ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/243515
การเมือง >ข่าวการเมือง : 24 ก.ย.59
เพิ่มอำนาจกกต.ไม่ช่วยเลือกตั้งโปร่งใส
ประชาชนไม่มั่นใจเพิ่มอำนาจกกต.ช่วยเลือกตั้งโปร่งใส เพราะทุจริตแก้ไขยาก แต่หนุนให้ฟ้องคดีเลือกตั้งได้
24 ก.ย. — ตามที่กกต. เตรียมเสนอร่างกฎหมายต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ขอเพิ่มอำนาจในการจัดการเลือกตั้งและอำนาจในการออกหมายเรียก ตรวจค้น ยึด อายัด จับกุมซึ่งหน้าได้ เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกกต.ให้ดีขึ้น “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องนี้ โดยเมื่อถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กรณีกกต.จะขอเพิ่มอำนาจให้กกต.เลขาธิการกกต.ผอ.กกต.จังหวัด พนักงานสืบสวนหรือกรรมการไต่สวนของกกต. สามารถออกหมายเรียก ตรวจค้น ยึด อายัด จับกุมซึ่งหน้าได้ ซึ่งอันดับ 1 บอกว่าเห็นด้วย 42.06% เพราะเป็นการเพิ่มอำนาจให้ กกต. มีความเด็ดขาด ทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น เมื่อพบการกระทำผิดสามารถจัดการได้ทันที ช่วยป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ผู้สมัครเกรงกลัวไม่กล้ากระทำผิด ฯลฯ
อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย 38.55% เพราะทำให้กกต.มีอำนาจมากเกินไป อาจใช้อำนาจในทางที่ผิด ควรให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ไม่มั่นใจในกระบวนการ อาจเกิดการทุจริต ไม่โปร่งใส ฯลฯ อันดับ 3 ไม่แน่ใจ19.39% เพราะ ยังไม่ทราบรายละเอียด ควรศึกษาผลดี ผลเสียให้ชัดเจน ที่ผ่านมาประชาชนไม่มั่นใจในการทำงานของ กกต. มากนัก อาจมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตได้ ฯลฯ
เมื่อถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กรณีหากพบว่ามีการกระทำผิดในการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. หรือเลือกตั้งท้องถิ่น ให้กกต. มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง อาญา และว่าความในศาลได้อันดับ 1บอกว่าเห็นด้วย39.37%เพราะ ทำให้การพิจารณาคดีการทุจริตต่างๆ ดำเนินการได้รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น หากมีหลักฐานชัดเจน ก็จะช่วยป้องกันการทุจริตได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดเกิดความเกรงกลัว ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจ35.79% เพราะ อาจมีทั้งผลดีและผลเสีย ไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีอำนาจในการดำเนินการเพียงใด เป็นเพียงข้อเสนอของ กกต. ยังไม่ได้อนุมัติ ควรหาแนวทางป้องกันการทุจริตมากกว่า ฯลฯ อันดับ 3ไม่เห็นด้วย24.84%เพราะ หากมีการกระทำผิดควรให้เป็นอำนาจของศาลในการตัดสิน กกต. อาจมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการ กกต.ควรทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส เป็นที่ยอมรับ ฯลฯ
ส่วนเมื่อถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ กรณีกกต.ขอให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต้องออกมาดีเบตหรือร่วมเวทีอภิปรายเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของพรรคต่อสาธารณะอันดับ 1 บอกว่าเห็นด้วย 45.18% เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ แนวทางการทำงานตามนโยบายที่กำหนดไว้ ทำให้ประชาชนได้ทราบถึงเหตุผล มุมมองและความคิดเห็นต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น อยากเห็นบุคลิก ท่าทางลีลาการพูดของแต่ละคน ฯลฯ อันดับ 2 บอกว่าไม่แน่ใจ 31.52% เพราะ การดีเบตขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน เป็นเพียงข้อเสนอของ กกต. ฝ่ายเดียว ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ฯลฯ อันดับ 3 ไม่เห็นด้วย 23.30% เพราะ อาจมีแต่การโต้เถียงกันไปมา ขุดคุ้ยเรื่องเก่า พูดพาดพิงผู้อื่นให้เสียหาย หวังแต่ประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง อาจเป็นประเด็นทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ ฯลฯ
เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่าการที่จะติดดาบหรือเพิ่มอำนาจให้ กกต.จะช่วยให้การเลือกตั้งโปร่งใสมากขึ้นหรือไม่อันดับ 1 บอกว่าไม่แน่ใจ 47.15%เพราะ ยังไม่เคยมีการดำเนินการเช่นนี้มาก่อน ยังไม่ทราบผลที่จะตามมา ไม่รู้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร ปัญหาการทุจริตแก้ไขได้ยาก ฯลฯอันดับ 2 ช่วยได้30.27% เพราะการเพิ่มอำนาจให้กกต.ช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากขึ้น สามารถดำเนินการได้ทันที ผู้ที่คิดจะกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ทำให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสมากขึ้น ฯลฯอันดับ 3 ช่วยไม่ได้ 22.58% เพราะการทุจริตเลือกตั้งมีทุกยุคทุกสมัย เป็นปัญหาที่สะสมมานาน อาจมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริต เจ้าหน้าที่ของรัฐอาจรู้เห็นเป็นใจ ไม่มั่นใจในมาตรฐานการทำงานของกกต. ฯลฯ
