ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ก.ย. 2559 07:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727940

ขีดเส้น 30 วันให้ “เอไอเอส” ตอบ กำชับค่ายมือถืออย่าเลียนแบบ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส นำข้อมูลผู้ใช้บริการมือถือ ไปขายให้บุคคลอื่น ว่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นครั้งแรกของประชุม หลังได้สอบถามข้อมูลจากนายชยพลปกรณ์ ศรัทธาณรงค์ ผู้เสียหาย ที่ได้ยื่นร้องเรียนมายัง กสทช. และสอบถามข้อมูลจากเอไอเอสแล้วเช่นกัน จึงขอให้เอไอเอสไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 และเลขหมายที่ถูกอ้างถึง อีกจำนวนหนึ่งว่ามีพฤติกรรม ในการนำข้อมูลลูกค้าไปขายต่อหรือไม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือในเดือน ต.ค.นี้
“เอไอเอสได้แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงาน และไล่ออกแล้ว โดยแจ้งว่าเป็นพนักงานระดับผู้บริหาร ขณะที่ กสทช. จะไปยื่นฟ้องร้องเอาผิด กับพนักงานเอไอเอส ที่นำข้อมูลผู้ใช้บริการไปขายร่วมกับเอไอเอส ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ของ กสทช. ที่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย และต้องรอผลการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะผู้เสียหายได้แจ้งความที่สถานีตำรวจ และเอไอเอสก็แจ้งความเอาผิดพนักงานที่นำข้อมูลไปขายแล้วเช่นกัน”
นายฐากรกล่าวว่า กสทช. ต้องเร่งสร้างความกระจ่างชัด ในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ว่าไม่มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปให้บุคคลภายนอก และได้ย้ำไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ ด้วยว่าห้ามเปิดเผยข้อมูล การใช้บริการของผู้ใช้บริการ ยกเว้นได้รับหมายศาล และหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการสืบค้นข้อมูล เพื่อความมั่นคงของประเทศ
นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขอยืนยันว่าพนักงานผู้กระทำผิดมีตำแหน่งเป็น IT Specialist เทียบเท่าระดับผู้ชำนาญการ ไม่ใช่ระดับผู้บริหาร โดยลักษณะงาน เป็นการได้รับสิทธิ์เป็นการเฉพาะ (Token และ Password) ในการเข้าถึงข้อมูล เพื่อใช้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำเพียงลำพัง จึงไม่อาจทราบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น ขณะนี้ พนักงานคนดังกล่าวได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ.