ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ต.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/735521

นับว่า เป็นจังหวะดีถูกเวลา “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ได้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารของ “โตโยต้า” อีกหนึ่งค่ายรถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งประสบความสำเร็จในการผลิตและจำหน่ายรถรุ่นต่างๆ ทั้งในระดับโลกและในไทยระหว่างกิจกรรม “2016 Toyota Technology Media Trip” ในญี่ปุ่น เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยเฉพาะประเด็นทิศทางของโตโยต้าท่ามกลางความท้าทายของกระแสรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) ที่กำลังมาแรงใกล้เป็นทางเลือกใหม่ทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลไทยมีเป้าหมายและแนวทางชัดเจนใส่เกียร์หนุนเต็มสูบให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมด้านการลงทุนต่างๆ แก่ผู้สนใจผลิตรถ EV มากมาย

ผู้บริหารโตโยต้าที่จะมาฉายภาพอนาคตในประเด็นดังกล่าว วันนี้ คือ “ฮิโรยูกิ ฟุคุอิ” เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชียแปซิฟิก มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซลล์
ชูธงรถไฮบริดในไทย-เอเชียแปซิฟิก
ทิศทางผลิตรถเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมโต โยต้าจะให้ความสำคัญที่สุดในตลาดเอเชียแปซิฟิกคือ ผลิตและจำหน่ายรถไฟฟ้าไฮบริด ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นผู้นำด้านยอดขายเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิกด้วยกัน ส่วนอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ มาเลเซียและสิงคโปร์ตามลำดับ

สำหรับเฉพาะในไทยช่วงที่ผ่านมา มียอดขายสะสมรถไฮบริด 55,000 คัน จากยอดขายทั้งภูมิภาคจำนวน 128,000 แสนคัน ซึ่งไม่รวมจีน ขณะที่ยอดขายรวมรถพรีอุสไฮบริดทั่วโลกอยู่ที่จำนวน 9,000,000 คัน โดยเป็นยอด ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 หลังจากเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540
ไทยผงาดผู้นำตลาดไฮบริดภูมิภาค!
ไทย มาเลเซียและสิงคโปร์น่าจะเป็นผู้นำตลาดรถไฮบริดของโตโยต้าในภูมิภาคนี้ แม้ว่ายอดขายยังไม่เติบโตมาก โดยที่ผ่านมา เติบโตด้วยอัตราตัวเลขหลักเดียว

ล้ำหน้าเพื่อนบ้านมีผลิตรถไฮบริดในไทย
สำหรับอุปสรรคการทำตลาดรถไฮบริดอยู่ที่เรื่องราคายังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรถขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซิน เพราะระบบภาษีนำเข้าไม่เอื้ออำนวย แต่ละประเทศในย่านนี้ ต้องนำเข้ารถไฮบริด มีเพียงกรณีของไทย ซึ่งเริ่มผลิตรถไฮบริดคัมรี่ในไทยแล้ว
ชี้ต้องไฮบริดก่อนเปลี่ยนผ่านไปรถไฟฟ้า
ส่วนประเด็นการวางบทบาทรถไฟฟ้าของโตโยต้าในไทยนั้น รัฐบาลไทยได้ให้ความสนใจเรื่องรถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีนโยบายสนับสนุนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาของรถไฟฟ้าขณะนี้ มองว่าคือ ไม่มีที่ชาร์จแบตเตอรี่ ปัจจุบันยังไม่สามารถนำแบตเตอรี่เสียบชาร์จกับไฟฟ้าตามบ้านได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฮบริดไม่ต้องชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ รถไฮบริดเป็นการผลิตรถเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยรถไฟฟ้ายังวิ่งได้ระยะทางสั้นกว่ารถไฮบริด ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำมัน ลงได้ครึ่งหนึ่งของรถใช้น้ำมันเบนซินอย่างเดียว

จับตานโยบายในด้านพลังงานควบคู่ด้วย
มีความเห็นว่า รัฐบาลไทยควรต้องมองอะไรเป็นประโยชน์กับประเทศมากที่สุด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต้องดูภาพรวมการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของแต่ละประเทศว่า จะทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้อย่างไร รวมทั้งต้องดูโครงสร้างพื้นฐานประเทศ และนโยบายด้านพลังงานของประเทศประกอบ
เฉพาะโตโยต้าจะทำรถไฮบริดเป็นหลัก เพราะมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จะใช้เทคโนโลยีนี้ พัฒนารถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า และรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell Vehicle -FCV)

แนะลดภาษี ให้รถไฮบริดแข่งขันรถใช้น้ำมันได้
ทั้งนี้ ต้องสร้างแรงจูงใจราคาขายให้ใกล้เคียงกับรถใช้น้ำมัน โดยเฉพาะภาษีนำเข้าของแต่ละประเทศ จะทำให้ราคาแข่งขันได้ ทำให้ผู้บริโภคหันใช้รถไฮบริดเพิ่มขึ้น
กำลังพิจารณานำพรีอุสรีเทิร์นประกอบไทย
โตโยต้ากำลังพิจารณาความเหมาะสมที่จะนำรถพรีอุสไฮบริดกลับมาประกอบในโรงงานไทยหลังจากประสบปัญหาเรื่องภาษีนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จนต้องหยุดประกอบในประเทศไทยไปก่อนหน้า แต่ตนไม่ใช่ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงในไทย สำหรับไทยเข้าใจว่า นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่

เล็งตั้ง รง.แบตฯ ในอาเซียนกดราคารถไฮบริด
อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องการลดภาษีนำเข้าแล้วการจะทำให้ราคารถไฮบริดแข่งขันในตลาดได้คือ ยังต้องทำให้ราคาแบตเตอรี่ลดลง ปัจจุบันโรงงานแบตเตอรี่รถไฮบริดของโตโยต้ามีฐานการผลิตในญี่ปุ่น และโรงงานในจีนที่กำลังจะเริ่มผลิตภายในปีนี้ โดยมีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตโตโยต้าจะสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศอาเซียนเพื่อรองรับแนวโน้มรถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้ราคารถไฮบริดลดลง
มั่นใจรถไม่ใช้น้ำมันโตโยต้าไม่แพ้ใคร
รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์ที่ประเทศในเอเชียแปซิฟิกมุ่งไป โตโยต้าจะนำรถไฮบริดที่ผลิตจากฐานการผลิต ซึ่งมีต้นทุนแข่งขันได้ส่งออกไปทำตลาดต่างประเทศ แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันด้วย มั่นใจว่า โตโยต้าไม่แพ้รายอื่นแน่นอน

แบ่งรับแบ่งสู้ร่วมโปรเจกต์รถไฟฟ้าตามนโยบาย รบ.
ส่วนภายในสิ้นปีนี้ โตโยต้าจะเสนอแผนรถไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาลไทยหรือไม่นั้น ต้องดูภาพรวมและมองว่า อะไรเป็นประโยชน์กับไทยมากที่สุด ใช้พลังงานน้อยสุด และเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทคโนโลยีตรงนี้ มีอยู่แล้วไม่ต้องห่วง.