เนรมิต‘อภัยภูเบศรเวชนคร’ เมืองสุขภาพ-อาณาจักรสมุนไพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/218875

วันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 02.00 น.

ขีดเส้นตีกรอบเฉพาะคนไทย หากกวาดสายตามองไปยังห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ร้านยาตามชุมชนจะพบ “สมุนไพรไทย” รูปแบบต่างๆ วางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ยังไม่นับการนวดไทย และศาสตร์การรักษาที่ควบคู่ไปกับแผนปัจจุบันตามสถานพยาบาลต่างๆ สะท้อนถึงความนิยม และการขยายตัวของสมุนไพรไทยอย่างไม่มีข้อท้วงติง

เมื่อมองออกไปภายนอก นับเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศไทย เพราะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ “เออีซี” เมื่อช่วงปลายปี 2558 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ชื่อเสียงของ “สมุนไพร-แพทย์แผนไทย” สั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งแนวโน้มจำนวนประชากร “ผู้สูงอายุ” มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ “ผู้สูงวัย” มักเกิดปัญหาสุขภาพตามมา กระแสการส่งเสริมสุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในประเทศ โดยนำ “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน” มาผสมผสานกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อใช้รักษาโรคร่วมกัน

คำถาม คือ ประเทศไทยเตรียม “พร้อม” เพียงใด ท่ามกลางความต้องการ “สมุนไพร-แพทย์แผนไทย”ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นได้!!!

“เมดิโคโพลิส เวชนคร” อาจจะเป็น “คำตอบ”!!!

“มนตรี จุฬาวัฒนทล” ที่ปรึกษาศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Medicopolis หรือ“เมดิโคโพลิส เวชนคร” กล่าวว่า TCELS ได้ริเริ่มโครงการ เมดิโคโพลิส เวชนคร ตั้งแต่ปี 2555 โดยดำเนินการครอบคลุมรูปแบบการบริการสุขภาพที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบทางด้านชีววิทยาศาสตร์ ได้แก่ ยา อาหารเสริมสุขภาพ วัคซีน เครื่องมือแพทย์และอื่นๆ นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพใน 3 มิติ ได้แก่ ผู้สูงอายุ การป้องกันและส่งเสริมให้มีสุขภาพดี และด้านความงาม

ส่วน “วิโรจ อิ่มพิทักษ์” นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และที่ปรึกษา TCELS กล่าวว่า เมดิโคโพลิส เวชนคร มีเป้าหมายหลัก คือ ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดี เป็นแนวทางของการป้องกันมากกว่าการแก้ไข กลไกในการขับเคลื่อนมี 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วง “เรียกแขก” ดำเนินการแล้วในการจัดงาน Life Science Garden เมื่อปี 2557 ระยะที่ 2 ช่วง “สร้างเครือข่าย” และระยะที่ 3 “สร้างเมือง” ซึ่งอยู่ระหว่างสรรหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อไป

สำหรับการสร้างเครือข่ายได้ดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2557 เรื่อยมากับ 3 จังหวัดต้นแบบ คือ จ.สกลนคร เป็น “ธรรมเวชนคร” ควบคู่กับการมีวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแห่งภาคอีสาน, จ.ระนอง เป็น “เวชนครแห่งน้ำแร่ธรรมชาติ” และ “ธาราบำบัด” และ จ.ปราจีนบุรี เป็น “เวชนครแห่งสมุนไพร” โดยมีต้นแบบหลักและแม่ข่ายสำคัญอยู่ที่…

“โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร”!!!

