ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 ก.ย. 2559 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/714808

อนาคตขนุนไทยสดใสแน่! พาณิชย์เผย ชาวเอเชีย ชาวฮิสแปนิก แห่ฮิตบริโภค ด้านตลาดสหรัฐฯ มีกระแสเป็น ซูเปอร์ฟรุต เชื่อว่าเนื้อขนุนแคลอรีต่ำ อุดมวิตามิน กินได้กระทั่งเม็ด แถมเนื้อเมื่อเอาไปผ่านความร้อน ลักษณะเหมือนเนื้อสัตว์ ทำให้ตลาดสุขภาพและมังสวิรัติก็โฟกัสเช่นกัน
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขนุนสดและผลิตภัณฑ์จากขนุน ได้รับความนิยมมากขึ้นในตลาดสหรัฐฯ มีการนำมาวางขายอย่างแพร่หลาย ทั้งในตลาดค้าปลีกที่เป็นของชาวเอเชีย ชาวฮิสแปนิก และตลาดค้าปลีกทั่วไป เนื่องจาก ผู้บริโภคในสหรัฐฯ เชื่อว่า เนื้อขนุนมีแคลอรีต่ำ อุดมด้วยวิตามินซี นอกจากนี้ ยังได้รับความสนใจในฐานะอาหารแทนเนื้อสัตว์ ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่รับประทานอาหารประเภทมังสวิรัติ เนื่องจากเนื้อขนุนที่ทำสุกแล้วจะมีลักษณะเหมือนเนื้อหมูฉีกหรือเนื้อไก่ฉีกนั่นเอง
สื่อสหรัฐฯ หลายสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคสินค้าอินทรีย์และมังสวิรัติ สนใจและนำเสนอประโยชน์ของขนุน และให้สมญานามว่าเป็น New Super Fruit พร้อมให้ข้อมูลในมิติวิธีการปรุงอาหารจากขนุน ทั้งในรูปแบบของขนุนสด ขนุนอ่อน ขนุนแห้ง และ เม็ดขนุน ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน โปแตสเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก
“สินค้ากลุ่มนี้ยังไม่มีคู่แข่งในตลาดสหรัฐฯ การสร้างโอกาสของตลาดสินค้าขนุนไทยจะเกิดขึ้นได้ โดยความร่วมมือจากร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ และภาครัฐ ผ่านการกระตุ้นและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในการปรุงอาหารจากเนื้อขนุน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคสหรัฐฯ หันมาเลือกซื้อสินค้าอาหารไทยที่ผลิตจากขนุนเพิ่มมากขึ้น” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว
ปัจจุบัน มีการนำขนุนไปประกอบอาหารหลากหลาย เช่น บาร์บีคิว พิซซ่า ซุป แซนด์วิช แยม น้ำผลไม้ ไอศกรีม และเค้ก เป็นต้น ส่วนผู้บริโภคเชื้อสายฮิสแปนิก หรือ สเปน นั้น นิยมนำขนุนมาทำเป็นอาหารประจำชาติ อาทิ ทาโก้, นาโช และ เอนชิลาดาส์ ในขณะที่ผู้บริโภคเชื้อสายอินเดียนิยมนำไปทำแกงขนุน
อย่างไรก็ตาม การส่งออกขนุนสดจากไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ อาจมีประเด็นเรื่องการรักษาความสดและคุณภาพของสินค้า อีกทั้งน้ำหนักของขนุนจะกระทบค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทำให้ต้นทุนสูงกว่าขนุนจากประเทศเม็กซิโกและประเทศในอเมริกาใต้ที่ขนส่งใกล้กว่า ผู้ประกอบการไทยจึงควรพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากขนุน สร้างความหลากหลายเพื่อเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เช่น เนื้อขนุนอ่อนในน้ำบรรจุกระป๋อง ของว่างที่ทำจากขนุนและเม็ดขนุน

ซึ่งความนิยมในผลไม้ชนิดนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมการเลือกรับประทานของคนอเมริกัน ที่มีรายงานว่า ช่วง ปี 2557-2558 คนอเมริกันราว 1 ใน 4 ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ยอดจำหน่ายอาหารทางเลือกเติบโตขึ้น จาก 69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2554 เป็น 109 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยอดขาย ในปี 2558 ของบริษัท Melissa’s Produce ผู้นำเข้าและกระจายสินค้าพืชผักสดรายใหญ่ของสหรัฐฯ ระบุ ในปี 2556 บริษัทขายขนุนได้เพียงปีละไม่กี่ลัง แต่ในปัจจุบันนี้สามารถขายสินค้าได้ถึง 1,000 ลังต่อเดือนทีเดียว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส รายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหลักในการสนับสนุนการส่งออกผลิตภัณฑ์ขนุนของไทยมี 2 ประการ ประการแรกคือ ประเทศไทยอุดมไปด้วยวัตถุดิบและมีการผลิตสินค้าจากขนุนอยู่แล้ว จึงมีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ประการที่สองคือ ตลาดการบริโภคผลิตภัณฑ์ขนุนของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การแข่งขันจึงยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยสินค้าที่ยังไม่แพร่หลายในตลาดสหรัฐฯ แต่มีศักยภาพสูงได้แก่ เม็ดขนุน รวมถึงเนื้อขนุนตากแห้ง
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ระบุว่า เฟอร์นิเจอร์จากไม้ขนุนมีความคล้ายคลึงกับไม้มะฮอกกานี และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไม้สัก คือ เป็นไม้ที่ปลวกไม่ขึ้น และทนทานต่อเชื้อราหรือแบคทีเรีย สามารถขัดเงาได้อย่างสวยงาม จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของผู้ประกอบการไทยที่จะคิดค้นประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าอื่นๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ไม้โดยใช้ไม้ขนุนเป็นวัตถุดิบอีกด้วย