คุ้ยเบื้องลึก Call ขายประกัน ข้อมูลคนไทยซื้อง่าย ช่างด้อยราคา!? (ฟังคลิป​)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743421

 

กรี๊งๆ “สวัสดีครับ (ค่ะ) คุณ #$%^$$% … ตอนนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษที่เป็นกรมธรรม์สำหรับคุณที่เป็นลูกค้าชั้นดี ไม่เคยมีประวัติ บลาๆ”

เบื่อมั้ย…รำคาญ หรือเปล่า กับปลายสายโทรขายประกัน หรือบัตรเครดิต จากธนาคาร และบริษัทประกันภัย ที่มักโทรหาไม่เป็นเวล่ำเวลา แล้วก็เสนอขายแพ็กเกจต่างๆ มากมาย ซึ่งในบางครั้งคนที่โทรหาก็พูดดีมีหลักการ แต่ในบางคราก็เจอแบบแปลกๆ ตีเนียนจนผู้รับสายอย่าง “อาสาม ไทม์แมชชีน” แห่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ต้องมึนปนกับฮา ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น ลองฟังกันดูกับคลิปด้านล่างนี้

เมื่อได้ฟังกันแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้าง ตั้งข้อสังเกตกันหรือไม่ มีอะไรผิดปกติ วันนี้ เราจะมาไขข้องใจต่างๆ ว่า บริษัทประกัน หรือ คนขายประกันในบริษัทต่างๆ เหล่านี้ เอาเบอร์พวกเราและท่านทั้งหลายมาจากที่ไหน แล้วจะมีวิธีการรับมืออย่างไร หากเผอเรอทำประกันจะแก้ไขอย่างไร วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบครบทั้งหมด

ขายประกันทางฮัลโหล โทรได้แต่กรมธรรม์ต้องไม่ซับซ้อน

อาสามฯ ขอเริ่มต้นจาก การเปิดเผยของ นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บอกว่า กฎหมายอนุญาตให้ขายประกันทางโทรศัพท์ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากบริษัทประกันภัย แล้วบริษัทประกันภัย ต้องแจ้งว่าอนุญาตให้ใครขายได้บ้าง ที่สำคัญคือ กรมธรรม์ที่ขายต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน (นายทะเบียน คือ เลขาธิการ คปภ. หรือผู้ที่เลขาธิการ คปภ. มอบหมาย) การขายประกันทางโทรศัพท์ จะต้องเป็นประเภทที่ไม่ซับซ้อน เช่น ประกันภัยรถ ประกันชีวิต ส่วนประเภทที่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น ประกันที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ประกันประเภทนี้ขายทางโทรศัพท์ไม่ได้


คำถามที่ต้องตอบ…เมื่อลูกค้าถามกลับว่าเอาข้อมูลส่วนตัวของเขามาจากไหน

นอกจากนี้ รองเลขาฯ คปภ. ยังบอกถึงหลักเกณฑ์การขายประกันทางโทรศัพท์ว่านที่โทรเข้ามาขายต้องมีใบอนุญาต (ไลเซนส์) เป็นตัวแทนหรือนายหน้าจากบริษัทประกัน, กรมธรรม์ที่ขายต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน เงื่อนไขการขายจะขายได้เฉพาะวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00 -19.00 น. เท่านั้น (ยกเว้นมีการขออนุญาตหรือตกลงกันก่อน) แต่หากว่าโทรหาแล้วผู้มุ่งหวัง (คนที่จะซื้อประกัน) ปฏิเสธ การขายประกันต้องยุติทันที และทางผู้ขายหรือบริษัทประกันห้ามติดต่อผู้มุ่งหวังคนนั้นอีก 6 เดือนด้วย!

เปิดเบื้องลึก Call ขาย ประกันทางโทรศัพท์ เบอร์เราท่าน…ได้แต่ใดมา!

ขณะที่ นางนฤมล เมฆบริสุทธ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เองก็ได้ตั้งข้อสังเกต กรณีเหล่าธนาคาร หรือบริษัทประกัน โทรเข้ามา ขายประกันกับบุคคลต่างๆ ว่า “เขาเหล่านั้นเอาเบอร์พวกเรามาจากที่ไหน…!?

“ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนกรณีแบบนี้เข้ามาบ้าง เพราะสร้างความรำคาญแก่ประชาชน ประเด็นคือ เขาเอาเบอร์พวกเรามาจากที่ไหน… สุ่มเสี่ยงที่จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ อย่างไรนั้น ตาม พระราชบัญญัติสิทธิส่วนบุคคล ที่มีการร่างกันแต่ยังไม่คลอดออกมาระบุว่า ถ้าเป็นข้อมูลจากการทำบัตรเครดิต มีกำหนดว่า การที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นไปใช้จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ถือบัตร ซึ่งสิ่งที่เราเซ็นลงไปตอนไปทำบัตรเครดิต หากเราสังเกตดูก็จะทราบว่าคนที่ถูกโทรหาส่วนใหญ่ก็จะมีบัตรเครดิต ฉะนั้น ทางบริษัทที่รับทำบัตรเครดิตจึงซ่อนข้อความนี้ไว้ด้านล่าง โดยระบุว่า “อนุญาตให้บริษัทให้ข้อมูลกับคู่ค้าของบริษัท” ก็คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจการค้าร่วมกันกับบัตรเครดิต ซึ่งเราๆ ท่าน ๆ ก็เซ็นอนุญาตกัน”

นางนฤมล กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแฝงด้วยความท้อใจว่า “ถามว่ามีใครเคยคิดจะแก้ไขเรื่องนี้หรือไม่…แต่เราทุกคนไม่มีใครเคยคิดจะอ่าน เขาชี้ให้เซ็นเราก็เซ็น นี่คือสิ่งที่พลาด สำหรับในต่างประเทศเขามีกฎหมายคุ้มครองเพิ่มขึ้นมาเลย”

สอดคล้องกับ นายตนุภัทร ยอมรับว่า เรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คือ “การโทรรบกวน” รองลงมา คือเรื่องการขายประกันเกี่ยวกับคนชรา ซึ่งกรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการโทรเข้า ไม่ใช่เป็นการโทรออกเพื่อหาลูกค้า เหมือนประกันอื่นๆ ส่วนกรณีถูกหลอกให้ทำประกัน ก็มีแต่น้อยมาก อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีกรมธรรม์ที่คุ้มครองแล้วทั้งประเทศประมาณ 80 ล้านฉบับ จากการขายในทุกทาง คือ ตัวแทน นายหน้า และทางโทรศัพท์ แต่สถิติร้องเรียนมีเพียง 12,000 เรื่อง เท่านั้น

“ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเขาได้เบอร์พวกเรามาจากที่ไหน บ้างก็พูดว่าเอาข้อมูลมาจากที่เราไปเล่นเกมชิงโชค การทำบัตรเครดิตต่างๆ ซึ่งเขาอาจจะนำข้อมูลเรามาขายได้ แต่ในเรื่องนี้ตนไม่ขอยืนยัน เนื่องจากข้อมูลลูกค้าเหล่านี้นับเป็นสิ่งมีค่ามาก มันอาจจะมาจากหลายทางหลายแหล่ง แต่เท่าที่ทราบคือ ข้อมูลเหล่านี้มีค่ามาก และมีแหล่งซื้อขายกัน เช่น บริษัท A ซื้อ บริษัท B และซื้อบริษัท C เมื่อถามว่าจะเกี่ยวข้องกับการทำข้อมูลทำบัตรเครดิต ที่เราเซ็นยอมรับไป เขาก็เอาออกมาขายหรือไม่ บางครั้งเขาก็ว่ามาจากตรงนั้น แต่บางครั้งเขาก็ว่า มันมีระบบของมัน” รองเลขาฯ คปภ. กล่าว


ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีค่า

บ้านเรามีความแปลก เพราะบางเรื่องก็ต้องตีความข้อกฎหมาย ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนั้น เช่น คุณไม่ได้เซ็นชื่อไว้ว่าห้ามเปิดเผย เขาก็เลยเอาไปขายได้ แต่ในระหว่างที่เราจะเซ็น เราต้องดูดีๆ หากเราลงไว้ว่าไม่ให้เปิดเผย เขาก็เปิดเผยไม่ได้ แต่เวลาที่เราท่านทำบัตรจริง ๆ ให้เซ็นตรงไหน เราก็เซ็นหมด

เลขาฯ คปภ. กล่าวว่า การซื้อขายข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องผิดกฎหมายแน่ๆ ส่วนจะซื้อขายกันทางไหนตนไม่ทราบ เพราะไม่มีข้อมูล ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ คปภ. อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบริษัทไหนโทรมา ในฐานะลูกค้ามีสิทธิที่จะถามว่าเขาเหล่านั้นเอาข้อมูลเรามาจากที่ไหน ในเงื่อนไขของ คปภ. ผู้ที่โทรมาต้องตอบ แหล่งที่มา ส่วนเขาจะตอบจริงตอบเท็จหรือไม่นั้นก็ยากจะตรวจสอบ

เผย มีการซื้อขายเบอร์ลูกค้า ยิ่ง VIP ยิ่งมีราคาแพง

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ระแคะระคายว่า ในวงการนี้ มีการกระทำที่ส่อจะเป็นการละเมิดสิทธิด้วยการนำข้อมูลส่วนตัวของเราท่านมาซื้อขายกัน และ “อาสามฯ” ก็ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวรายหนึ่ง แต่ขอเรียกนิกเนมสั้นๆ ว่า “พัชซี่” ที่ยอมเผยเรื่องราวในวงการให้เห็นถึงไส้ในว่ามันเป็นอย่างไร…

พัชซี่ เริ่มต้นเล่าว่า เขาเริ่มเข้าสู่วงการเซลล์มานับสิบปีแล้ว แต่เข้ามาทำงานด้านประกันได้ประมาณ 2 ปี และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่ สิ่งที่เขารู้ คือ เหล่านายหน้าขายประกันทั้งหลาย จะสรรหาเบอร์โทรศัพท์ “คุณๆ ท่านๆ” มาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรถยนต์ ธนาคาร สถานประกอบการ แหล่งรับสมัครงาน ข้อมูลพวกนี้ จะเป็นข้อมูลลับที่ทางบริษัทเหล่านี้เก็บไว้ แต่ก็มีการนำมาซื้อขายกันเป็นประจำ


ข้อมูลส่วนบุคคล กลับถูกนำมาซื้อขาย จริงหรือ?

สำหรับเบอร์ที่ขายกันนั้น จะขายกันทีเป็นร้อยๆ เบอร์ ราคาเบอร์ที่ได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงว่า จะซื้อกันในราคาเบอร์ละเท่าไร 1 บาท 5 บาท 10 บาท ถ้าเบอร์ของพวกเศรษฐีมีสตางค์หน่อย ก็จะแพงขึ้นมาอีก

พัชซี่ อ้างว่า เคยมีคนมาขอซื้อเบอร์ เจ้าสัวอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นลูกค้าค่ายรถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาเคยทำงานที่นั่น แต่ด้วยที่ว่าเจ้าสัวรายนี้ เป็นลูกค้าระดับ VIP จึงทำให้ พัชซี่ ไม่กล้าขายเบอร์ของเจ้าสัวรายนี้ให้ไป

ถามว่า เขาได้เบอร์ไปแล้วขายได้หรือ…“ถ้าซื้อเบอร์ลูกค้าไป 100 เบอร์ และจิ้มโทรหาทุกคน หากมีลูกค้าซื้อประกันสัก 2 คน ก็คุ้มแล้ว” พัชซี่ เขาว่าอย่างนั้น!

วิธีระวังตัวจากการรับสายขายประกันทางโทรศัพท์ ยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 30 วัน

หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ได้มีการร้องเรียนมายัง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเกี่ยวกับการทำประกันทางโทรศัพท์หลายรูปแบบ ที่ผ่านมาได้มีประชาชนบางรายเล่าให้ฟังว่า มีคนโทรเข้ามา แล้วปลายสายถามว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลบัตรเครดิตใช่หรือไม่ เจ้าของบัตรก็แค่ตอบ “ค่ะๆ” กลายเป็นการตอบตกลงทำประกันไปแล้ว ซึ่งที่จริงแล้วเขาแค่ยืนยันข้อมูลของตัวเองเท่านั้น ที่ผ่านมา การทำประกันทางโทรศัพท์ส่วนใหญ่ ทางคอลเซ็นเตอร์จะโทรเข้ามา โดยแจ้งชื่อบรัษัท ชื่อ-นามสกุล จากนั้นก็จะพูดให้เราฟังเพลินว่ามีโปรนั้นโปรนี้ จากนั้นก็ถามว่า “พี่โอเคใช่มั้ย” บางครั้งเราฟังเพลินๆ ก็ตอบใช่หมด ปรากฏว่ากลายเป็นการทำประกันไป เขาก็จะบันทึกเสียงเรา แล้วมาเปิดให้เราฟัง…

