ไขข้อข้องใจ‘ลดเกรด กสม.’ ‘รธน.-กฎหมาย’ต้องปรับปรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/scoop/220233

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 02.00 น.

ช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมา มีเรื่องหนึ่งที่ผู้ติดตามประเด็น “โลกมองไทย” ให้ความสนใจ นั่นคือการที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือ “กสม.” ของประเทศไทย ถูกลดชั้นจาก “เกรดเอ” (A) ลงมาอยู่ที่ “เกรดบี” (B) จากการจัดอันดับของ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ICC) ส่งผลให้จากเดิมที่กสม. ไทยในเวที กสม. นานาชาติ มีฐานะเป็น “สมาชิกเต็มตัว” ถูกลดระดับลงไปเป็นเพียง “ผู้สังเกตการณ์” เท่านั้น ซึ่งด้านหนึ่งก็มีผู้มองว่าอาจเกี่ยวข้องกับ “ที่มาและท่าที” ของรัฐบาลปัจจุบัน

แต่อีกด้านหนึ่ง “ข้อกฎหมาย” ที่เกี่ยวข้อง..ก็เป็น “ข้อท้วงติง” ที่สำคัญไม่แพ้กัน!!!

ศ.ดร.วิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเทศซีเรีย คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนองค์การสหประชาชาติ (UNHRC) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ “การสร้างกลไกการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักการปารีส” จัดโดย กสม. 3 มิ.ย. 2559 ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้กสม. ไทย ถูกลดชั้นลง นั่นคือ “ที่มา” หรือการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งกรรมการ

อาจารย์วิทิต กล่าวว่า ในเวทีสิทธิมนุษยชนนานาชาติมองว่าการสรรหากรรมการของ กสม. ไทยนั้น “ไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร” โดยหากดูตาม รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 256 วรรค 5 จะพบว่า คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสม.ที่อิงตาม มาตรา 243 จะเป็นผู้แทนจากศาลต่างๆ รวมกับผู้แทนฝ่ายการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรวมถึง กสม. ชุดปัจจุบันอันเป็นชุดที่ 3 ด้วย แต่กลับ “ไม่มีผู้แทนของภาคประชาชน” เลยแม้แต่ที่นั่งเดียว

“รัฐธรรมนูญฉบับที่ 16 (ฉบับ 2540) กำหนดคณะกรรมการคัดเลือกไว้ 27 คน ครึ่งหนึ่งเป็นเอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน-NGO) มีความหลากหลายและการคัดเลือกขั้นต้น แต่ในยุคที่ 2 ในรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 (ฉบับ 2550) ลดกรรมการคัดเลิอกเป็น 7 คน ซึ่งไม่มีเอ็นจีโอเลย มีแค่ผู้พิพากษาบวกกับนักการเมืองนี่คือเหตุใหญ่ที่สุดที่กรรมการสิทธิของไทยถูกลดลำดับ” ผู้แทนไทยใน UNHRC รายนี้ ระบุ

ขณะที่ สุนี ไชยรส อดีตคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ในฐานะอดีต กสม. ชุดแรก แสดงความเป็นห่วงกรณีร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ที่กำลังจะลงประชามติกันเร็วๆ นี้ ว่า “ลดอำนาจหน้าที่” ไปบางประการจาก รธน.ฉบับก่อนๆ อาทิ รธน. 2550 มาตรา 257 (4) การนำคดีขึ้นสู่ศาลหากกรณีนั้นจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนโดยรวม หรือ รธน.2550 มาตรา 257 (7) การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ซึ่งร่าง รธน. ฉบับล่าสุด มาตรา 247 ได้ตัดอำนาจ 2 ประการนี้ออกไป

“วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 มีกรรมการสิทธิ เป็นองค์กรอิสระด้วย แต่ว่าไปตัดอำนาจที่เชื่อมโยงกับศาล ที่พยายามผลักดัน
มาจนเกิดได้ในรัฐธรรมนูญ 2550 วันนี้ตัดออกแล้วคืออำนาจที่จะฟ้องต่อศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตัดอำนาจการทำงานกับเครือข่าย คือปกติแล้วกรรมการสิทธิไม่มีอำนาจตัวจริง แต่มันขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกับภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง ถึงจะทำให้กรรมการสิทธิเข้าไปส่งเสริมป้องกัน หรือคุ้มครอง” อดีต กสม.ชุดแรก ฝากทิ้งท้าย

เป็นที่ทราบกันว่าแนวทางของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะเริ่มร่าง “กฎหมายลูก” หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญรวม 10 ฉบับ ภายหลัง “รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ” เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ ซึ่ง 1 ในกฎหมายลูกนั้นมี พ.ร.บ.กรรมการสิทธิมนุษยชน รวมอยู่ด้วย จึงอยากให้นำในส่วนของที่เป็น “จุดเด่น-ข้อดี” ของรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ มาบรรจุไว้

เพื่อที่ “ภาพลักษณ์” ของไทยในเวทีโลก..จะได้ไม่ถูกมองว่า “แย่ลง”!!!

และนำไปสู่ “ดีขึ้น” ในอนาคต..กลับไปยืนที่ระดับ “เกรดเอ” อีกครั้ง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Leave a comment