ข้อพิพาทใบกระท่อมอลเวง “อภิรดี” ชี้ไทยไม่รับแต่ผู้วิจัยดอดจดสิทธิบัตรแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/713558

 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีนักวิจัยญี่ปุ่น ได้วิจัยใบกระท่อม และนำไปจดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมทั้งในไทยว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สิทธิบัตรพ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมของไทย ไม่อนุญาตให้มีการจดสิทธิบัตรพืช หรือสารสกัดจากพืช แต่ พ.ร.บ.สิทธิบัตรไทยจะรับจดเฉพาะกระบวนการ หรือวิธีการที่ใช้ในการสกัด ที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่ หรือต่อยอดไปจากวิธีการเดิมทั่วๆไป ไม่รับจดสิทธิบัตรสารสกัดใหม่ที่เกิดขึ้น และ พ.ร.บ.สิทธิบัตรของไทยยังไม่อนุญาต ให้บุคคลใดถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวกับสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งกระท่อมเป็นพืชพื้นเมืองทั่วไป ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ จึงไม่ต้องกังวลว่าไทยจะรับจดสิทธิบัตรให้นักวิจัยทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งจากการตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่พบนักวิจัยญี่ปุ่นยื่นคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดใบกระท่อมในไทย ซึ่งกระท่อมอยู่ในบัญชีสารเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ห้ามผู้ใดผลิต นำเข้า จำหน่าย ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง

สำหรับข้อกังวลเรื่องต่างชาติเอาพืชไทยไปพัฒนาต่อยอดโดยไม่ขออนุญาตก่อน และไม่แบ่งปันผลประโยชน์ แต่ไทยก็ มีกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ภายใต้การกำกับดูแลของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำหนดว่าใครจะเอาพันธุ์พืชไทยไปใช้ต้องขออนุญาตก่อน และต้องเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งสอดรับกับอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก CBD ด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ biothai.net ระบุว่า กรณีที่นักวิจัยญี่ปุ่นยื่นจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกระท่อม เป็นความร่วมมือในการศึกษาของนักวิจัยญี่ปุ่นร่วมกับนักวิจัยไทย และนำผลงานการวิจัย ไปยื่นขอจดสิทธิบัตรที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วใน 2 ประเทศ ล่าสุด นักวิจัยญี่ปุ่นได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรผ่านสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) โดยยื่นขอจดที่ประเทศเดียว แต่จะมีผลบังคับใช้ได้ในทุกประเทศที่เป็นสมาชิก PCT ที่รวมถึงไทยด้วย.

 

Leave a comment