จีนแบนเที่ยวไทย ไม่จริง! กงสุลใหญ่ การันตี ปีนี้ทัวร์มังกรทะลุ 10 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/712103

 

คำกล่าวที่มีมาแต่โบราณ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างประเทศจีนและประเทศไทย

中泰一家亲
จีน ไทย ใช่อื่นไกล เราพี่น้องกัน

“ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ในอดีต ผมก็เห็นดั่งนั้น ปัจจุบันผมก็ยังคงเห็นเป็นเช่นนั้น
และในอนาคต ผมก็เชื่อมั่นว่า จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดกาล!”

จริงหรือไม่…กระแสข่าว ชาวจีนไม่พอใจ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ก่อหวอด เตรียม “บอยคอต” ไม่มาเที่ยวเมืองไทย

“ข่าวด้านลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้มีผลต่อการที่คนจีนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ยังคงเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้น กระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงแต่อย่างใด”


นายหลี่ ชุนหลิน ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย

นี่คือ คำตอบที่ชัดเจนและหนักแน่นประดุจหินผา ของ Mr.Li Chunlin (หลี่ ชุนหลิน) กงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย นักการทูตหนุ่มอนาคตไกล อายุเพียง 40 ปีเศษ ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ผสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ได้เพียง 3 เดือน ซึ่งได้ให้เกียรติสัมภาษณ์พิเศษ กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เพื่อตอบทุกสารพัดกระแสข่าว ที่อาจกระทบต่อการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก 

เพื่อให้สิ้นข้อสงสัย และขจัดข่าวร้ายทั้งหลายทั้งปวง ที่จะนำไปสู่การกระทบกระทั่งระหว่างสองประเทศมหามิตรที่ยั่งยืนมาเป็นเวลานาน!

และเพื่อเป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ท่านกงสุลใหญ่ จึงได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์อีกว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา มีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในดินแดนสยามเมืองยิ้มของเราแล้ว ถึง 6 ล้านคน ทำให้คาดว่า ภายในสิ้นปี พ.ศ.2559 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวแดนมังกรเดินทางเข้ามาซบไออุ่น The land of smiles สูงถึง 10 ล้านคน!

ย้ำอีกครั้ง

“นักท่องเที่ยวชาวจีน จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยทะลุ 10 ล้านคน ภายในปี 2559 นี้”

ฉะนั้น กระแสข่าวที่ว่า ชาวจีน จะบอยคอตไม่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย จึงไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมครับ? ทีมข่าวฯ เรียนถามย้ำอีกครั้ง

“ผม ขอยืนยันอีกครั้งว่า กระแสข่าวดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง!” ท่านกงสุลใหญ่ ย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้งเช่นกัน


นายหลี่ ชุนหลิน
เช่นนั้นแล้ว อะไรคือมนต์เสน่ห์ของประเทศไทย ที่ทำให้พี่น้องชาวมังกรอยากจะเดินทางมาเยือน?

ท่านหลี่ ชุนหลิน ขอตอบคำถามนี้ ในฐานะผู้แทนประชาชนชาวจีน ว่า ความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ชาวจีนและชาวไทยมีความรู้สึกต่อกันประหนึ่งพี่น้อง หรือ ญาติสนิท มิตรสหาย และแน่นอน ทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามของประเทศไทย และที่สำคัญที่สุดคือ มนต์เสน่ห์แห่งสมญานาม “สยามเมืองยิ้ม” ดินแดนแห่งผู้คนจิตใจโอบอ้อมอารี ซึ่งลือเลื่องไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนชาวจีน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก ส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกัน

“ขอเลือกมาท่องเที่ยวที่ ประเทศไทย เป็นสถานที่แรก”

ฟังกันชัดๆ ให้ชื่นใจ อีกครั้งพร้อมๆ กัน

“ชาวจีนที่มีโอกาสจะไปท่องเที่ยวในต่างแดนครั้งแรก ส่วนใหญ่ล็อกเป้า เลือกมาท่องเที่ยวในประเทศไทยของเรา เป็นที่หมายแรก!”

แล้วสินค้าของประเทศไทยอะไรบ้าง ที่นักท่องเที่ยวจากดินแดนมังกร นิยมชมชอบต้องซื้อกลับประเทศมากที่สุด?

ท่านหลี่ ชุนหลิน กล่าวขึ้นทันทีว่า นักท่องเที่ยวชาวจีน มีความชื่นชอบที่จะเดินทางมาช็อปปิ้งที่ประเทศไทยมากเป็นพิเศษ เท่าที่ทราบ สินค้ายอดนิยม คือ ทุเรียนทอด นมอัดเม็ด หมอนยางพารา ที่นอนยางพารา ยางู เครื่องประดับอัญมณี กระเป๋าหนังจระเข้ พระเครื่อง และรังนก เป็นต้น

โดยเฉพาะ นมอัดเม็ด สินค้ายอดนิยมของชาวจีนนั้น ท่านกงสุลใหญ่ เล่าให้ทีมข่าวฯ ฟังด้วยว่า ท่านเอง เมื่อเดินทางมาเมืองไทย ก็พยายามหาซื้อรับประทานและซื้อฝากครอบครัวด้วยเช่นกัน แต่ด้วยความที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมากจากชาวจีน ทำให้ท่านสามารถหาซื้อได้เพียงครั้งเดียว! และซื้อได้เพียง 1 ซองเท่านั้น ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ทำให้ต้องอดลิ้มลองความอร่อย เพราะต้องนำไปฝากให้ลูกของท่านได้รับประทานแทน และเมื่อพยายามออกไปหาซื้ออีกครั้ง จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาซื้อได้อีกเลย…

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมีการกำชับนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยว่า การไปเลือกซื้อสินค้า ณ สถานที่ใดในประเทศไทย ควรซื้อสินค้าจากร้านที่ได้มาตรฐาน เพราะได้สินค้าที่มีคุณภาพสมดั่งที่ตั้งใจ แถมยังเป็นการป้องกันการถูกหลอกลวงอีกด้วย!


ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย ให้เกียรติสัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์
สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตสำหรับพี่น้องชาวจีน ในประเทศไทย?

ท่านกงสุลใหญ่ ให้คำตอบกับทีมข่าวฯ ว่า จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า 5 สถานที่ ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมากที่สุด เมื่อเดินทางมาประเทศไทย ได้แก่…

1.ภูเก็ต
2.กรุงเทพมหานคร
3.เชียงใหม่
4.พัทยา
5.หมู่เกาะพีพี

โดยที่นิยมไป จ.ภูเก็ต เมืองพัทยา และหมู่เกาะพีพี นั้น ส่วนตัวผมคิดว่า เพราะชาวจีนอยากไปสัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลไทย ส่วนที่เลือก กรุงเทพมหานคร ก็เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ที่สวยงามและมีชื่อเสียง อย่าง พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว เป็นต้น ด้าน จ.เชียงใหม่ นั้น เป็นเพราะอยากไปสัมผัสกับเสน่ห์แห่งความสงบ และบรรยากาศสบายๆ ไม่เร่งรีบ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือของประเทศไทย

แล้วสำหรับส่วนตัว ท่านกงสุลเอง อยากไปท่องเที่ยวสถานที่ใดในประเทศไทยบ้าง?

เชียงใหม่! อ.ปาย อ.หัวหิน เกาะช้าง และ จ.ภูเก็ต

Mr.Li Chunlin ออกเสียงอย่างชัดเจน เมื่อได้ยินคำถามนี้!

แต่ด้วยความที่เพิ่งมารับหน้าที่เพียง 4 เดือน จึงยังไม่มีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้น แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสได้ไปยังสถานที่ดังกล่าว เพื่อจะได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง สำหรับการหาทางส่งเสริมความร่วมมือทางการท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-จีน ต่อไปในอนาคตด้วย…

“สำหรับ ส่วนตัวผมเอง เมื่อทราบว่า ต้องเข้ามารับตำแหน่งทำงานที่ประเทศไทย ผมอยากจะเดินทางมาทำงานที่ประเทศไทยเร็วๆ และเมื่อได้มาถึง ก็อยากจะทำงานที่ประเทศไทยต่อไปอีกนานๆ เพราะ…ผมชื่นชอบประเทศไทยและคนไทยเป็นอย่างยิ่ง”


นายหลี่ ชุนหลิน นักการทูตหนุ่มอนาคตไกล ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ผสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน

ฉะนั้นแล้ว…เพื่อให้พี่น้องชาวมังกรรู้สึกประทับใจสมดั่งที่พวกเขาเหล่านั้นมุ่งมาดปรารถนา เราในฐานะเจ้าบ้านที่ดี ควรทำอย่างไร? และอะไรคือปัญหาของนักท่องเที่ยวจีน ที่มาประสบพบเจอในประเทศไทย จนสร้างความผิดหวังกลับไปบ้าง?

ท่านกงสุลใหญ่ นิ่งไปสักครู่ ก่อนตอบคำถามนี้ว่า…

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนร้องเรียนเรื่องปัญหาการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยพอสมควร โดยที่พบมากที่สุดตอนนี้คือ ทัวร์แบบประหยัด ที่มีการแฝงบังคับซื้อสินค้า และการทิ้งลูกทัวร์ นอกจากนี้ ก็จะเป็นปัญหาเที่ยวบินล่าช้า ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบพบว่า เกิดจากพนักงานของสายการบินโลว์คอสต์นัดหยุดงานประท้วงบ้าง หรือ เครื่องบินมีปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง เป็นต้น

แต่ที่น่าเป็นกังวลจริงๆ ตอนนี้คือ ปัญหาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากปัจจุบันพบว่า มีชาวจีนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และทางเรือจำนวนมาก รวมไปจนกระทั่งถึง การถูกลักทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการถูกกระชากกระเป๋าเพื่อขโมยทรัพย์สิน ที่ในระยะหลังๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ในส่วนนี้ จึงอยากวิงวอนให้ทางการไทยเพิ่มความเข้มงวดในการจัดชุดออกลาดตระเวนในพื้นที่ที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงปรับปรุงคุณภาพของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย หรือ จัดให้มีป้ายเตือนต่างๆ เป็นภาษาจีนให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้มากขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจีนได้อย่างแท้จริงต่อไป

อะไรคือ แชมป์แห่งการถูกร้องเรียนเรื่องบริการยอดแย่ในประเทศไทย สำหรับชาวจีน?

ทีมข่าวฯ เรียนถามเพื่อให้เกิดความกระจ่าง

ท่านกงสุลใหญ่ หัวเราะเบาๆ ก่อนหันไปที่ คุณ Qian Rong (เฉียน หรง) Second Secretary&Consul เลขานุการโท ประจำสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติมาร่วมในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เพื่อให้ท่านนักการทูตสาวผู้นี้ เป็นผู้ตอบคำถามนี้ด้วยตนเอง

“TAXI”  

สำเนียงอังกฤษอย่างชัดเจนของเธอ คือ คำตอบ

จากนั้น ท่านเลขานุการโทสาวสวย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่เธอได้พบเจอด้วยตัวเอง กับทีมข่าวฯ ว่า

บ่อยครั้งเหลือเกิน ที่พบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมาร้องเรียนเรื่อง TAXI ไม่ยอมเปิดมิเตอร์ และแม้แต่ตัวเธอเองและเพื่อนร่วมงานในสถานทูตฯ ต่างก็เคยเจอมาแล้วว่า TAXI ไทยแลนด์แดนสยามของเรา ปฏิเสธที่จะเปิดมิเตอร์ เพื่อเรียกเก็บค่าโดยสารในราคาแพงกว่าความเป็นจริง! ซึ่งสำหรับตัวเธอและเพื่อนๆ เดือนๆ หนึ่ง อาจจะเจอประมาณ 1-2 ครั้ง เวลาที่เรียกแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิ มา สถานทูตจีน ที่ถนนรัชดาภิเษก จะเจอเรียกเงินค่าโดยสาร 700-800 บาท!

แม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ด้านการทูต ยังเจอประสบการณ์ ถูกเรียกเก็บค่าโดยสารเกินจริง จาก TAXI ประเทศไทย!

คุยกันมาถึงตรงนี้…ท่านหลี่ ชุนหลิน จึงรีบกล่าวขึ้นทันทีว่า “แต่อย่างไรก็ดี…ผมเชื่อว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น จึงไม่ใช่ภาพสะท้อนโดยรวมของการให้บริการ TAXI ในประเทศไทยแต่อย่างใด”


ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย ให้เกียรติสัมภาษณ์พิเศษ กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

แล้วสำหรับท่านกงสุลใหญ่ เคยต้องพบเจอประสบการณ์เลวร้ายแบบนี้หรือไม่? ทีมข่าวฯ สอบถามโดยพลัน

ท่านหลี่ ชุนหลิน หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างอ่อนโยนว่า…

“สำหรับผม เพิ่งมาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ได้ประมาณ 3 เดือน เวลาเดินทางไปที่ไหนส่วนใหญ่มักจะไปโดยรถยนต์ส่วนตัว จึงยังไม่เคยต้องพบเจอประสบการณ์แบบนี้”

“แต่ก็เหมือนกับที่คุณ Qian Rong กล่าว ต้องยอมรับว่า ปัญหาเรื่อง TAXI ได้รับการร้องเรียนจากชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยพอสมควร แต่ส่วนตัวยังเชื่อว่า ผู้ที่ให้บริการลักษณะนี้ในประเทศไทย ยังมีอยู่จำนวนน้อย และไม่ใช่ว่าจะมีเพียงในประเทศไทยเท่านั้น เพราะในประเทศอื่นๆ ก็คงพบผู้ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน” ท่านกงสุลใหญ่ ย้ำอีกครั้ง

การตอบสนองของหน่วยงานราชการในประเทศไทย ต่อข้อร้องทุกข์ของนักท่องเที่ยวแดนมังกร?

