ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/243374
การเมือง >ข่าวการเมือง : 23 ก.ย. 2559
“บิ๊กตู่”พบคนไทยในสหรัฐแจงผลงาน
“บิ๊กตู่”พบคนไทยในสหรัฐแจงผลงานรัฐบาลตลอดสองปี พร้อมตอบคำถามเรื่องประชามติ-ปัญหายาเสพติด-การใช้เวลาพักผ่อน
22 ก.ย. — นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ ได้พบคนไทยในสหรัฐฯ ราว 170 คน
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การมาต้อนรับวันนี้ถือว่าเป็นเกียรติต่อตนเองและครอบครัวอย่างมาก วันนี้พาหัวใจคนไทยมาด้วย ขอบคุณที่มาให้กำลังใจ แม้ว่าจะมาอยู่สหรัฐนานแล้ว แต่ไม่เคยลืมประเทศที่รัก เพราะเป็นที่เกิด ประเทศไทยมีอิสระ ยืนด้วยความภาคภูมิใจในแผ่นดินและต้องช่วยกันพัฒนาประเทศของเรา ต้องมองประเทศที่เจริญกว่าเรา ที่ผ่านมามีปัญหาเพราะงบประมาณจำกัด และถูกนำไปใช้ไม่ถูกต้อง ทำให้การดำเนินการล่าช้า ไม่ถูกต้อง ทำให้เราไม่สามารถหลุดพ้นไปจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ ทั้งที่ควรจะเป็นประเทศมีรายได้สูงได้แล้ว
“วันนี้สถานการณ์ประเทศสงบ ถือว่าดี สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างที่ควรใช้ แต่ไม่ใช่จะอยู่กันด้วยกฎหมาย คนส่วนใหญ่เขาไม่เดือดร้อนหรอกกับกฎหมายของผม มาตรา 44 กฎอัยการศึก เขามีไว้สำหรับบังคับผู้ร้าย ถ้าใครไม่ใช่ผู้ร้ายไม่ต้องเดือดร้อน ไม่เห็นประชาชนตกใจเลยผมใช้ม. 44 ผมใช้เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาที่มีอยู่ เพราะการทำงานติดขัดหลายอย่างเพราะไม่ได้รับการแก้ไข จึงต้องพัฒนากฎหมายทุกด้าน” นายกรัฐมนตรี กล่าว
โดยระหว่างนั้นได้มีผู้พูดแทรกว่าขอให้นายกรัฐมนตรีอยู่นาน ๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณ แต่อนาคตเราไม่รู้หรอก เราต้องวางอนาคตร่วมกัน เขาพูดว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ แต่ตนไม่ต้องการเป็นวีรบุรุษแบบนี้ แต่จำเป็นต้องเข้ามาและทำให้ดีที่สุด เพราะถ้าเข้ามาแล้วออกไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็กลายเป็นว่าเข้ามาแล้วเสียของ
นายกรัฐมนตรี ชี้แจงการทำงานของรัฐบาลในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยย้ำว่าต้องปฏิรูปทุกด้าน วางรากฐานให้ประเทศเกิดความมั่นคง ให้ประชาชนมีความมั่งคั่ง โดยการปฏิรูปทุกด้านทั้งเรื่องงบประมาณ ออกกฎหมายใหม่ แก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้านการศึกษา การคมนาคม เทคโนโลยี ขณะเดียวกันได้แก้ปัญหาผู้ลี้ภัย ปัญหาการค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การบุกรุกป่า จัดระเบียบบ้านเมือง จราจร อาชญากรรม ซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะต้องใช้กฎหมาย จึงไม่มีความจริงจังในการแก้ไขกฎหมาย อะไรเป็นเรื่องสลับซับซ้อน เขาไม่ค่อยแก้กัน แต่จำเป็นต้องทำ บ้านเมืองต้องอยู่ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นปัญหาทุกอย่างจะกลับมาอีกเป็นวงจรอุบาทว์
“มันต้องสร้างที่จิตสำนึก ต้องปลูกฝังอุดมการณ์ แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเกิดจากใจ ความคิด ค่านิยมที่หลงลืมไปหมด ซึ่งไม่มีใครพูด จะพูดแต่สิ่งที่เขาอยากทำ ทำแล้วประชาชนชื่นชอบนิยม เลือกตั้งให้เขาเข้ามาบริหารประเทศ เป็นวัฒนธรรมที่ยาวนาน เราจึงต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ประเทศมั่นคง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
และว่า รัฐบาลนี้ออกกฎหมายและแก้กฎหมายแล้ว 190 ฉบับ เพื่อป้องกันช่องทางที่จะนำไปสู่การทุจริต กฎหมายที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้านต่าง ๆ เพื่อลดขั้นตอนการติดต่อและลดการใช้กระดาษ ถ้าเราอยากเห็นประเทศไทยก้าวหน้าด้วยความมั่งคั่งยั่งยืนจึงต้องปฏิรูปประเทศทุกด้าน ทั้งระบบราชการ ระบบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย เศรษฐกิจ สังคม การดูแลทรัพยาการธรรมชาติ กระบวนการยุติธรรมและการต่างประเทศ
