โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 1,700ล้านใครลอยแพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/742887

 

“พลังงานแสงอาทิตย์” ที่ตกกระทบพื้นโลกเรามีค่ามหาศาล…บนพื้นที่ 1 ตารางเมตร เราจะได้พลังงานประมาณ 1,000 วัตต์ หรือเฉลี่ย 4-5 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวัน

ปริมาณข้างต้นถือว่าเยอะมากมาย ในวันหนึ่งๆบนพื้นที่เพียง 1 ตารางเมตรนั้นเราได้รับพลังงานแสงอาทิตย์ 1 กิโลวัตต์ เป็นเวลานานถึง 4-5 ชั่วโมง… ถ้าโซลาร์เซลล์มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานร้อยละ 15 ก็แสดงว่าโซลาร์เซลล์จะมีพื้นที่ 1 ตารางเมตรจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 150 วัตต์

เฉลี่ย 600-750 วัตต์ต่อชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวันการใช้ “เซลล์อาทิตย์” หรือ “solar cell” อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิคอน มาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ ดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนเป็นพาหะนำไฟฟ้า จึงเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ

10 กว่าปีที่แล้ว “แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า” สร้างความตื่นตัวทั้งในวงการพลังงาน ผู้ประกอบการ ประชาชนใต้ฟ้าเมืองไทยอย่างมาก โดยเฉพาะ “ภาครัฐ” คือ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)”… มีโครงการจัดหาผู้ประกอบการรายย่อยทำสัญญาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ในแต่ละจังหวัดเพื่อป้อนขายให้กับ กฟภ.

วันเวลาผ่านมาถึงวันนี้ ความฝันและโอกาสในวันวานกลับกลายเป็นทุกข์ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ลงทุนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะกับ “โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 12 แห่ง” ที่ จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ และ จ.สกลนคร กับเงื่อนปมปัญหาที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อ้างว่า…

“สร้างไม่เสร็จ ทำให้ขายไฟไม่ได้”

เงื่อนปมข้างต้นมีหลายประเด็นน่าสนใจที่ต้องสืบสาวไปถึงต้นเหตุปัญหา ทั้งๆที่ได้พาสื่อมวลชนดูงานโรงไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2555 กกพ.ก็ยังอ้างว่า โรงไฟฟ้าสร้างไม่เสร็จ ทั้งๆที่เสร็จนานแล้ว

แล้ว…ยังมีเงื่อนเหตุไฉน? กกพ.พยายามดึงเรื่องไม่ออกเอกสารแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต คือ…เป็นกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการพลังงาน ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดประเภท ขนาด และลักษณะของกิจการพลังงานที่ได้รับยกเว้นฯ ประกาศใช้เมื่อ 1 มิถุนายน 2552 โดยอ้างว่าติดขัดข้อปัญหา ขณะที่ อบต.ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการก็ได้ร่วมกันทำหนังสือชี้แจงว่า…ปัญหาเกิดจากอะไร แก้ไขเรียบร้อยไปแล้วอย่างไรบ้าง เช่น ปัญหาเรื่องที่ดิน ปัญหาชุมชน ฯลฯ

ซึ่ง กกพ.ยังยืนยันอ้างว่า สร้างล่าช้า ให้ กฟภ.ยกเลิกสัญญาขายไฟ แต่ กฟภ.ทำไม่ได้เนื่องจากไม่ผิดในเงื่อนไขสัญญา ขณะที่วันนี้ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นที่คณะสื่อมวลชนเห็นด้วยตาขณะลงพื้นที่โครงการเมื่อ

ไม่นานมานี้ “สายไฟในโรงไฟฟ้าฯโดนขโมยตัดเอาทองแดงไปขาย แผ่นโซลาร์เซลล์สึกหรอ ใช้งานไม่ได้มากมาย”

คำถามคือ…ใคร? จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ และอนาคตจะคลี่คลายไปในทิศทางใด

คฑายุทธ์ เอี่ยมเล็ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุริยะพลัง จำกัด ตัวแทนผู้เสียหายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ จำนวน 12 แห่ง บอกว่า สภาพโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เห็นเป็นปัญหายืดเยื้อกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. มาร่วม 5 ปีแล้ว

ประเด็นหลักก็คือ…การไม่ให้ขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งๆที่สร้างแล้วเสร็จมานาน เราก็โชว์ศักยภาพความพร้อมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละพื้นที่ 5 บริษัทไปแล้ว

ได้แก่ บจก.อินโดจีน เทรดดิ้ง จ.หนองคาย, บจก.แม่โขง เทคโนโลยี, บจก.พัฒนาโซลาร์เธอร์มอล, บจก.สยามพลังงานทดแทน และ บจก.สุริยะพลัง จ.บึงกาฬ ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียง 5 ใน 12 บริษัทที่มีสัญญาในการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. แต่…หลังจากสร้างแล้วเสร็จก็ถูกดึงเรื่องไม่ให้จำหน่ายไฟให้