เมื่อได้ยินคำถามนี้ ท่านกงสุลใหญ่ รีบตอบแบบหนักแน่นทันทีว่า คำถามนี้เป็นคำถามที่ ผมมีความรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะกล่าวว่า ที่ผ่านมา เวลามีนักท่องเที่ยวชาวจีนร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานใดของประเทศไทย ก็จะได้รับความเอาใจใส่ และให้ความสำคัญในสิทธิประโยชน์ของชาวจีนทุกคน โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะรีบให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวของเราอย่างทันท่วงที เท่าที่สามารถจะทำได้

“ซึ่งตรงจุดนี้ พวกเราจึงอยากขอชื่นชมและขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง” ท่านหลี่ ชุนหลิน กล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน


นักการทูตหนุ่มอนาคตไกล อายุเพียง 40 ปีเศษ ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ผสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน

สนทนามาถึงช่วงนี้ ทีมข่าวฯ จึงขอเรียนถาม ท่านกงสุลใหญ่ ถึงประเด็น

การแอบแฝงตัวของชาวจีนบางกลุ่ม เพื่อเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย…?

ท่านหลี่ ชุนหลิน ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนตอบว่า ผมได้รับทราบจากรายงานข่าวที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนต่างๆ แต่ในรายละเอียดอื่นๆ นั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบข้อมูลมากนัก อย่างไรก็ดี ล่าสุดทราบว่า ทางรัฐบาลไทยได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อจัดการบริษัททัวร์ที่กระทำการผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งในจุดนี้ ทางรัฐบาลจีน ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ธุรกิจการท่องเที่ยวไทย-จีน มีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน สอดคล้องกับผลประโยชน์โดยรวมของทั้งสองประเทศต่อไป

มาตรการการคัดกรองบริษัททัวร์จีน ที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย?

“ขอให้สบายใจได้ครับ เพราะรัฐบาลจีนมีการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบปฏิบัติตามมาตรฐาน ในการคัดกรองบริษัททัวร์ที่จะไปประกอบกิจการในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ตามสถานทูตจีนต่างๆ ที่อยู่ทั่วโลก จะมีการประชาสัมพันธ์กำชับไปถึงชาวจีนทุกคนว่า เวลาที่จะไปทำธุรกิจในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างเคร่งครัด”

ทั้งนี้ ตลาดการท่องเที่ยวของทั้งจีนและไทยต่างมีการพัฒนาไปในทางที่ดีและมั่นคง สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของสองประเทศ ที่ผ่านมา…ทางการจีนสนับสนุนทางการไทย ในการใช้กฎหมายปรับปรุงมาตรฐานและระเบียบเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวมาโดยตลอด และหวังว่าแนวทางของรัฐบาลไทยจะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย…


ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย
คำแนะนำสำหรับบริษัทไทย ที่จะเข้าทำธุรกิจท่องเที่ยวจีน-ไทย?

สำหรับบริษัทไทย ที่จะเข้าไปทำธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศจีน สิ่งสำคัญเลยคือ ต้องให้ความเคารพต่อกฎหมายของทั้งสองประเทศ การวางโปรแกรมการเดินทางอย่างเหมาะสม รวมถึงจะต้องเน้นคุณภาพด้านการให้บริการเป็นสำคัญ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความสุขตลอดการเดินทาง

“ผมใคร่…ขอยกตัวอย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นจริงมาแล้ว นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ถูกบริษัททัวร์ไทยทิ้งเอาดื้อๆ ไม่พาไปท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่มีการเสนอขาย ซ้ำร้าย ยังทิ้งให้อยู่ในล็อบบี้โรงแรม ไม่ได้ให้เข้าห้องพักเสียอีก ซึ่งหากยังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ก็อาจจะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในอนาคตได้ต่อไป”

“ฉะนั้น จึงอยากจะให้บริษัททัวร์ของประเทศไทย เน้นเรื่องคุณภาพการให้บริการ และให้ข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างครบถ้วน”

แจกคู่มือการท่องเที่ยวสำหรับทัวร์ชาวจีน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศไทย?

