ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ก.ย. 2559 15:02
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/739407

รมว.คลัง เชื่อ ศก.ไทยปีนี้ ขยายทะลุ 4% จากที่คาดไว้ 3% เร่งเดินหน้าขยายลงทุนในประเทศเพิ่ม อีกทั้งไตรมาส 4 มีปัจจัยกระตุ้น GDP ให้เติบโตได้ดี รวมถึงออกมาตรการ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง…
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 59 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้สูงทะลุ 4% จากปัจจุบันที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในระดับ 3% โดยเรียกร้องให้ภาคเอกชนเร่งเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น จากที่ในปัจจุบันโครงการลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากภาครัฐเป็นหลัก ซึ่ง GDP จะเติบโตไม่ต่ำไปกว่านี้แน่นอน ส่วนไตรมาส 4/59 เชื่อว่าจะมีปัจจัยที่เข้ามากระตุ้นให้ GDP ยังสามารถเติบโตได้ดี จากการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเร่งรัดเบิกจ่ายให้เร็วขึ้น เช่น งบลงทุนที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ให้เบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน ธ.ค.59 ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถลงไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคให้หมุนเวียนและเกิดการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการกระจายให้เกิดความทั่วถึง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งในส่วนนี้จะช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ได้ตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งต่อระบบเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ดี คงไม่สามารถทดแทนเรื่องการส่งออกที่หดตัว เพราะเป็นคนส่วนกัน
นายอภิศักดิ์ ยังกล่าวในงานสัมมนา “เสริมสร้างความรู้และธรรมาภิบาลของกรรมการรัฐวิสาหกิจ” โดยระบุว่า ปัจจุบันมีรัฐวิสาหกิจทั้งสิ้น 55 แห่ง มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 13 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร การสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร ที่สามารถตรวจสอบได้ ที่จะเป็นหลักในการสร้างความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเอกชน
ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจมีหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่ง ในการลงทุน ที่ล่าสุด ครม. มีมติเห็นชอบกรอบและงบลงทุนประจำปีงบประมาณ 2560 ของรัฐวิสาหกิจทั้ง 55 แห่ง วงเงิน 1.52 ล้านล้านบาท และมีวงเงินเบิกจ่ายลงทุน 5.8 แสนล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจ มีการตั้งเป้าหมายที่จะมีการลงทุนมากกว่าปีนี้เท่าตัว หรือใช้งบประมาณราว 6 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่ใช้ไปเพียง 3 แสนล้านบาท โดยในปีนี้การเบิกจ่ายงบประมาณทำได้เพียง 50% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ในเบื้องต้นจึงได้สั่งการให้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป จะไม่มีการลดเป้าหมายการเบิกจ่ายลงทุนที่ตั้งเป้าหมายไว้ 95% เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับรัฐวิสาหกิจที่สามารถแข่งขันได้
นอกจากนี้ การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จะส่งผลให้ภาคเอกชนเดินหน้าลงทุนตาม ภายหลังที่ผ่านมาเอกชนชะลอการลงทุนใหม่มาประมาณ 10 ปี ซึ่งรัฐบาลพยายามเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ ผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งการให้สิทธิประโยชน์ รวมถึงเร็วๆ นี้จะมีการออกบีโอไอพลัส เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เอกชนลงทุนด้วย หากภาคเอกชนมีการลงทุนตามการลงทุนของภาครัฐ จะสามารถผลักดันให้ GDP เติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 4% อย่างแน่นอน.