ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ต.ค. 2559 19:38
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745677

‘สมคิด’ ปลื้ม นักลงทุนฝรั่งเศสตอบรับดีเกินคาด สนใจลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของไทย พื้นที่โครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก เตรียมยกคณะนักธุรกิจเยือนไทย 11-13 ต.ค. นี้ …
วันที่ 6 ต.ค.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการเดินทาง เพื่อชักชวนนักลงทุน ที่ประเทศฝรั่งเศสและเยอรมันวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ โดยได้เริ่มต้นหารือกับ สภานายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF) ที่กรุงปารีส ซึ่งได้นำผู้ประกอบการบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วม 23 ราย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ตามนโยบาย thailand 4.0 จำนวน 12 ราย และเป็นกลุ่มด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐาน 11 ราย ว่า สภานายจ้างฝรั่งเศส จะนำนักลงทุนฝรั่งเศสมาเยือนประเทศไทยในช่วง 11-13 ต.ค. นี้ โดยในวันที่ 13 ต.ค. จะเข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จากที่ก่อนหน้านี้ นักธุรกิจ มีความพร้อมที่จะลงทุนในประเทศไทย แต่ไม่รู้ช่องทางว่าจะหาข้อมูลหรือเข้าไปคุยกับไทยได้อย่างไร แม้ว่าทางไทย พยายามจะมีข่าวด้านการดึงดูดการลงทุน แต่ข่าวก็ไปไม่ถึงนักลงทุนฝรั่งเศส
“ธุรกิจของฝรั่งเศส มีความแข็งแกร่งและหลายอุตสาหกรรมเป็นเป้าหมายในอดีตไทยและฝรั่งเศสมีความใกล้ชิดแต่ก็ห่างกันมาประมาณ 10 กว่าปี ในช่วงที่ไทยมีปัญหาการเมือง แต่เมื่อมีการพูดคุยครั้งนี้ ถือว่าได้รับการตอบรับดีกว่าที่คาด จากเดิมที่คาดว่า จะมีนักลงทุนเข้ามารับฟังนโยบายไม่กี่ราย ปรากฏว่าเข้ามาฟังเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักลงทุนได้บอกกับบีโอไอว่า พอใจกับข้อมูลที่ได้รับและจะเดินทางเพื่อไปหาลู่ทางในการลงทุนในไทย”
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้นำเสนอว่า ประเทศไทยจะเปิดพื้นที่ลงทุนใหม่ในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และในการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้นักลงทุนรวมกลุ่มกันใน 3 กลุ่ม คือ สมาร์ทซิตี้ กลุ่มสนับสนุนกิจการเป้าหมาย หรือ New S Curve และกลุ่ม โครงข่ายด้านคมนาคมแล้ว ประสานกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยมีสถานทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส ทำการสรุปร่วมกันก่อนว่า แต่ละกลุ่มต้องการความสะดวกในส่วนใด เพื่อนำเสนอโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่เข้าพบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนฝรั่งเศสง่ายขึ้น
นายสมคิด กล่าวว่า ในกลุ่มของสมาร์ทซิตี้ มีส่วนอย่างมากในการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการสนับสนุนไทย ทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ ธุรกิจดูแลสุขภาพเครื่องมือแพทย์ แสดงความสนใจแล้วว่าต้องการลงทุนในไทย ด้านกลุ่มผู้ผลิตอากาศยาน การบินก็มีความพร้อม
ส่วนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม ทางผู้ประกอบการระบบราง ได้ขอหารือนอกรอบ โดยระบุว่า เขามีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ขณะที่ไทยกำลังจะตั้งกรมรางขึ้นมา หากเขาเข้ามาช่วยสนับสนุนจะดีกับประเทศไทยมาก จึงได้ให้เขาประสานกับทางคมนาคมในช่วงที่มาเยือนประเทศไทยด้วย
นอกจากนั้น ธุรกิจรายใหญ่ที่ร่วมการประชุมครั้งนี้ เช่น กลุ่มมิชลิน ได้ระบุว่า จะยังเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย 500 ล้านยูโรในไทยในช่วง 5 ปี โดยเน้นการลงทุนในรับเบอร์ ซิตี้ ใน จ.สงขลา เพื่อเป็นศูนย์กลาง แต่ในครั้งนี้ก็ได้ขอทางผู้ประกอบการเพิ่มการลงทุนในส่วนของการวิจัยและพัฒนารวมทั้งการให้ความช่วยเหลือชุมชนและสังคมตามแนวทางประชารัฐด้วย เชื่อว่าไม่นานนี้จะมีข่าวดีจากมิชลินอีก
นอกจากนี้ ประธานใหญ่ของแอร์บัส ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตอากาศยาน ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งสนใจที่จะร่วมเป็นหุ้นส่วนกับการบินไทย ในการทำศูนย์ซ่อมอากาศยาน ซึ่งตนได้ย้ำไปว่า ไทยต้องการผู้ประกอบการที่จะมาร่วมกับการบินไทย 2-3 ราย และไม่ใช่มาเป็นคู่แข่ง แต่มาส่งเสริมกันและกัน ขณะที่แอร์บัส มีศักยภาพที่จะหนุนการบินไทย เพื่อให้ไทยให้เป็นศูนย์กลางของศูนย์ซ่อมอากาศยานในภูมิภาคนี้ได้ เพราะแอร์บัสเป็นหนึ่งใน 2 ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลก