สปท.ถกเดือด ชงมท.คุมเลือกตั้งแทนกกต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 กันยายน 2559 เวลา 10:13 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/454102

สปท.ถกเดือด ชงมท.คุมเลือกตั้งแทนกกต.

โดย…ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. และวลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.คนที่ 2 ร่วมทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอประเด็นสำคัญเพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. พิจารณาแล้วเสร็จ

เสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ได้นำเสนอรายงานว่า กมธ.ได้นำแนวทางการจัดทำกฎหมายเพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.มีการบังคับกฎหมายที่เคร่งครัด มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การปฏิรูปมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม

ส่วนข้อเสนอที่ระบุให้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น โดยอำนาจหน้าที่ กกต.ยังเหมือนเดิม เพียงแต่กระทรวงมหาดไทยมาช่วยงานเท่านั้น และที่เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาช่วย แม้ข้อเสนอนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่มีเจตนาดี

“ไม่ได้หวังให้การเลือกตั้งกระทบหรือพรรคใดพรรคหนึ่งเดือดร้อน เสียหาย แต่จะแก้ปัญหาว่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ไม่มีการใช้จ่ายเงินมากเกินไป ไม่ให้การเลือกตั้งเป็นการลงทุน เป็นธุรกิจการเมือง ข้อเสนอต่างๆ มาจากสมาชิกที่มีประสบการณ์ แม้ผมและคุณวันชัยจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้กระสุนตกมามากหน่อย แต่ไม่เป็นอะไร เราก็พยายามให้เหตุผลที่มาที่ไปว่า ถ้าทำตามข้อเสนอจะมีข้อดีอย่างไร ทำให้การเลือกตั้งดีขึ้นกว่าเดิม”

ขณะที่ วันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ซึ่งข้อเสนอต่างๆ ของ กรธ.ให้การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ จึงต้องมีกฎหมายการกระตุ้นทุก
รูปแบบ ภาคเอกชนก็ต้องมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการเลือกตั้ง

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหา โจมตี เป็นมาตรการเฉพาะหน้าเสนอต่อ ครม. จึงกำหนดให้การเลือกตั้งที่จะถึงครั้งต่อไปเป็นวาระแห่งชาติ เป็นหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมถึง คสช.ต้องให้การสนับสนุนการดำเนินการของ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม เมื่อปฏิวัติแล้ว ทำให้เป็นปฏิวัติโมเดลทำให้การเลือกตั้งสุจริต โดย คสช.ต้องเข้ามาช่วย มาเสริม มาเติม แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ คสช.มาควบคุม กกต.

“ตรงนี้มีการเอาไปแปลเพี้ยนกันไปหมด แต่ถ้าใครอยากทุจริตก็เชิญ เมื่อทำเช่นนี้จะทำให้การปฏิวัติไม่เสียของ กรรรมาธิการฯ จึงทำเป็นข้อเสนอไปยังรัฐบาลและ คสช. ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถูกระงับ ยับยั้งไม่ให้เลือกตั้ง อยากให้มีการลองกันก่อน ถ้าทำได้ ก็สามารถพูดได้ว่า จะทำได้ในการเลือกตั้งปี 2560 ข้อเสนอกระทรวงมหาดไทยมาช่วยจัดการเลือกตั้ง คสช.มาช่วยควบคุม ก็มาจากนักการเมืองอย่างวิทยา แก้วภราดัย อดีต สส.ประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ ไม่ใช่คนอย่างพวกผมเป็นผู้เสนอ”

ด้าน วิทยา แก้วภราดัย สมาชิก สปท. กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นนักการเมือง ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติเหตุที่กล่าวอ้างก็เพราะนักการเมืองทุจริต รายงาน กมธ.การเมืองที่นำเสนอถูกวิพากษ์วิจารณ์ หาก สปท.ไม่ช่วยตกแต่งให้ดี จะโดนกันทั้งหมด ถ้ารับไม่ได้จริงๆ ก็อย่ารับ เพราะข้อเสนอที่จะออกไปจะเป็นการวัดว่าจะแพ้หรือชนะสำหรับการปฏิวัติครั้งนี้

ทั้งนี้ ที่บอกให้กระทรวงมหาดไทยช่วยจัดเลือกตั้ง เหมือนเป็นการยกให้มาเฟียจัดการเลือกตั้ง แต่พูดกันไม่หมด การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม หน่วยงานหวังให้ควบคุมการเลือกตั้งอย่างสุจริต คือ กกต. แต่ตลอดเวลาทำงานที่ผ่านมา ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เลย เนื่องด้วยภาระหน้าที่ของ กกต.มีเป็นจำนวนมาก

“สิ่งที่เราจะร่วมมือคือ ให้การเมืองเข้าสู่ทิศทางที่ดีงาม ให้คนดีได้เข้ามาการเมือง ข้อเสนอกรรมาธิการที่เราจะทำจดหมายถึง คสช.คือ เสนอให้ทุกคนในที่นี้เข้าไปดูเวทีการเลือกตั้งที่เป็นจริง เสนอให้ คสช.จัดเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนเลือกตั้ง สส. แบ่งให้สมาชิก สปท.ไปดูทุกพื้นที่ เป็นการชิมลางก่อน”

จากนั้นสมาชิก สปท.ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. ซึ่งฝ่ายสนับสนุน อาทิ ชูชัย ศุภวงศ์ อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ เห็นว่า ปัจจุบัน กกต.ไม่ได้เป็นผู้จัดการเลือกตั้งเองอยู่แล้ว เป็นเพียงแค่คนคุมนโยบาย จึงควรให้กระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้งเพื่อลดภาระงานของ กกต.

สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย อาทิ นิกร จำนง อภิปรายว่า อาจจะสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญ และข้อความที่ระบุให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดการเลือกตั้ง
ภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. เป็นการเขียนแบบกว้างๆ ยังมีความคลุมเครือ และเชื่อว่าแม้เสนอไป กรธ.คงไม่ทำตาม เพราะเนื้อหาของ สปท.มีหลายส่วนดีและไม่ดี ดังนั้น ส่วนตัวขอใช้สิทธิงดออกเสียง

จากนั้น สมพงษ์ สระกวี ประธานอนุ กมธ. ชี้แจงถึง พ.ร.บ.ประกอบว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ส่วนตัวคิดว่าการขับเคลื่อนปฏิรูปด้านการเมืองมาช่วงโค้งสำคัญ ถ้าการเสนอล้มเหลวไม่เป็นผล เท่ากับการยึดอำนาจในเดือน พ.ค. 2557 ล้มเหลว และการยึดอำนาจครั้งนั้นให้เหตุผลสำคัญ ว่าเป็นการยึดอำนาจครั้งสุดท้าย เพื่อเข้ามาจัดสรรปฏิรูปการใช้อำนาจและตรวจสอบการใช้อำนาจ

ทั้งนี้ สถาบันพรรคการเมืองเป็นปัญหาที่คุ้นเคย คือ การเมืองของไทยมีอิทธิพลของเงินและทุนครอบงำ อีกทั้ง สภาพการเมืองไม่ได้สะท้อนอำนาจแท้จริงของประชาชน แต่กลับไปสะท้อนเพียงทุนเท่านั้น เมื่อนายทุนเข้ามาก็ถอนทุน ดังนั้น ในการปฏิรูปเริ่มต้นจากข้อเท็จจริงดังกล่าว

1.การจัดตั้งพรรค ยังคำนึงเสรีภาพประชาชน คือ ตั้งไม่ยากจนเกินไป และพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งต้องประกาศอุดมการณ์และนโยบาย 2.ให้สมาชิกพรรคสมัครใจเป็นสมาชิก และเสียค่าบำรุงรายปี 100 บาท เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งคำถามกับพรรค ซึ่งมีนัยสำคัญมากกว่าตัวเงิน และ 3.ต้องการให้พรรคได้ให้ความสำคัญกับสมาชิก ว่าพรรคอยู่ได้ด้วยค่าสมาชิกและเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

สมพงษ์ ยืนยันว่า ข้อเสนอของ กมธ.ไม่ได้มีให้เซตซีโร่พรรคการเมือง ไม่ได้มุ่งหวังทำลายนักการเมืองและพรรคการเมือง หรือต้องการทำลายระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเชื่อว่าการยึดอำนาจที่ผ่านมาจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ถ้าไม่ร่วมกันสร้างสถาบันพรรคการเมืองที่มีเกียรติ ปัญหาเดิมๆ ก็จะกลับมา อย่างไรก็ดี ที่ประชุมมีมติให้ลงมติว่าเห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งสองฉบับหรือไม่ในวันที่ 13 ก.ย.นี้

 

Leave a comment