ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 ตุลาคม 2559 เวลา 12:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/461830

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
แม้ว่าเวลานี้สถานการณ์ทางการเมืองภายนอกจะสงบนิ่งด้วยบรรยากาศแห่งความอาลัย แต่ในอีกด้านแล้วการเมืองกำลังมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญอยู่ไม่น้อย
หนึ่งในนั้นคือ การนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติและคำถามพ่วงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อให้มีผลบังคับใช้
โดยเวลานี้คณะรัฐมนตรีกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนทางธุรการเพื่อเตรียมขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามกำหนดต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดช่วงต้นเดือน พ.ย. จากนั้นจะมีเวลาอีก 90 วัน เพื่อรอให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
แต่กระนั้น ในระหว่างรอปรากฏว่าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน 10 ฉบับของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เริ่มมีความคืบหน้าเป็นระยะ
ในทางกฎหมาย แม้กฎหมายลูกจะยังไม่ได้ออกจากแท่นสตาร์ท เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติและคำถามพ่วงจะยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ กรธ.ก็ได้เดินหน้าเขียนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไปบ้างแล้ว
ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่มีความคืบหน้ามากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ได้แก่ 1.การเลือกตั้ง สส. 2.การได้มาซึ่ง สว. 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 4.พรรคการเมือง โดยในวันที่ 25 ต.ค. ทาง กรธ.จะประชุมพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง
เมื่อกลับมาพิเคราะห์เงื่อนไขเรื่องเวลาตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 กำหนดไว้ พอประเมินได้เบื้องต้นว่าประเทศอาจจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ช่วงปลายเดือน ม.ค. หรือต้นเดือน ก.พ. 2560 ซึ่งจะเป็นหลักกิโลเมตรแรกทางการเมืองที่สำคัญว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2560 หรือไม่
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ กรธ.มีหน้าที่จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 240 วัน สนช.มีเวลาพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน
อีกทั้งยังมีกระบวนการต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปให้องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ให้พิจารณาว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ สนช.ให้ความเห็นชอบนั้นตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ภายใน 10 วัน
ถ้าเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไม่มีปัญหา ก็สามารถส่งให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการเพื่อให้มีผลบังคับใช้ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ สนช. และ กรธ. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่วมกัน และส่งให้ที่ประชุม สนช.ให้ความเห็นชอบอีกครั้งภายใน 15 วัน ในกรณีนี้ถ้า สนช.เห็นชอบด้วยมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจะเข้าสู่กระบวนการให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
จากบนสมมติฐานที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ปลายเดือน ม.ค. หรือต้นเดือน ก.พ. 2560 เท่ากับว่ากระบวนการตรากฎหมายลูกน่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในประมาณ 10 เดือน หรือราวเดือน พ.ย. 2560 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ทันที เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งจะต้องอยู่ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้
ภายใต้สถานการณ์และเงื่อนไขเวลาเหล่านี้ จึงมีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นต้นปี 2561 ไม่ใช่ภายใน 2560 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางเอาไว้
ในมุมของ กรธ.นั้นก็รู้ถึงเหตุปัจจัยที่มีผลให้โรดแมปต้องเคลื่อนออกไปเช่นกัน มิเช่นนั้น “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ. จึงไม่สั่งให้ กรธ.ดำเนินการจัดทำไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมกับออกมาย้ำกับสื่อมวลชนหลายครั้งว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ จะสามารถส่งถึงมือ สนช.ได้ไม่เกิน 2-3 วัน หลังจากร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ โดยไม่จำเป็นต้องรอถึง 240 วัน
กรธ.ทราบดีว่าหากการเลือกตั้งที่กำหนดเดิมในช่วงปลายปี 2560 ต้องเลื่อนออกไปเป็นต้นปี 2561 แน่นอนว่าย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนออกไป ย่อมหมายถึงกระแสกดดัน คสช.มากขึ้นเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบัน คสช.อยู่ในอำนาจมาเป็นเวลานานพอสมควร เมื่อเทียบกับการอยู่ในอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยิ่ง คสช.ไม่เร่งดำเนินการส่งมอบอำนาจคืนให้กับประชาชนผ่านการเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ กระแสกดดันก็จะพุ่งตรงมาที่ คสช.มากขึ้นเท่านั้น
สะท้อนได้จากการที่ฝ่ายตรงข้ามกล้าออกมาวิจารณ์ คสช.ในทำนองรุนแรงและติติงถึงความผิดพลาดในการบริหารงานของ คสช.มากขึ้น เนื่องจากรู้ดีว่า คสช.กำลังจะหมดอำนาจ ประกอบกับพยายามสกัดไม่ให้ คสช.กลับมามีอำนาจผ่านการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยการเลือกของที่ประชุมรัฐสภา
ดังนั้น ในสถานการณ์และภาวะแบบนี้ กรธ.จึงต้องออกแรงเร่งรัดขั้นตอนเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยอุ้ม คสช.ให้ผ่านสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ไปให้ได้ เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น คำว่า “เสียของ” จะติดตัว คสช.ไปอีกนานแสนนาน