“แม่หมอสมุนไพร” แห่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อย่าง “สุภาภรณ์ ปิติพร” เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นจังหวัดนำร่องของโครงการ เมดิโคโพลิส เวชนคร มี “จุดแข็ง” ด้านสมุนไพร และมีการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เป็นเสมือน “ห้องรับแขก”ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรของประเทศ และเพื่อเตรียมรับมือกับ “สังคมผู้สูงอายุ” ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงพร้อมนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ที่สั่งสมความรู้มาเป็นเวลานานมาใช้ในโครงการเวชนครใน จ.ปราจีนบุรี

“มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มั่นใจว่าจะนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ปัจจุบัน เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ภายใต้การดำเนินงานในโครงการเวชนคร และเชื่อว่าจะพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติได้พร้อมๆ กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขในภาพรวม”

องค์ความรู้ “ศาสตร์แผนไทย” ที่ “สุภาภรณ์” กล่าวถึงและใช้มาอย่างยาวนาน คือ “ผสมผสาน” แพทย์แผนปัจจุบันกับเวชปฏิบัติแบบไทย เช่น “เผายา”ซึ่งจะเผาทางหน้าท้องด้วยกรรมวิธีโบราณ เพื่อรักษาอาการ “ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว” ปวดขัดเนื้อตัว นอนกรน โดยใช้เครื่องยาที่มีฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ไฟสด ขมิ้นสด ข่าสด ตะไคร้สดเป็นต้น ซึ่งพิสูจน์ผลลัพธ์แล้วว่า “หาย” ทุกราย อีกวิธีคือ “ย่างยา” ใช้รักษาอาการบวมน้ำทั้งร่างกาย บวมจากภาวะไตเสื่อม บวมจากโรคหัวใจ เป็นต้น เครื่องยาที่ใช้ได้แก่ ใบพลับพลึง ใบข่า ใบไพล หรือใบไม้ต่างๆ ที่มีฤทธิ์ร้อน

นี่คือการรักษาแบบ “ภูมิปัญญาตะวันออก” ที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น!!!

ขณะที่แพทย์แผนปัจจุบัน อย่าง “นเรศ ดำรงชัย” ผู้อำนวยการTCELS บอกว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง TCELS, จ.ปราจีนบุรี และโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อสร้าง“เวชนครแห่งสมุนไพร” ให้เป็นศูนย์บริการการแพทย์แบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ ทำให้เป็น “เมืองสุขภาพ” และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้วย

เขาบอกว่า เบื้องต้นจะจัดงาน Life Sciences & Bio Investment Asia 2016 พร้อมเปิดกิจกรรม“ตลาดนัดสุขภาพไทย-กัมพูชา” ให้มีการนำเสนอบริการทางการแพทย์ไทย และวิทยาการเวชศาสตร์ป้องกัน ที่ศูนย์แสดงสินค้ากัมพูชา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สมุนไพรไทยจะก้าวไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่กำลังมองหา “พันธมิตร” เชื่อมโยงงานวิจัยด้านสมุนไพรและพัฒนาการแพทย์องค์รวม

“โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีชื่อเสียงด้านการพัฒนายาสมุนไพร และได้รับมาตรฐานการผลิตยา GMP/PICs ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความเข้มงวดของสหภาพยุโรป ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับอีกด้วย” ผอ.TCELS กล่าว

ผอ.TCELS กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายโครงการสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และมองว่าการใช้ศาสตร์แผนปัจจุบันผสมผสานกับแพทย์แผนไทยมีความสำคัญ TCELS จึงมีโครงการ “จัดยาตามยีน” คือ การรักษาโรคเฉพาะบุคคล โดยการตรวจยีนของผู้เข้ารับการรักษาก่อนว่าแพ้ยาตัวไหนหรือไม่ เพื่อลดการ “สิ้นเปลืองยา” และลดการเสี่ยงต่อการเสียชีวิต รวมถึง “จัดอาหารตามยีน” คือ ตรวจยีนก่อนรับอาหาร เพื่อให้อาหารที่รับประทานเข้าไปเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น

การผสมผสานระหว่าง 2 ศาสตร์ จึงมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพ และด้วยความพร้อมข้างต้นทำให้อีกไม่กี่เดือนนับจากนี้ “ศาสตร์แห่งสมุนไพรไทย” จะขยายไปสู่ จ.พระตะบอง และเสียมเรียบของกัมพูชา โดยมี “อภัยภูเบศรเวชนคร” เป็นโมเดล!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment