ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/245621
การเมือง : 10 ต.ค. 2559
“ตู่”จวกรัฐบาลใช้อำนาจ“เผด็จการผสมหลงจู๊”
“จตุพร” ซัด รัฐบาลใช้อำนาจ “เผด็จการผสมหลงจู๊” ใช้ อำนาจพิเศษแทรกแซง ล้วงลูก ทำร้ายความน่าเชื่อถือ ปกป้องน้องชาย
10 ต.ค. 59 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า รัฐบาลประกาศภารกิจสร้างประเทศให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน แต่การใช้อำนาจแบบเผด็จการหลงจู๊จะเกิดผลกระทบ และทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นผู้มีอำนาจ ความมั่นคงภายในประเทศ ไม่มีสิ่งใดมากระทบได้แล้ว นอกจากสร้างความไม่มั่นคงเพื่อเน้นย้ำอ้างภารกิจสร้างความมั่นคงเป็นหลัก ส่วนความมั่งคั่งกลับล้มเหลวสิ้นเชิง แม้มีโพลเชียร์รัฐบาลทุกครั้ง แต่ด้านเศรษฐกิจเป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ต้องแก้ไข สิ่งสำคัญประเทศไทยผ่านผู้นำมีอำนาจแบบหลงจู๊และเผด็จการมาหลายคน ส่วนวันนี้การใช้อำนาจกลับร้ายแรงกว่า เพราะได้รวมเอาอำนาจแบบเผด็จการมาผสมกับหลงจู๊ โดยมีอำนาจพิเศษเป็นเครื่องมือบังคับ ล้วงลูก แทรกแซงหน่วยงานต่างๆ ให้ทำตามความต้องการของผู้มีอำนาจ จึงเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของแต่ละองค์กรให้ยับเยินที่สุด
นายจตุพร กล่าวว่า แม้รัฐบาลมุ่งปราบปรามการทุจริต แต่กลับใช้องค์กรตรวจสอบ ปราบปรามอย่างสิ้นเปลือง โดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของประชาชนที่คลางแคลงใจการทำหน้าที่ไม่เสมอภาคกันทุกฝ่าย เพราะมุ่งเน้นให้องค์กรหรือหน่วยงานไปจัดการ ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม แล้วเพิกเฉยไม่ตรวจสอบฝ่ายของตัวเอง ผลการใช้อำนาจแบบเผด็จการหลงจู๊ จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อข้าราชการคนใดแสดงความเห็นไม่ถูกใจผู้มีอำนาจต้องมีอันเป็นไปอย่างรวดเร็ว กรณีล้วงลูก แทรกแซงเล่นงานรองอธิบดีอัยการสูงสุด หรือผู้ว่าราชการจังหวัดจนต้องเขียนกลอนศรีปราชญ์ระบายความในใจ และการถอนประกันตัว ซึ่งมีแนวโน้มถูกแทรกแซง สั่งการให้เกิดผลในด้านใดด้านหนึ่ง ตามความต้องการของผู้มีอำนาจเช่นกัน
“ การใช้อำนาจล้วงลูก เป็นเสมือนการพยายามสร้างรัฐที่แตะต้องไม่ได้ สร้างรัฐให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ไม่ใช่ การแก้ไขปัญหาชาติก็คิดแต่เข้าข้างตัวเอง ดังนั้น ผู้มีอำนาจใช้อำนาจพิเศษล้วงลูกแทรกแซงเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้น จนไม่กล้าจะแสดงออก ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เปิดกว้าง เพราะการเปิดกว้างจะทำให้เกิดการค้นหาความจริง จนประชาชนรับรู้และยอมรับอย่างมีเหตุผล ย่อมทำให้บรรยากาศสังคมและการเมืองน่าเชื่อถือ ” นายจตุพร กล่าว
ส่วนกรณีปัญหาของครอบครัว พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม นั้น การอธิบายถึงความรักและต้องการปกป้องน้องชาย แม้สังคมยอมรับได้ แต่การปกป้องได้กระทบต่อจริยธรรมอำนาจของผู้นำ จึงทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อตีโจทย์ไม่แตกแล้ว จึงเห็นคนวิพากษ์วิจารณ์เป็นศัตรู จ้องจะเล่นงานอย่างเดียว ทั้งที่ปัญหากรณีนี้เกิดจากคนภายในสะท้อนออกมา โดยคนนอกไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยเรื่องราวเลย
การจะมีอำนาจต้องคิดถึงชาติบ้านเมืองให้ยิ่งใหญ่กว่าการใช้อำนาจ และประเทศต้องใหญ่กว่าครอบครัวของตัวเอง ดังนั้น สัจธรรมการใช้อำนาจต้องคิดถึงวันที่ไม่มีอำนาจด้วย เพราะการแทรกแซง ล้วงลูกทุกองค์กรของรัฐนั้น ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย นอกจากเป็นการทำลายความน่าเชื่อให้ยับเยินเท่านั้น
