ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/236366
วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559, 13.16 น.

21 ก.ย. 59 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์น้ำหลังมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ในช่วงวันที่ 23-24 กันยายนนี้ มวลน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์และน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง จะมาถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิม 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขอให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนที่มีการกังวลว่า น้ำจะท่วม กรุงเทพฯ นั้น ยืนยันว่า น้ำที่ระบายมา ยังสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งน้ำที่ระบายมา ยังไม่กระทบทำให้เกิดน้ำท่วม ในพื้นที่ กรุงเทพฯอย่างแน่นอนซึ่งประชาชน ยังไม่ควรกังวล ว่าจะท่วมกรุงเทพฯ เพราะ น้ำที่จะต้องท่วมกรุงเทพฯได้ ต้อง3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไป
ส่วน สถานการณ์น้ำในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในลุ่มน้ำยม จากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วม มีหลายจุด เช่น เขตเทศบาลสุโขทัย โดยเฉพาะพื้นที่ ใกล้ กับโรงพยาบาลสุโขทัย และพื้นที่ทางการเกษตร 50,000 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอกวไกรลาศ โดยเบื้องต้น ทางกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมเพื่อรองรับกับสภถารการณ์ ที่เกิดภาวะน้ำท่วมขึ้น โดยเร่งให้มีการขุดคันดินป้องกันน้ำ ขุดคลองเชื่อมอ่าวเก็บน้ำในพื้นที่ ให้สามารถรับน้ำได้มากขึ้น ไปจนถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ ไว้ด้วย
ทั้งนี้ ในอานาคต เพื่อไม่ให้เกิดปัยหาในพื้นที่ทางการเกษตรฯ โดยเฉพาะ พื้นที่ อ. บางระกำ ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ รองอธิบดีกรมชลประทาน แนะนำว่า ชาวนาในพื้นที่อ.บางระกำ และอ. พรมพิราม จ. พิษณุโลก ครอบคลุมพื้นที่ 245,000 ไร่ ควรปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวใหม่ โดยให้เพาะปลูกเดือนเมษายน เก็บเกี่ยวภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่ และลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้
“ท่าน รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ขอให้ ทางเกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว จากเดิมที่เคยปลูก แบบเดิมๆ มาปลูก ช่วงเดือนเมษายน เก็บเกี่ยวภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพน้ำในพื้นที่ และลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ เพื่อปล่อนให้พื้นที่ เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งจะเข้า ไปสู่ ระบบเดิมแบบโบราณ ที่ทำกันมา ก็จะลดความเสี่งมากขึ้น “ นายทองเปลวกล่าว
สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมทั่วประเทศ เทียบกับปีที่แล้วมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขณะที่ ปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยา จาก 4 เขื่อนหลัก ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อสิริกิติ์ เขื่อป่าวัก และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำใช้การได้ 6,781 ล้านลูกบาศก์เมตร. โดยเฉพาะในเขื่อนภูมิพล ช่วงที่มีพายุโซนร้อนราอี ทำให้มีน้ำเข้าเขื่อนมากถึง 300 ล้านลูกบาศก์เมตร