“ทาง กกพ.แจ้งถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ เช่น แจ้งว่า…โครงการสร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งทางออกเรื่องนี้ทางผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า พร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทำหนังสือชี้แจง กกพ.ผ่านทาง กฟภ.เรียบร้อย และทาง กฟภ.เองในฐานะคู่สัญญาก็เข้าใจ ซึ่งไม่เป็นการผิดข้อสัญญาแต่อย่างใด”

นอกจากนี้…ผู้ประกอบการก็เดินหน้าดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ เตรียมพร้อมขายไฟ แต่ก็ถูกดึงเรื่อง…ถูกกล่าวหาว่ายังสร้างโรงไฟฟ้า

ไม่เสร็จบ้าง…เอกสารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ชัดเจนบ้าง

“มีการดึงเรื่องมาโดยตลอด แม้กระทั่งสุดท้ายแล้วมี 4 บริษัทที่สามารถฝ่าฟันข้อท้วงติงที่ไม่เป็นธรรมมาได้ แต่ก็ต้องเฝ้ารอเอกสารแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาต จาก กกพ.อีก ทำให้ยังไม่สามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ.ได้ในเวลาที่ กฟภ.กำหนด”

คฑายุทธ์ บอกว่า วันนี้ 12 บริษัทที่เดือดร้อน จากเงินที่ลงทุนไปรวมแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท อันนี้เฉพาะเงินลงทุนที่ยังไม่รวมดอกเบี้ย

รายปี ยังมีคดีความกับธนาคารที่ไปกู้เงินมาลงทุน แล้วสุดท้ายพวกเรายังไม่ได้ขายไฟให้กับ กฟภ. หลักฐานการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้ว จนบางโรงมีคนเข้าไปขโมยตัดสายไฟ บางโรงแล้วเสร็จ…ปรับปรุง

เปลี่ยนอุปกรณ์ให้ทันสมัย เพราะต้องการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน ท้ายที่สุดความหวังในการหารายได้มาใช้หนี้สถาบันการเงินก็หมดลงทุกวัน…“จนเกิดข้อสงสัยว่า กกพ.กำลังทำอะไรอยู่”

ที่ผ่านมาทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า บริษัทเป็นคดีความกับธนาคาร มีหนี้สินดอกเบี้ยรัดตัว เฉลี่ยเดือนละ

กว่า 2 ล้านบาทต่อโรง แถมยังถูกโจรแอบเข้ามาตัดสายไฟไปขายทุกข์ซ้ำเข้าไปอีก

“ชุมชนเองก็เดือดร้อน เริ่มมีไฟตก เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นในท้องถิ่น การจ้างงานในท้องถิ่นก็ไม่เกิด…มองดูแล้วคล้ายกับเป็นการเลือกปฏิบัติ พวกเราก็พยายามคาดหวังกันว่า…จะไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ ซึ่งผู้ประกอบการอยากจะขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่า…

เวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา ที่ไม่สามารถทำธุรกิจได้ เกิดความเดือดร้อนจริงๆ”

พงศกร เขจรชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชัยพร อ.เมือง จ.บึงกาฬ เสริมว่า ในฐานะหนึ่งในผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ สิ่งที่ อบต.

เข้ามาเกี่ยวข้องมีหลายเรื่องด้วยกัน

อันดับแรก…เมื่อทาง กกพ.ทำหนังสือถามในข้อสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ อบต. เช่น ปัญหาเรื่องที่ดิน การสร้างความเข้าใจชุมชน ก็ได้ทำเป็นเอกสารชี้แจงไปให้เรียบร้อย และดำเนินการส่งไปหลายฉบับ

“ในส่วนอื่นๆ เช่น ประโยชน์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนนั้น มีแน่นอน คือ มีรายได้จากภาษีที่โรงไฟฟ้าต้องจ่ายมาประมาณปีละหลายแสนบาท ก็สามารถเป็นรายได้นำมาพัฒนาชุมชน รวมถึงการจ้างงานในท้องถิ่น เพราะทางโรงไฟฟ้าฯเข้ามาพูดคุยถึงอัตราการจ้างงานให้ชุมชนได้รับทราบ”

ต้องบอกว่า…ชุมชนบางส่วนก็มีความหวังว่าจะมีรายได้ แต่พอโรงไฟฟ้าไม่ได้เปิดทำการ หลายคนที่เป็นพนักงานล้างทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ คนสวน รปภ.ก็ตกงาน จริงๆถ้าชาวบ้านมีรายได้บ้าง เศรษฐกิจชุมชนก็เดินหน้า ที่สำคัญคือเรื่องไฟตก เพราะตอนนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราเกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้ไฟตกบ่อย

ถ้า “โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” เปิดขายไฟได้ มีแต่เรื่องดี มีประโยชน์กับทุกฝ่าย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเหล่านี้ อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึง “ความไม่โปร่งใส”…หน่วยงานภาครัฐ มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าที่เห็นและเป็นอยู่มากน้อยประการใด หรือมีใคร? ต้องการอะไรกันแน่.

 

Leave a comment