะไรที่ยังไม่เริ่ม นายกฯ บอกว่าให้เริ่มเสียสิ ดังนั้น อีก 1 ปีข้างหน้าจะมีกฎหมายทะลักออกมาอีก 100 กว่าฉบับ รวมถึงพ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. … ออกมาบังคับใช้ ซึ่งไม่เฉพาะตัวรัฐมนตรี แต่รวมไปถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ที่เสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองมากว่าประโยชน์ส่วนร่วม จะมีความผิด ถือว่าเป็นกฎหมายที่น่ากลัวจริงๆ ดังนั้น 2ปี ที่คสช.เข้ามา ได้ปลดเปลื้องปัญหาไปแล้วจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ของชาวบ้าน ทุกข์ของข้าราชการ ทุกข์ของนักลงทุน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ อุปสรรคในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงปัญหาการติดต่อราชการ และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจะตั้งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้
นายวิษณุ กล่าวว่า อีก1ปีนับจากนี้ รัฐบาลต้องแบกภาระบนบ่าทั้ง2ข้าง บ่าซ้าย คือผลักกันกฎหมายที่รัฐบาลอยากจะออก ประชาชนอยากได้ ส่วนราชการอยากเห็น ซึ่งประเทศไทยต้องมี ไม่เช่นนั้นจะอยู่ลำบาก เช่น กฎหมายวิธีการงบประมาณฉบับใหม่ กฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ กฎหมายสรรพสามิต กฎหมายกองทุนกู้ยืมการศึกษา และแก้กฎหมายพื้นฐานอื่นๆ อีก เพื่อให้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลหน้า ส่วนบ่าขวา การขับเคลื่อนออกกฎหมายตามที่ร่างรัฐธรรมนูญบังคับ หลังประชามติผ่าน อีก 59 ฉบับ ซึ่งจะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งทั้งหมดจะออกมาเป็นเครื่องมือให้นัฐบาลหน้าได้ใช้ รัฐบาลนี้ไม่ทันได้ใช้หรอก