“ผมเห็นใจข้าราชการ แต่อยู่ที่รัฐบาลว่าจะมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาให้ความก้าวหน้า บ้านเราเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย นักการเมืองเอาชนะกันด้วยนโยบายของพรรค ซึ่งเป็นปัญหาประเทศ เพราะมีการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศไปในสิ่งที่ต้องการสร้างความนิยม เพราะฉะนั้นจึงต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ รัฐบาลที่เข้ามาจะต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนสภาพัฒน์ฯ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสอนให้ประชาชนทำอะไรอย่างมีเหตุมีผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในการดำเนินการเรื่อง ต่าง ๆ ไม่ใช่สอนให้ประชาชนต้องจน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกลไกประชารัฐ ที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงด้านต่างประเทศ ว่ารัฐบาลได้รับการยอมรับจากต่างประเทศมากขึ้น แม้จะพูดไม่ได้ว่ายอมรับ เพราะติดที่ที่มาของรัฐบาลและความเป็นโลกประชาธิปไตย เขาพูดชื่มชมไม่ได้ แต่เขายอมรับเมื่อเห็นผลงานรัฐบาล
“การอ่านหนังสือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่คนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านแต่ใน Google ซึ่งตอบเพียง 2-3 บรรทัด ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ เมื่อไม่รู้จึงไม่ภาคภูมิใจ อาทิเรื่องประวัติศาสตร์ เพราะพระราชประวัติของแต่ละพระองค์ไม่ใช่แค่สองบรรทัด แล้วจะภูมิใจกันหรือไม่ว่าท่านทรงเสียสละอะไรมาบ้าง จึงไม่รักสถาบันกัน วันนี้สถาบันทรงมีพระชนมายุมากขึ้น ไม่คิดหรือว่าท่านรอคอยอะไร รอคอยสิ่งที่ทรงทำให้เราตลอดว่าจะเกิดการสานต่ออย่างไร เราต้องช่วยกันทำให้ท่านมีความสุขบ้าง ที่ผ่านมาท่านทรงทำให้คนไทยมาตลอดพระชนมชีพของพระองค์” นายกรัฐมนตรี กล่าว
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามของคนไทยที่มาเข้าพบ โดยกล่าวถึงการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา กรณีที่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่รู้สึกโกรธ แต่โกรธคนที่บิดเบือนข้อมูลต่อประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องศาสนาที่ตัดตอนเพียงบางข้อความจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่เชื่อว่าวันนี้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องการเลือกตั้งในต่างประเทศ ที่มองกันว่าไม่คุ้มค่า ต้องให้กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)พิจารณา ส่วนคำถามเรื่องข้อห่วงใยว่าวงจรเดิม ๆ จะกลับมานั้น ต้องดูแลการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม
นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ต้องแก้ไขตั้งแต่การบริหารจัดการ แยกระหว่างผู้เสพกับผู้จำหน่าย ให้ความรู้ อาชีพแก่ผู้ที่ต้องโทษเพื่อให้ออกมาประกอบอาชีพได้ ไม่ใช่การสร้างเรือนจำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็อาจใช้ระบบติดตามตัวผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะต้องแก้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและปลายทาง ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมสร้างเครือข่ายการทำงานโดยประสานกับต่างประเทศ อาทิ รัสเซียและอินเดีย ส่วนการลดระดับการขึ้นบัญชียาเสพติดบางประเภทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะบางครั้งก็อาจเกิดการต่อต้านได้
นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามถึงการใช้เวลาพักผ่อน พร้อมกับหันไปมองนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา โดยตอบว่า คือ การได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ได้นอนพักสักนิด แต่เดี๋ยวก็มีโทรศัพท์ มีข้อความส่งมาไม่หยุด ฟ้องเรื่องนั้นเรื่องนี้ และว่า “เวลาความสุขของผมสั้น แต่ก็ต้องขอบคุณครอบครัวที่เข้าใจและเป็นกำลังใจ”
