ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ต.ค. 2559 08:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/743737

น้ำแล้ง–น้ำท่วมทำอะไรไม่ได้ ข้าวไทยราคาดิ่งเหว ข้าวขาวเหลือตันละ 360 เหรียญฯ ต่ำสุดรอบ 2 ปี ข้าวหอมมะลิร่วงแรงเหลือ 650 เหรียญฯ ต่ำสุดรอบ 5 ปี เหตุตลาดไม่มีคำสั่งซื้อ “พาณิชย์” ดิ้นหวั่นกระทบราคาข้าวเปลือกนาปีที่จะออก พ.ย.นี้ ด้าน ครม.เลื่อนมาตรการช่วยไร่มันเร็วขึ้น 2 เดือน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยเสนอขายอยู่ที่ตันละ 360-365 เหรียญสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ ส่วนราคาส่งออกข้าวหอมมะลิไทยอยู่ที่ตันละ 650 เหรียญฯ ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
สำหรับสาเหตุที่ราคาส่งออกข้าวไทยปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวขาว 5% เพราะหลายประเทศมีข้าวชนิดเดียวกัน แต่ตลาดไม่มีคำสั่งซื้อ ทำให้ประเทศส่งออกแข่งขันกันลดราคาขาย โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของเวียดนามเหลือตันละ 325 เหรียญฯ ต่ำกว่าข้าวชนิดเดียวกันของไทยตันละ 40 เหรียญฯ ส่วนปากีสถานอยู่ที่ตันละ 315-320 เหรียญฯ (ราคาซีไอเอฟ ที่รวมค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย) เมื่อทอนกลับมาเป็นราคาเอฟโอบี ซึ่งเป็นราคา ณ ท่าเรือ จะต่ำกว่าตันละ 300 เหรียญฯด้วยซ้ำ
“ทั้งนี้ ตลาดที่เดิมคาดว่าจะซื้อข้าวหลายแห่ง ขณะนี้เริ่มมีผลผลิตข้าวในประเทศดีขึ้น เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่ปกติจะนำเข้าช่วงปลายปี ขณะนี้ประเมินว่าน่าจะนำเข้าในปริมาณลดลงกว่าที่เคยนำเข้าเมื่อปีก่อน ส่วนจีนที่ไทยมีสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตันในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังอยู่ระหว่างการเจรจาราคาส่งมอบลอตแรก 100,000 ตัน โดยจีนได้ต่อราคาถูกมาก ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะขายได้หรือไม่ เพราะผลผลิตข้าวในจีนดีขึ้น และมีข้าวจากปากีสถานในราคาถูกกว่าเข้าไปทำตลาดอีก”
นายชูเกียรติกล่าวต่อว่า เท่าที่ประเมินสถานการณ์ยังไม่เห็นถึงแนวทางที่จะกระตุ้นตลาด ข้าวไทยให้ส่งออกมากขึ้นได้ เพราะความต้องการซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจทำให้ปริมาณการส่งออกปีนี้ได้เพียง 9.2 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ 9.5 ล้านตัน เพราะในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปี การส่งออกต่อเดือนเหลือเพียง 650,000 ตันเท่านั้น หากจะให้ได้ตามเป้าหมาย ในช่วง 4 เดือนท่ีเหลือต้องส่งออกเดือนละ 700,000 ตันขึ้นไป
“ไม่เฉพาะราคาข้าวที่ลดต่ำลง แต่พืชเกษตรอื่นๆก็ลดลงมามาก ทั้งมันสำปะหลัง ข้าวสาลี ข้าวโพด เพราะผลผลิตปีนี้ดีมากเกือบทั้งโลก ยกเว้นน้ำตาลทรายที่ยังมีปัญหาผลผลิตอยู่ ซึ่งการจัดโปรโมชั่นด้วยการไปเปิดตลาดต่างประเทศ เชิญผู้ซื้อผู้นำเข้ามาหารือ เพื่อให้ซื้อข้าวจากไทยช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง แต่ก็คงมีคำสั่งซื้อไม่มาก เพราะความต้องการซื้อข้าวโลกที่ลดลง” นาย
ชูเกียรติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่า ภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงจะเชิญผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับข้าวทั้งหมดมาหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดข้าวในปัจจุบัน เพราะเป็นห่วงราคาข้าวที่ตกต่ำลง ซึ่งอาจทำให้ราคาข้าวเปลือกนาปีปีการผลิต 59/60 ที่จะออกมาในเดือน พ.ย.นี้ ตกต่ำตามไปด้วย ทั้งนี้ หลังจากหารือกับทุกฝ่ายและได้ข้อสรุปในเรื่องของมาตรการและแนวทางที่จะผลักดันราคาข้าวไทยแล้ว จะเชิญภาคเอกชนประชุมใหญ่ร่วมกับนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ต่อไป
ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการมันสำปะหลังปี 2559/ 2560 เพิ่มเติม โดยให้เลื่อนเวลาการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2559 ใน 3 โครงการ 1.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยด 2.โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับ มาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลัง และ 3.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร จากเดิมจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ธ.ค. 2559-31 ธ.ค.2562 เป็นเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2559 เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้เร็วขึ้น
ครม.ยังได้อนุมัติโครงการพักชำระหนี้เงินต้นและลดดอกเบี้ยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กรอบวงเงินที่รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยรวม 1,200 ล้านบาท โดยเลื่อนกำหนดชำระคืนเงินต้นเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2559-31 ส.ค.2561 และลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกร 3% ต่อปี โดยรัฐบาล และ ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรรายละ 1.5% วงเงินกู้รวมประมาณ 40,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดย ธ.ก.ส.จะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในอัตรา 0.5% ต่อเดือน หรือ 6%ต่อปี วงเงินกู้รายละไม่เกิน 20,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท.