ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/243390
การเมือง >ข่าวการเมือง : 23 ก.ย. 2559
“ชาญชัย”เบรคกกต.หยุดเพิ่มอำนาจหันปฏิรูปตัวเอง
“ชาญชัย”แฉกกต.ปล่อยผีใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขอหยุดเสนอเพิ่มอำนาจหันมาปฏิรูปตัวเองบ้าง เสนอให้กกต.โดนโทษสองเท่าหากทำผิดเสนอประชาชนตรวจเอกสารหลังเลือกได้
23 ก.ย. — นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ที่ผ่านมา กกต.มีอำนาจหน้าที่มากอยู่แล้ว และกำลังแก้กฎหมายขอสิทธิให้ใบสารพัดสีซึ่งตนไม่ขัดข้องเรื่องนี้ เพราะทำงานการเมืองก็ไม่มีเจตนาทุจริตและไม่สนใจว่าโทษจะเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งที่อยากฝากไปถึงกรธ.ก็คือที่ผ่านมากกต.ประสบความล้มเหลว โดยสิ่งที่ควรแก้ไขนั้น ตนขอให้กรธ.ปรับปรุงกฎหมายลูกที่กำลังร่างอยู่คือให้กกต.ต้องตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ให้มีพฤติกรรมร่วมทุจริตกับพรรคการเมืองใด ต้องทำหน้าที่โดยสุจริต โปร่งใส หากไปช่วยเหลือใครก็จะเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งไม่จบสิ้นตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับชาติ อีกทั้งที่ผ่านมาเคยมีการกระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของ กกต.เอง เช่น แบบส.ส.10 คือเอกสารแสดงตัวของที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นำบัตรประชาชนมาลงชื่อเพื่อใช้สิทธิ์ พร้อมการเซ็นชื่อยืนยันเป็นหลักฐาน ว่าได้มาใช้สิทธิ์จริง แต่ปรากฏว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบางส่วนไม่ได้มาใช้สิทธิ์ แต่กลับมีคนอื่นมาเซ็นชื่อเพื่อใช้สิทธิ์แทน หรือที่เรียก ว่าปล่อยให้มีผีมาใช้สิทธิ์แทนคนในหน่วยเลือกตั้ง
นายชาญชัย ล่าวต่อไปว่า เอกสารดังกล่าวถือเป็นเอกสารของกกต.ที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องบันทึกและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งมอบให้กกต. กลาง ซึ่งคนนอกยุ่งเกี่ยวไม่ได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกจะสามารถเซ็นชื่อแทน หากคนของกกต.หรือเจ้าหน้าที่ผู้มาช่วยงานเลือกตั้งไม่ร่วมมือด้วย โดยตนมีหลักฐานชัดเจนจาก 141 หน่วยเลือกตั้งในจ.นครนายก เมื่อปี 2554 ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักฐานที่ขอใช้หมายศาลเรียกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่พบข้อพิรุธว่าผีที่มาอ้างสิทธิลงคะแนนแทนคนที่ไม่มาใช้สิทธิ ทั้งนี้ตนยังเคยร้องเรียนไปยังกกต.กลางยุคนั้นแต่กลับไม่มีการลงโทษคนของตัวเองใด ๆ ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่าหากกกต.ทำผิด ก็ขอให้มีโทษสองเท่าเหมือนปปช.เพราะเมื่อมีอำนาจให้คุณให้โทษ จึงต้องรับผิดชอบต่อการเข้าสู่อำนาจการเมืองโดยไม่สุจริตเพราะกกต.เองก็เป็นต้นเหตุด้วย
“ที่ผ่านมากกต.ไม่เคยสะสางตัวเอง ในขณะที่นักการเมืองปฏิรูปตัวเองไม่รู้กี่รอบแล้วดังนั้น กกต. ต้องปฏิรูปตัวเองบ้าง ต้องล้างบางพวกตัวเองสะสางทั้งระบบ ควรที่จะเซ็ตซีโร่ระบบใหม่เพราะที่ผ่านมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากจะต้องกำหนดบทลงโทษใหม่และสร้างกลไกการตรวจสอบกกต. ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เริ่มจากกกต.ต้องล้างบางตัวเองให้เกิดความโปร่งใสเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ กกต.อำนาจมีอยู่แล้วไม่ต้องขอเพิ่มเติม แต่ควรใช้สิ่งที่มีอยู่ให้โปร่งใสและต้องตรวจสอบได้ ผมไม่เกรงกลัวการเพิ่มโทษนักการเมืองแต่อยากให้คนที่ทำหน้าที่เป็นกลางเป็นกลางจริง ๆ ไม่ใช่มีการค้าสำนวนหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัยกล่าวอีกว่า อยากให้มีการระบุในกฎหมายว่าห้ามเก็บเอกสารไว้ในห้องขังที่สถานีตำรวจ แต่ให้เปิดแผยในที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงไปตรวจสอบได้เป็นเวลาหกเดือน ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบความโปร่งใสของกกต.ได้ เพราะในส่วนของนักการเมืองการใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ยังต้องเปิดเผยข้อมูลให้มีการตรวจสอบได้ นอกจากนี้จะเสนอต่อกรธ. เกี่ยวกับร่างกฎหมายป้องกันไม่ให้กกต.ทำหน้าที่เอื้อประโยชน์หรือกลั่นแกล้งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการเลือกตั้ง เพราะกกต. มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเป็นทั้งพนักงานสอบสวน อัยการและศาลที่จะตัดสินชี้ขาดให้คนเข้าสู่อำนาจทางการเมือง จึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบภายใน โดยให้องค์กรเอกชนหรือหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจในระหว่างการเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง 1 ปี ห้ามกกต.ที่พ้นวาระไปแล้วมาเป็นที่ปรึกษาหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหลังพ้นตำแหน่งไปแล้วอย่างน้อย 5 ปี รวมถึงขอให้เพิ่มโทษหนักในกรณีการค้าสำนวนเพื่อเรียกรับประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกกต. และให้วางระบบปกป้องคุ้มครองพยานบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งให้กกต.ใหญ่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ โดยจะมอบข้อมูลทั้งหมดให้กับกรธ.ไปพิจารณาประกอบการร่างกฎหมายและจะส่งเอกสารเรื่องนี้ให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค เสนอเรื่องนี้ในงานสัมมนนารับฟังคึวามเห็นกฎหมายลูกของกรธ. ด้วย
