ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/244126
การเมือง : 28 ก.ย. 2559
กรธ.โทรหา “ศาลรธน.” แปลคำวินิจฉัย ปมเสนอชื่อนายกฯ
“มีชัย” รับเอกสารคำวินิจฉัยศาลรธน. แล้ว เจอบทสรุป2ประเด็น ยังงง เนื้อหาปมอำนาจส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ได้หรือไม่ เตรียมแจกสำเนาคำวินิจฉัยศาลรธน ม.272ให้ “กรธ.” ศึกษา
28 ก.ย.59 — นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อการพิจารณาเนื้อหาของมาตรา 272 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติที่แก้ไขให้สอดคล้องกับคำถามประกอบการลงประชามติที่กำหนดให้นายกฯ มาจากการลงมติของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสอดคล้องของมาตรา 272 ที่กรธ.แก้ไขให้สอดคล้องกับคำถามประกอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว กรธ. ต้องรับคำวินิจฉัยดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อปรับแก้ไข ทั้นี้จากการอ่านผลสรุปของคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 272 ใน 2 ประเด็น คือ 1.ผู้มีสิทธิเสนอขอยกเว้นการเสนอชื่อนายกฯ จากผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อ คือ สมาชิกรัฐสภา จำนวน ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ดังนั้นการแก้ไขเนื้อหาของกรธ. ต้องเขียนเนื้อหาให้สิทธิส.ว. ร่วมเสนอการยกเว้นบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคการเมืองได้ โดยใช้เสียงเห็นชอบดังกล่าวเพียงกึ่งหนึ่ง และ 2.การกำหนดเวลาและวันเริ่มนับเวลาตามร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งและวรรคสอง คือ ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นไปตามที่มาตรา 272 กำหนดไว้ แต่ในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง อาทิ ให้สิทธิส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ได้หรือไม่นั้น ตนต้องขอกลับไปดูรายละเอียดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญก่อน ทั้งนี้ตนจะให้เจ้าหน้าที่ถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรมนูญแจกให้กรธ.ทุกคนเพื่อไปศึกษา จากนั้นจะกลับมาพิจารณาในการประชุมกรธ. ครั้งต่อไป ทั้งนี้ตามเงื่อนไขของการแก้ไขบทบัญญัติต้องเป็นไปภายใน 15 วันนับแต่ที่ได้รับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ
“ในการแก้ไขเนื้อหาของบทบัญญัติ กรธ. คงไม่สามารถคำนึงถึงอะไรได้มาก เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว กรธ. มีหน้าที่แก้ไขตามประเด็นดังกล่าว ส่วนหลังจากที่กรธ. แก้ไขเนื้อหาแล้วจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญดูอีกครั้งหรือไม่ นั้นตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ2557 ไมได้ระบุไว้ แต่ใจผมอยากนัดคุยกับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนอกรอบ แต่ไม่ทราบว่าท่านอยากคุยกับผมหรือไม่” นายมีชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่นายมีชัย จะให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นดังกล่าวมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น เนื่องจากหลังจากที่นายมีชัยได้รับเอกสารคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งมายัง กรธ. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดสัมมนารับฟังความเห็นของฝ่ายต่างๆ ต่อเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง และ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ทำให้นายมีชัย ได้อ่านเนื้อหาเพียง 2 หน้าสุดท้ายก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รอทำข่าว ทำให้การสัมภาษณ์ของนายมีชัย ช่วงแรกจึงแปลคำวินิจฉัยว่าศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา ได้ แต่เมื่อถูกสื่อมวลชนร้องขอให้อ่านเนื้อหาที่เป็นบทสรุปคำวินิจฉัย ทำให้นายมีชัยได้ทำความเข้าใจเนื้อหาอีกครั้ง และให้สัมภาษณ์อีกครั้ง เพราะการแปลความให้ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ได้นั้นเป็นความเข้าใจผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายมีชัย ให้สัมภาษณ์นั้นทางด้านนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานกรธ. คนที่หนึ่ง ได้ต่อสายโทรศัพท์ไปยังบุคคลในศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสอบถามความชัดเจนของคำวินิจฉัย และได้แจ้งกับนายมีชัย ยืนยันว่า ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภาได้
จากนั้นนายสุพจน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้งว่า ตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ตนได้สอบถามจากคนทางศาลรัฐธรรมนูญ คือ ให้สิทธิ ส.ว. เสนอการยกเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรคการเมือง และให้ใช้เสียงตัดสินเพียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ของสองสภา ทั้งนี้ตนมองว่าศาลคงพิจารณาแล้วอาจมองว่าการใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เพื่องดเว้นการใช้บัญชีนายกฯ ของพรรคการเมืองอาจจะทำให้การเลือกนายกฯ มีปัญหาเกิดเดทล็อคได้ ขณะที่สิทธิเสนอชื่อนายกฯ นั้นยืนยัน ส.ว.ไม่มีสิทธิเสนอ
“ผมมองว่าคำวินิจฉัยนี้ ออกมาแฟร์ ๆ ดี ส่วนขั้นตอนการเสนอชื่อนายกฯ ในกรณีที่ต้องเกี่ยวข้องกับการเลือกนายกฯ กรธ. ต้องไปพิจารณาอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นายสุพจน์ กล่าว
