ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
27 กันยายน 2559 เวลา 10:25 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/456822

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เปิดศึกรอบใหม่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย้อนศร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการขอความเป็นธรรมมาตรฐานเดียวกับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์
“ทุกอย่างที่นายกฯ ยืนยันออกมาจากปากท่านว่าการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคดีดิฉัน เป็นไปตามกฎหมายไม่ได้กลั่นแกล้ง ก็อยากให้นายกฯ ใช้หลักคิดและให้ความเป็นธรรมกับดิฉันเหมือนที่ท่านให้ความเป็นธรรมและปกป้องน้องชายท่าน รวมทั้งคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกเดียวกับท่าน เพราะกฎหมายมีไว้บังคับใช้กับทุกคนไม่ใช่เลือกปฏิบัติกับฝั่งดิฉันเพียงฝ่ายเดียว”
คู่ขนานไปกับ “พรรคเพื่อไทย” ที่ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ทบทวนกระบวนการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และยกเลิกการใช้มาตรา 44 โดยไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ไล่เรียงมาตั้งแต่ประเด็นการเรียกค่าเสียหายจากการดำเนินนโยบายรัฐบาล ถือเป็นครั้งแรกของประเทศที่นำเรื่อง กำไร-ขาดทุน มาพิจารณาเรียกค่าเสียหายจากผู้นำรัฐบาล
อีกทั้งการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของบุคคล กระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินบุคคล ไม่ควรเร่งรีบรวบรัดกำหนดค่าเสียหาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีอาญาก่อน
ที่สำคัญ การออกคำสั่งคุ้มครองเจ้าหน้าที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพราะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งผู้ออกคำสั่งควรคำนึงถึงความชอบธรรมเป็นหลัก พร้อมเรียกร้องให้หัวหน้า คสช.และรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมายปกติ ไม่ควรใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 เพื่อเร่งเอาผิดกับบุคคลเป็นการเฉพาะ
เผือกร้อนจึงย้อนกลับมาอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ อีกครั้ง ท่ามกลางการจับตาของสังคมว่าจะจัดการกับการเอาผิดและไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายจาก ยิ่งลักษณ์ และพวกอย่างไร
ยังไม่รวมกับอีกบรรดาสารพัดคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวม 15 คดี อาทิ การแต่งตั้งโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ไม่เป็นธรรม พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ คดีแต่งตั้งโยกย้าย ปลัดกระทรวงกลาโหมไม่เป็นธรรม จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองโดยไม่มีกฎหมายรองรับ
คดีประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง คุมม็อบ กปปส.โดยมิชอบ ลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท อนุญาตให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยแพร่ภาพและเสียงรายการ “มวยไทยวอริเออร์ส” ซึ่งจัดที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า คดีรับผิดชอบการระบายน้ำเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554
ยิ่งในเวลานี้ที่มีความพยายามปลุกกระแสเรื่องการใช้อำนาจพิเศษเข้ามากลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง สอดรับกับบรรดาคดีที่จ่อเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการ
ทั้งหลายเรื่องที่ดูรวบรัดตัดตอน อีกทั้งบางเรื่องมีการใช้อำนาจพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง ล้วนแต่ตอกย้ำข้อกังขาเรื่องการแกล้งฝั่งตรงข้ามที่ถูกขยายผลอยู่ในเวลานี้
ปัญหาอยู่ที่เวลานี้เกิดมีกรณีชวนให้เปรียบเทียบกับเรื่องราวที่อาจเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนของ พล.อ.ปรีชา ที่บริษัทของลูกชายเข้าไปประมูลงานก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2 สัญญา มูลค่า 27 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ควรจะต้องว่ากันไปตามกระบวนการไต่สวนที่จะเกิดขึ้นต่อไป
กระนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะแบ่งรับแบ่งสู้และตัดตอนไม่ไปแบกรับความรับผิดชอบ พร้อมถามกลับว่าเรื่องถูกโจมตีเหล่านั้นจริงหรือเปล่า แต่อีกด้านเปิดทางให้เข้าไปตรวจสอบได้อย่างเต็มที่
“เขาคงไม่โง่หรอก แต่ผมก็ไม่รับประกันแทนอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของเขาที่ต้องรับผิดชอบไป เพียงแต่ว่ามันจะถูกจับตานี่โน่น คือพอมีอะไรขึ้นมาผมก็จะต้องโดน แล้วมาบอกว่ารัฐบาลไม่เอาใจใส่ มันคนละประเด็น อยากจะสอบก็สอบไป แต่อย่าไปเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาตีกันอีกว่าทางนี้ก็เป็น จะทำไปเพื่ออะไร”
เวลานี้ ยิ่งลักษณ์ นำตรงนี้มาเป็นประเด็นเปรียบเทียบว่าหากยุติธรรมจริงทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั้งในแง่กระบวนการและปัจจัยแวดล้อม อื่นๆ ที่จะต้องไปเทียบเคียงกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา
หากพูดถึงเรื่องมาตรา 44 ที่นำมาใช้อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบความไม่โปร่งใสก่อนหน้านี้หลายเรื่องก็ถูกตั้งคำถามว่าจะนำมาใช้กับกรณีของ พล.อ.ปรีชา ด้วยหรือไม่
ดังจะเห็นว่าหลายเรื่องก่อนหน้านี้แค่ถูกร้องเรียนยังไม่ถึงขั้นชี้มูลความผิดก็มีการใช้มาตรา 44 พักงาน หลายคนจึงสงสัยว่าจะมีการใช้มาตรฐานเดียวกันนี้กับกรณี พล.อ.ปรีชา หรือไม่
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่วัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะสามารถสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียม และทำให้เกิดการยอมรับในสังคมได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมที่จะย้อนกลับมาสร้างปัญหาในอนาคตต่อไป