ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 14:27
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750131

สนามบิน-รถไฟฟ้า เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ตลอด 24 ชม. ตามคำเตือน สตช.-หน่วยงานความมั่นคง เพื่อป้องกันเหตุวินาศกรรม-ลอบวางระเบิดสถานที่เชิงสัญลักษณ์ …
วันที่ 11 ต.ค. 59 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังการก่อวินาศกรรม และการลอบวางระเบิดสถานที่เชิงสัญลักษณ์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญนั้น
ในส่วนของ ทอท. ซึ่งบริหารท่าอากาศยาน 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง
ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการการรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันใช้มาตรการการรักษาความปลอดภัย ระดับ 3 โดย ทอท.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เฝ้าติดตามด้านการข่าว และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพิ่มวงรอบของทุกส่วนงานรักษาความปลอดภัย ได้แก่ เพิ่มวงรอบของชุดตรวจผสมตระเวนตรวจพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานและในเขตการบิน การตระเวนระงับเหตุ การรักษาการณ์ การจราจร การตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสาร และสัมภาระบรรทุก การตระเวนสุ่มตรวจของหน่วยทำลายวัตถุระเบิด รวมทั้งการออกบัตรอนุญาตบุคคลและยานพาหนะ ยกเลิกการจอดรถหน้าชานชาลาทุกประเภท งดออกบัตรอำนวยความสะดวกทุกประเภท และเฝ้าระวังด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งตรวจสอบการทำงานของ CCTV และได้ประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจัดชุดตรวจผสมออกสุ่มตรวจในจุดล่อแหลม
นอกจากนั้น ยังได้เตรียมกำลังพลไว้รองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินท่าอากาศยาน อีกทั้ง ประสานงานด้านการข่าวกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และตำรวจท้องที่อย่างใกล้ชิด
นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทอท.ขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และหากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทรศัพท์ 1722
ด้าน นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้สั่งการให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล สายฉลองรัชธรรม และหน่วยงานด้านความปลอดภัยของ รฟม. ให้ดำเนินการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดย 1. จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสาร 3. ตรวจบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า MRT และภายในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพื่อป้องกันเหตุ โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
4. จัดรถยนต์สายตรวจ ตรวจรอบบริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงคลองบางไผ่ และศูนย์ซ่อมบำรุงห้วยขวาง ทุก 1 ชั่วโมง 5. จัดกำลังหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD.) และสุนัข K-9 ตรวจตราและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง 6. เตรียมกำลังหน่วยกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ในที่ตั้งตลอด 24 ชั่วโมง
7. ประสานงานเพื่อตรวจสอบข่าวกับหน่วยความมั่นคง และตำรวจสันติบาลตลอดเวลา 8. เพิ่มการตรวจใต้ท้องรถยนต์และที่เก็บของท้ายรถยนต์ ที่เข้ามาใช้บริการในอาคารและลานจอดรถของ รฟม. ทุกแห่ง
ดังนั้น ทาง รฟม.จึงขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT โปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหากพบเห็นเหตุการณ์ ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที หรือแจ้งศูนย์วิทยุพสุธา รฟม. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2938-3666 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้มีการเน้นย้ำความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในการให้บริการแก่ผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้า อันเป็นมาตรการที่บริษัทฯ ได้บังคับใช้มาโดยตลอด ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อช่วงเดือนมีนาคม รวมทั้งเหตุการณ์ระเบิดในประเทศตุรกี เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน และเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งการวางระเบิด และเกิดไฟไหม้สถานที่สำคัญในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยช่วงเดือนสิงหาคม โดยเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงป้องกันเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมในช่วงระยะเวลาที่จำกัด โดยมีความเป็นไปได้สูงที่อาจเกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบความปลอดภัยหรือเกิดภัยคุกคาม แม้ว่าจะไม่สามารถกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
สำหรับมาตรการต่างๆ ได้แก่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสาร บริเวณสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลและวัตถุต้องสงสัยที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า เตรียมกำลังพล ชุดสุนัขตรวจวัตถุระเบิด (K9) เพิ่มการตรวจใต้ท้องรถยนต์และท้ายรถยนต์ที่จะเข้ามาในลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน
หากผู้ใดพบเห็นสิ่งผิดปกติ สิ่งของหรือบุคคลต้องสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีโดยทันที หรือ Call Center 1690