มาถึงคำถามนี้ ท่านหลี่ ชุนหลิน รีบหยิบแผ่นพับที่ทางสถานทูตฯ จัดทำไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาประเทศไทย มาเลคเชอร์ให้ทีมข่าวฯ ได้รับฟังอย่างใกล้ชิดทันที พร้อมกับกล่าวว่า…ปัจจุบัน กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้มีการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งตามหน้าเว็บไซต์ของสถานทูตต่างๆ ทั่วโลก และการแจกแผ่นพับจำนวนมาก ตามสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง เพื่อให้ชาวจีนได้รับทราบถึง กฎระเบียบ ข้อควรระวัง วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศที่จะเดินทางไป นอกจากนี้ ยังได้มีความร่วมมือกับสื่อมวลชนอีกหลายแห่ง เพื่อจัดทำบทความต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนอีกด้วย

และสำหรับประเทศไทย มีการจัดทำข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม แม้กระทั่ง กฎจราจร เอาไว้อย่างละเอียด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวจีนได้รับทราบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสถานที่ที่ไปท่องเที่ยว รวมทั้งให้ความเคารพ และให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติและความเคยชินของคนในพื้นที่ด้วย


นายหลี่ ชุนหลิน หยิบแผ่นพับที่ทางสถานทูต จัดทำไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาประเทศไทย มาเลคเชอร์ให้ทีมข่าวฯ ฟัง
เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง และเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศไทย ทำให้ชาวจีนไม่กล้าเดินทางมาเมืองไทยบ้างหรือไม่?

Mr.Li Chunlin กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า…”สำหรับเรื่องนี้ ต้องมองในสองมิติ มิติแรก ในส่วนของรัฐบาลจีน ก็จะต้องมีหน้าที่ในการประเมินว่าทางภาครัฐของไทย ณ ช่วงเวลานั้นๆ ยังสามารถให้การดูแลและคุ้มครองนักท่องเที่ยวชาวจีนได้หรือไม่ มิติที่สอง ในส่วนของตัวนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนนี้ แต่ละคนจะมีมาตรฐานส่วนตัวของแต่ละคนอยู่”

“ซึ่งทุกท่านก็คงจะเห็นคำตอบแล้วว่า ในช่วงที่ผ่านมา ชาวจีนยังคงหลั่งไหลเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และมีตัวเลขที่สูงขึ้นๆ ทุกๆ ปี โดยเฉพาะปี พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา ตามข้อมูลที่ได้รับ พบว่า นักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”

“ย้ำอีกครั้ง ปี พ.ศ.2558 ชาวจีนเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง”

“ตัวเลขนี้ น่าจะเป็นคำตอบ ของคำถามที่คุณถามผมเมื่อสักครู่ได้นะครับ” นักการทูตหนุ่ม หันมายิ้มอย่างเป็นมิตรกับทีมข่าวฯ หลังสิ้นสุดคำตอบ

ปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย ทำให้ ภาพลักษณ์สยามเมืองยิ้มในใจชาวจีน เปลี่ยนไปหรือไม่?

ท่านกงสุลหนุ่มหัวเราะก่อนตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมขอติดคำถามนี้เอาไว้ก่อน เพราะ…คงตอบแทนใจชาวจีนทุกคนไม่ได้ แต่สิ้นปีนี้ คุณจะพบคำตอบเองว่า ด้วยสถิติการเดินทางมาท่องเที่ยวของชาวจีนในประเทศไทย พวกเขามีทัศนคติเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?…”

แต่เท่าที่ได้รับข้อมูล… ปี พ.ศ.2556 และ ปี 2557 มีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ เดินทางมาประเทศไทย ประมาณ 4.63 ล้านคน ปี 2558 มีจำนวน 7.93 ล้านคน และอย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้น ภายในปี พ.ศ.2559 นี้ คาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยทะลุ 10 ล้านคน!

“เพราะประเทศไทยคือ ดินแดนแห่งสยามเมืองยิ้ม ผมขอยืนยันข้อเท็จจริงนี้ด้วยตัวเอง”

ท่านกงสุลใหญ่สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย ปิดท้ายการให้สัมภาษณ์พิเศษ กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ด้วยคำกล่าวนี้…


ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสหราชอาณาจักรไทย ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกัน กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน. 

 

Leave a comment