ขณะที่ นายตนุภัทร กล่าวว่า ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็จะมี “เหรียญสองด้าน” เสมอ กรณีคนที่ทำประกันชีวิตหรืออุบัติเหตุทางโทรศัพท์ แล้วเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงแล้วเขาได้ความคุ้มครองก็มี ในขณะเดียวกัน คนที่ถูกหลอกให้ทำก็มี

การขายประกันนั้น หากมีตัวแทนมาขาย เจอกันแบบ Face to Face แล้วมาดูเงื่อนไขในกรมธรรม์แล้วรู้สึกว่าไม่ถูกต้องหรือผิดเงื่อนไข สามารถยกเลิกได้ภายใน 15 วัน

“ส่วนกรณีขายประกันทางโทรศัพท์ ก็สามารถยกเลิกได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รับหนังสือกรมธรรม์ เช่น ได้ตกปากรับทำประกัน ตั้งแต่ 1 มกราคม แต่เพิ่งได้รับกรมธรรม์วันนี้ ก็ต้องนับ 30 วันตั้งแต่วันนี้ ส่วนที่ผ่านมา ก็ถือว่าเขาคุ้มครองให้ฟรี อย่างไรก็ดี เรามีสิทธิที่จะตรวจสอบกรมธรรม์ขั้นสุดท้ายแล้วค่อยให้คำตอบว่า จะทำหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ เมื่อออกกรมธรรม์ ถึงมือ 7 วัน เขาจะโทรมาสอบถามเงื่อนไขการทำประกัน เพื่อขอคำยืนยันอีกครั้งว่าจะทำหรือไม่ เพื่อเช็กว่าไม่ได้ทำประกันเพราะความเข้าใจผิดหรือหลงผิดไป”

นายตนุภัทร กล่าวทิ้งท้ายว่า การขายประกัน เป็นเรื่องความคุ้มครองในอนาคต เวลาจะซื้อขายอะไรท่านต้องตรวจสอบให้แน่ชัด ว่าคุ้มครองอะไรบ้าง ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง เสียค่าใช้จ่ายเบี้ยยังไง มีใบอนุญาตหรือไม่ ต้องแสดงชื่อ-นามสกุล สังกัด เลขที่ใบอนุญาต และต้องมีมารยาท ต้องถามให้ชัดเจน ถ้าจะโอนเงินให้โอนเข้าบัญชีบริษัท เรียกหาใบเสร็จ เมื่อได้กรมธรรม์ตรวจสอบเงื่อนไขอีกครั้ง หรือถามผู้ใกล้ชิดว่าอยากทำหรือไม่ ถ้าไม่พร้อมก็สามารถยกเลิกได้ แจ้งยกเลิกได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันรับกรมธรรม์ ถ้าสงสัยในข้อมูลคนขายประกัน หรือปัญหาต่างๆ สามารถโทรเช็กสายด่วนประกันภัย 1186 หรือ เว็บไซต์ คปภ.

ในอนาคต “อาสามฯ” และ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หวังว่า ภาครัฐจะเอาใจใส่ในการดูแลผู้ทำประกันภัยมากขึ้น เพราะการปล่อยให้คนนำข้อมูลส่วนตัวไปขาย ก็ไม่ต่างอะไรจากการเปิดโอกาสให้คนไม่ดีเข้าถึงตัวเราได้ง่ายขึ้น เมื่อก่อนมีสุภาษิต “รู้หน้าไม่รู้ใจ” ปัจจุบันนี้คงต้องเพิ่มว่า “ได้ยินเสียง…ก็ไม่รู้ว่าใช่ ตัวแทน นายหน้า หรือ มิจฉาชีพ” ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจตอบอะไรก็ใคร่ครวญตรวจสอบให้ดีก่อน


    • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

 

Leave a comment