ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ต.ค. 2559 12:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/751246

กรมทางหลวงชนบทจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนแม่บทการลงทุนสนับสนุนเมืองชายแดนด้วยงบประมาณ 19 ล้านบาท คาดสรุปผลการศึกษาในอีก 3-4 เดือน และเริ่มลงทุนลอตแรกในปีงบประมาณ 2561
เมื่อวันที่ 12 ต.ค.59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทสนับสนุนเมืองชายแดน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจุดผ่านแดนและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านโดย ทช. ใช้งบประมาณ 19 ล้านบาท ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นที่ปรึกษาโครงการจัดทำแผนแม่บทฯ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ผลการศึกษาจะครอบคลุมจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านจำนวน 26 จังหวัด และจุดผ่านแดนจำนวน 93 จุดจากนั้น ทช. จะนำผลการศึกษามาจัดลำดับความสำคัญของโครงการก่อนเสนอของบประมาณลงทุนลอตแรกในปีงบประมาณ 2561 โดยการลงทุนจะมีทั้งการขยายถนนรวมรวมถึงการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสินค้าของแต่ละพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทช. ได้เริ่มออกแบบและลงทุนบริเวณด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ปีนี้ เนื่องจากทางจังหวัดเสนอว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมากและรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน โดยการลงทุนประกอบด้วยการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร รวมถึงออกแบบระบบระบายน้ำและระบบไฟฟ้า รวมทำทางต่างระดับบริเวณที่เชื่อมต่อกับกรมทางหลวงเพื่ออำนวยความสะดวก
นายพิศักดิ์ กล่าวว่า จากนั้นจะศึกษาระบบเชื่อมต่อกับระบบราง เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่มาถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ด้วย สำหรับแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทสนับสนุนการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนนั้น นายพิศักดิ์ กล่าวว่า ปีนี้จะเน้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก ด้วยงบประมาณ 800 ล้านบาท ส่วนโครงการอื่นๆ ได้รับงบประมาณพันธ์ตั้งแต่ปี 2558
ทั้งนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้นโยบายต่อ ทช. 3 ด้าน ประเด็นแรกคือ การยกระดับความปลอดภัย โดยปีนี้ ทช. มีงบลงทุนด้านความปลอดภัย 2,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 500 ล้านบาท เป็นงบสำหรับยกระดับความปลอดภัยหน้าโรงเรียนกว่า 2,000 แห่ง
นายพิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เราจะเร่งหมั่นตรวจตราเส้นทางและซ่อมบำรุงทันที ถ้าพบว่าถนนมีความเสียหาย โดยแต่ละปี ทช.จะมีงบประมาณสำหรับซ่อมบำรุงจำนวน 15,000 -17,000 ล้านบาท เพื่อบำรุงรักษาถนน 47,000 กิโลเมตรที่อยู่ภายใต้ความดูแล
อย่างไรก็ตามปัจจุบันถนนของ ทช. ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสุดท้ายขอให้ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม ถ้าหากเกิดน้ำท่วมบริเวณใดก็ให้ติดป้ายแจ้งเตือนประชาชนและเข้าซ่อมแซมชั่วคราวทันทีเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ถ้าหากจะซ่อมบำรุงถาวรก็ขอให้งบประมาณของ ทช.ก่อน แต่ถ้าไม่พอก็จะของบกลางเข้ามาช่วยเสริม.