ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 กันยายน 2559 เวลา 10:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/454105

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับข้อเสนอที่กลับไปกลับมาของ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคการเมือง
เดิมทีมีการจัดทำข้อเสนอให้รีเซตบัญชีสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมดด้วยการล้างบัญชีสมาชิกพรรค จากนั้นให้พรรคการเมืองจัดหาสมาชิกใหม่ แต่สุดท้ายคณะ กมธ.ต้องถอยข้อเสนอดังกล่าว หลังจากเจอกระแสต่อต้านอย่างหนัก
เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะ กมธ. ระบุว่า “หากพรรคใดไม่ต้องการรีเซตรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ทั้งหมด ก็สามารถทำหนังสือยืนยันรายชื่อสมาชิกพรรคทั้งหมด เพื่อรับรองว่าสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิมนั้นมีความถูกต้อง การปรับแก้ดังกล่าวเพื่อให้เกิดทางเลือกแก่พรรคการเมืองมากขึ้น แต่หากพบว่ารายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคยืนยันมาไม่เป็นความจริง ก็จะมีบทลงโทษเช่นกัน
เพราะปัจจุบันมีสมาชิกพรรคจำนวนมากถูกนำชื่อมาแอบอ้างโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม หรือไม่รู้ตัว บางคนเป็นสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกันหลายพรรคดังนั้น จึงต้องให้มีการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากพรรคใดต้องการจะจดทะเบียนรายชื่อสมาชิกพรรคใหม่ ก็สามารถทำได้เช่นกัน”
ประเด็นทางการเมืองว่าด้วยการเซตซีโร่่พรรคการเมืองนั้น มีเล็ดลอดมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อครั้ง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บางคนต้องการให้หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกยุบเพื่อกลับมาเริ่มนับหนึ่งกันใหม่
แต่บังเอิญที่เวลานั้นร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำให้แนวคิดเรื่องเซตซีโร่่พรรคการเมืองเงียบหายไป
ต่อมาเมื่อการร่างรัฐธรรมนูญในยุคของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ยังมีความพยายามผลักดันให้ข้อเสนอการยุบพรรคการเมืองเข้าไปอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง แต่ปรากฏว่า กรธ.ไม่เล่นด้วย เพราะต้องการรักษาบรรยากาศทางการเมืองเอาไว้เพื่อไม่ให้กระทบการทำประชามติ
จนกระทั่งมาถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ กระแสกดดันให้เซตซีโร่พรรคการเมืองเริ่มกลับมาเป็นประเด็นอีก
สปท.โดยคณะ กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ได้จัดทำข้อเสนอ เซตซีโร่่พรรคการเมือง แต่ดูเหมือนว่ากระแสจากหลายฝ่ายไม่เอาด้วยโดยเฉพาะจากพรรคการเมือง ทางคณะ กมธ.จึงเปลี่ยนเป็นแค่การให้พรรคการเมืองทำการยืนยันต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงจำนวนสมาชิกพรรคที่ตัวเองมีอยู่จริง หลังจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้เท่านั้น
เรียกได้ว่ากลับตัว 360 องศากันเลยทีเดียว ซึ่งน่าสนใจว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ สปท.ไม่กล้าทำข้อเสนอแบบสุดซอย ทั้งๆ ที่ในใจก็อยากลงมือ
แน่นอนว่าปัจจัยหลักคงหนีไม่พ้น กระแสต่อต้านของพรรคการเมือง เพราะต้องไม่ลืมว่า ฝ่ายการเมืองกำลังถูกไล่ต้อนให้จนมุมเข้าไปทุกขณะพอสมควร ไล่มาตั้งแต่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่คุมเข้มการใช้อำนาจของ สส.และรัฐบาลในอนาคตแทบทุกย่างก้าว อีกทั้งการกำหนดให้ 5 ปีแรก นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกของที่ประชุมรัฐสภา
ดังนั้น หากผลักดันเรื่องเซตซีโร่เข้าไปอีก บรรยากาศทางการเมืองที่กำลังเป็นไปด้วยดี อาจจะกลับมามีปัญหาได้อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เมื่อมองไปยังท่าทีของคณะ กรธ.ในฐานะผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก เพราะถ้าเห็นด้วยตั้งแต่แรกคงบัญญัติเรื่องนี้ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไม่ปล่อยให้มาถึงมือ สปท. ซึ่งสาเหตุที่ กรธ.ไม่เห็นด้วยกับการเซตซีโร่่พรรคการเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในอดีตไม่เคยมีการปฏิบัติมาก่อน
ย้อนกลับไปที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ซึ่งจัดทำหลังจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ผ่านการทำประชามติ
บทเฉพาะกาลของกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้พรรคการเมืองที่มีอยู่ก่อนกฎหมายดังกล่าวยังคงเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายต่อไป แต่ถ้าพรรคการเมืองไม่ดำเนินการให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน ภายใน 1 ปี พรรคการเมืองนั้นต้องสิ้นสภาพพรรคการเมืองต่อไป
ในเมื่ออดีตไม่มีการทำมาก่อน จึงเป็นเรื่องยากที่ กรธ.จะเออออไปกับข้อเสนอของ สปท.ด้วย เพราะถ้ากรธ.ลงมือทำ ย่อมทำให้ กรธ.กลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตกแทน สปท.ไปโดยปริยาย
ด้วยปัจจัยทั้งหมด มีความเป็นไปได้ที่ สปท.คงพิจารณาว่าโอกาสที่ข้อเสนอการเซตซีโร่พรรคการเมืองแบบสุดซอยคงเกิดได้ยาก จึงเปลี่ยนมาเป็นแค่การยืนยันจำนวนสมาชิกพรรคเท่านั้น เพราะมีความเป็นไปได้มากกว่า และช่วยให้ สปท.ไม่เสียรังวัดมากเกินไป