ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/244664
การเมือง : 3 ต.ค. 2559
แกนนำ นปช. ลุ้น! ศาลนัดฟังคำสั่งถอนประกัน 11 ต.ค.
ศาลนัดฟังคำสั่งถอนประกัน 5 แกนนำ นปช.11 ต.ค.นี้ ไม่มีการไต่สวนพยานบุคคล
3 ต.ค.59 – เวลา 10.30 น. ศาลอาญาได้สอบถามคู่ความเพื่อไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 ขอให้ศาลวินิจฉัยสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ และ นายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1- 4 และที่ 8 ร่วมแกนนำ รวม 24 ราย คดีก่อการร้ายหมาย เลขดำ อ.2542/2553 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ในศาลอาญา
โดยวันนี้ นายวีระกานต์ , นายจตุพร , นายณัฐวุฒิ , นพ.เหวง และนายนิสิต แกนนำ นปช. เดินทางมาพร้อมกับนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ อดีตประธาน นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมให้กำลังใจส่วนหนึ่ง
เมื่อถึงเวลา ศาลได้สอบถามแกนนำ นปช.ทั้งห้าว่า รับทราบถึงรายละเอียดและพฤติการณ์ตามคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของอัยการโจทก์แล้วหรือไม่ ซึ่งมีการพูดออกอากาศผ่านรายการทีวี พาดพิงเกี่ยวกับเรื่องสมเด็จพระสังฆราช อุทยานราชภักดิ์ และอื่นๆ ซึ่งอัยการโจทก์เห็นว่าการกระทำนั้นเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่นให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ อันเป็นพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ทำไว้กับศาล
นายจตุพร ประธาน นปช. เป็นตัวแทนจำเลย แถลงต่อศาลระบุว่า ได้ทราบคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ร้องต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษแล้ว โดยยอมรับว่าตนและพวกพูดออกอากาศผ่านรายการจริง แต่คำพูดที่ตนและพวกที่ถูกยื่นถอนประกันนั้น เป็นการแสดงความเห็นและแสดงความห่วงใยในการบริหารงานบ้านเมือง เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยสุจริตในฐานะประชาชนผู้ห่วงใยประเทศ โดยพวกตนไม่เคยพูดในลักษณะยุยง แต่พวกตนพูดให้ประชาชนอยู่ในความสงบ เสมือนการเฝ้าดูหนังในโรงภาพยนตร์ให้จบเรื่อง
ขณะที่หากการกระทำของพวกตน มีลักษณะพาดพิงกระทบกับบุคคลใด ก็มีกฎหมายเรื่องการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทที่บุคคลนั้นจะใช้สิทธิยื่นฟ้อง หรือถ้าเห็นว่าการกระทำนั้นก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ดีเอสไอและอัยการ ก็สามารถยื่นฟ้องพวกตน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ได้ แต่ในความจริงยังไม่ปรากฏพบว่ามีการแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ตนในความผิดฐานก่อความไม่สงบและสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด
การวิพากษ์วิจารณ์ของพวกตนที่ผ่านมาไม่ได้ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย แต่กลับมีการใช้เรื่องที่ตนและพวกแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต มาร้องขอให้มีการเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวที่ศาล เสมือนว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็จะมาลงที่คดีก่อการร้ายกับพวกตน กระทั่งทุกวันนี้มีความหวั่นใจว่า หากข้ามถนนไม่ตรงทางมาลาย ก็อาจจะโดนยื่นถอนประกัน เหมือนพวกตนถูกใช้อยู่กฎหมายเดียวคือก่อการร้าย ขณะที่คดีการชุมนุมของแกนนำ กปปส. กลับปรากฏว่าอัยการยื่นฟ้องเพียง 4 ราย ส่วนอีก 54 รายยังไม่ได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล ทำให้ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขของกลุ่ม กปปส.ให้อยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับพวกตน และไม่เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน
ภายหลังนายจตุพร ตัวแทนแกนนำ นปช. แถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว ขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบการพิจารณาของศาลว่า การกระทำของจำเลยเป็นการดำเนินรายการปกติ ไม่มีการยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย และไม่มีเจตนาละเมิดหรือผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ให้ไว้กับศาล
ขณะที่ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้ง 5 คน ยอมรับข้อเท็จจริงว่าได้มีการกล่าวพูดออกทีวีจริง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เป็นที่ยุติโดยไม่ต้องไต่สวนพยานอีก ซึ่งอัยการโจทก์ นำส่งพยานวัตถุแผ่นวีซีดีบันทึกภาพและเสียงรายการทีวี ประกอบการพิจารณา โดยศาลจะขอใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการวินิจฉัยอารมณ์และคำพูดของจำเลยในแผ่นวีซีดีว่าเป็นการยุยงปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นอันเป็นการผิดเงื่อนไขและเพียงพอที่จะให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือไม่
โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ ในวันที่ 11 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ทั้งนี้ นายจตุพร ประธาน นปช. กล่าวว่า ตนและแกนนำ นปช. เห็นว่าคำร้องขอถอนประกันในวันนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายเงื่อนไขการถอนประกันตัวที่ทำไว้กับศาล เพราะดีเอสไอและอัยการได้รับคำร้องส่วนหนึ่งมาจากหลวงปู่พุทธะอิสระที่เป็นผู้ต้องหาร่วม กปปส.ก่อการร้ายและคดีอื่นรวม 9 ข้อหา ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 2 ปี แล้วยังก็ไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาล
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี หลังจากจากการยึดอำนาจ พวกตนก็อยู่อย่างสงบ ถ้าเรื่องนี้เป็นความผิดข้อหายุยงปลุกปั่น ทำไมดีเอสไอและอัยการไม่ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา หรือถ้าเป็นการดูหมิ่นผู้ใด ก็สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทได้เช่นกัน แต่กลับใช้ช่องทางเพิกถอนการประกันพวกตนและแกนนำ นปช.ทั้ง 5 คน
&ldquoldquo;ที่เรามาศาลเพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรม ที่ผ่านมาก็เคยถูกยื่นคำร้องถอนประกัน แต่ครั้งนี้เราและทนายความได้ดูเอกสารคำร้องขอถอนประกันแล้ว เห็นว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย ดังนั้นจึงหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม” นายจตุพร ประธาน นปช. ระบุ
เมื่อถามว่า ถ้าสุดท้ายมีคำสั่งให้ถอนประกันและต้องเข้าไปอยู่เรือนจำ จะทำอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็โดนแล้ว ลูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็โดนแล้ว ซึ่งทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง เป็นคดีที่มีการใช้เอกสารกู้แบงก์ที่ไม่ถูกต้องและการบุกรุกป่า ซึ่งตนไม่มีคดีเหล่านั้นมีแต่ความผิดในข้อหาทางการเมือง
ขณะที่นายณัฐวุฒิ แกนนำร่วม นปช. กล่าวยืนยันว่า ระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาล พวกตนจะจัดรายการแสดงความคิดเห็นต่อไป เพราะมั่นใจว่าสิ่งที่พูดไม่ได้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว ถ้าบ้านเมืองยังปกครองในลักษณะแบบนี้แต่ไม่มีใครพูดต่างจากผู้มีอำนาจ นั่นคือความเสียหาย พวกตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบและยังยืนยันไม่ยอมรับการรัฐประหาร.

