ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ต.ค. 2559 06:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/745976

“หมอเสริฐ” ยืนยันเดินหน้าพีพีทีวีต่อ เชื่อธุรกิจทีวียังไปได้ อีกไม่นานช่อง HD จะได้รับความนิยมสูงสุด เชื่อภายใน 5 ปีจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก รับไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง แต่วางแนวทางเน้นรายการข่าวและกีฬา
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทบางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด เจ้าของสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เปิดเผยว่า ธุรกิจทีวียังคงไปได้ท่ามกลางภาวะที่ข่าวสารเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยทีวีถือว่าเป็นสื่อที่อยู่ตรงกลาง ระหว่างสื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์และสื่อใหม่อย่างสื่อออนไลน์
“ผมพูดตามตรง สื่อเก่าได้รับผลกระทบหมด อย่างหนังสือพิมพ์ในอนาคตน่าจะเหลือหลักๆ ไม่กี่หัว ขณะที่สื่อออนไลน์ได้รับความนิยมมาก ส่วนสื่อโทรทัศน์น่าจะอยู่กึ่งกลาง ผมจึงเชื่อว่าโทรทัศน์จะยังอยู่ได้ แม้ตอนนี้คนจะนิยมรับชมผ่านจอเล็กบนมือถือมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนที่ชอบดูจอใหญ่หรือพอถึงบ้านก็จะดูจอใหญ่”
“พีพีทีวีจะเดินหน้าต่อไปแน่นอน จะให้ผมหยุดหรือ ผมเชื่อว่ามีอนาคต แต่ยอมรับว่าธุรกิจนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเท่าใดนัก กำหนดนโยบายให้คร่าวๆ ว่ารายการข่าวต้องมีสัดส่วน 30% และ รายการกีฬาต้องมีสัดส่วน 30% จากรายการที่ออกอากาศทั้งหมด”
“เราถือเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจ ก็จะค่อยๆ ทำไป เมื่อได้ร่วมอาชีพกับใครแล้ว ผมจะไม่ไปแข่งขันเอาเป็นเอาตายกับเขา สไตล์ผมไม่นิยมเป็นศัตรูกับใคร ผมถือว่าศัตรูคือมิตรที่อยู่ไกลที่สุด ช่องพีพีทีวีก็จะไปเรื่อยๆ อย่างที่ให้เน้นข่าว ก็ไม่ได้ จะไปแข่งกับช่องไทยรัฐ อย่างช่องไทยรัฐอาจเน้นข่าวในประเทศ ทางเราก็จะไปเน้นข่าวต่างประเทศ ผมวางแนวทางไว้ให้เขาประมาณนี้ ที่เหลือก็ต้องให้เวลาเขาทำงาน ต้องเห็นใจทีมงานด้วย”
โดยเชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจทีวีน่าจะมีโอกาสผงกหัว โดยภายใน 3 ปีจากนี้ ธุรกิจทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี รวมทั้งผู้ชมที่ยังรับชมทีวีอนาล็อกผ่านเสาก้างปลาน่าจะหมดลง ซึ่งเมื่อเครือข่ายทีวีดิจิตอลครอบคลุมได้ทั่วประเทศเมื่อใด ผู้ชมก็จะเพิ่มมากขึ้น “ผมเชื่อว่าในอนาคตไม่นานจากนี้ ช่อง HD ที่ให้ความละเอียดของความภาพสูง จะได้รับความนิยมแน่ คนจะไม่ชอบดูช่องภาพที่ไม่ชัดอีกต่อไป และช่อง HD คือทางเลือกที่ดีที่สุด จึงเชื่อว่าจะครองสัดส่วนผู้ชมได้ถึง 90% ในที่สุด”
นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวต่อว่า จากที่เข้าใจ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถทำให้การเปลี่ยนผ่านจากทีวีระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัลราบรื่นและเป็นไปตามที่พูดไว้ได้ ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งในการทำธุรกิจของช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมด เพราะจำนวนผู้ชมไม่เป็นไปตามเป้า “แต่ถ้าถามว่าผมเข้าใจ กสทช.ไหม ผมก็เข้าใจเขานะ ก็คงต้องรอต่อไป และแม้ธุรกิจไม่มีกำไร ผมก็ยังจ่ายโบนัสให้พนักงานพีพีทีวีทุกคน เพราะธุรกิจไม่ดีไม่เกี่ยวกับพนักงาน ผมอยากให้พนักงานมีกำลังใจ รักองค์กร มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน คนทำงานกับผมจะรู้ว่าอย่างในบางกอกแอร์เวย์ส ไม่มีใครที่ผมฝากงานสักคน นอกจากลูกชาย ซึ่งนั่งเป็นซีอีโออยู่ เพราะผมอยากให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียว เท่าเทียมกัน”
ทั้งนี้ พีพีทีวีของนายแพทย์ปราเสริฐ ได้เข้าประมูลชิงใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเมื่อปลายปี 2556 และสามารถคว้าใบอนุญาตโทรทัศน์ประเภทความละเอียดของภาพคมชัด (HD) มาด้วยราคา 3,460 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาประมูลที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจากช่อง 3 ที่เคาะราคาประมูลสูงสุด ที่ใบอนุญาตละ 3,530 ล้านบาทสำหรับช่อง HD
พีพีทีวีมีจุดขายในยุคแรกอยู่ที่การซื้อซีรีส์เกาหลีใหม่เอี่ยมมาออกอากาศ สร้างฐานผู้ชมได้ในระดับหนึ่ง แต่ล่าสุดหันมาเน้นรายการกีฬา ด้วยจุดแข็งด้านเงินทุนไม่อั้น ทำให้สามารถคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากอังกฤษสำหรับฟรีทีวีจำนวน 26 นัด มาออกอากาศติดต่อกันได้ 4 ปี สิ้นสุดในปี 2562
ล่าสุดในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พีพีทีวีมีเรตติ้งความนิยมอยู่ในอันดับ 14 ของระบบทีวี เรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.166 เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยจากเรตติ้งที่ 0.14 เมื่อเดือน ส.ค. ขณะที่ 10 ช่องเรตติ้งสูงสุดในเดือน ก.ย.2559 ประกอบด้วยช่อง 7, ช่อง 3, เวิร์คพอยท์, โมโน, ช่องวัน, ช่อง 8, ไทยรัฐทีวี, ช่อง 3 เอสดี, MCOT และอมรินทร์ทีวี.