ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ต.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/746732

ในอดีตที่ผ่านมา สังคมไทยมองเรื่องความสนุกจากการเล่น “เกม” เป็นเรื่องไร้สาระ และมักพิพากษาว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ทั้งปัญหาอาชญากรรม การศึกษา ยาเสพติด ตลอดจนสถาบันในครอบครัว ด้วยเหตุผลนี้ จึงไม่แปลกที่ทำให้ “เกม” ตกเป็นจำเลยของสังคมไปโดยปริยาย ถูกผู้หลักผู้ใหญ่ (บางราย) ตราหน้าว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรเข้าใกล้ เป็นเชื้อร้ายทำลายอนาคตเยาวชนของชาติ?
แต่ปัจจุบัน เกม ได้รับการยอมรับมากขึ้น จากเด็กที่กลายเป็นผู้ใหญ่และโตมากับเกม บางรายเป็นผู้นำทางความคิด ผู้บริหารสถาบันชั้นนำ มากมาย และในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอกะเทาะเปลือกวงการเกมแบบเจาะลึก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศ ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่า เกมที่ผู้ใหญ่มองว่าไร้สาระนั้น กลับมีเงินหมุนเวียนปีละ 7.5 พันล้านบาท!

สำหรับในเมืองไทย “เกม” เป็นที่นิยมมานมนานแล้ว ตั้งแต่ยุค Generation X ซึ่งคาบเกี่ยวต่อเนื่องมา Generation Y หากนับอายุก็จะรู้ว่าคนเหล่านี้อายุอานามก็ปาเข้าไป 30-45 ปีแล้ว และเล่นเกมมาแล้วหลายเครื่อง โดยเฉพาะเกมคอนโซล นับตั้งแต่ อาตาริ, แฟมิคอม, เมกา ไดรฟ์, ซุปเปอร์ แฟมิคอม, เพลย์สเตชัน, นินเทนโด 64 กระทั่งปัจจุบันก็มีเครื่องเกมให้เลือกเล่นอีกมากมาย จาก 8 บิท สู่ Full HD
“วิดีโอเกม คือ ศิลปะรูปแบบหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ หน้าที่หลักของมันคือ การให้ความบันเทิงกับผู้เสพ”
ฉะนั้น หน้าที่ของ วิดีโอเกม จึงไม่ได้แตกต่างจาก การ์ตูน ละคร หรือ เพลง นั่นก็คือ การให้ความบันเทิงกับผู้คน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด และสิ่งที่บางคนอาจลืมคิดไปคือ เกมที่เนื้อหาดีๆ ในระดับที่สามารถยกระดับจิตใจของผู้เล่นได้ ก็มีเช่นเดียวกับ เพลง ละคร หรือ ภาพยนตร์เช่นเดียวกัน แต่ปัญหาตอนนี้คือ ประเทศไทย ยังไม่มีใครรู้จัก หรือให้การยอมรับ
จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ที่ปัจจุบัน ในบ้านเรามีการมอบรางวัลให้กับสื่อทุกแขนง ทั้ง ดนตรี วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และละคร
แต่กลับไม่มีการประกาศรางวัลสำหรับ วิดีโอเกม เกิดขึ้นในประเทศไทย?
ซึ่งสิ่งนี้ เป็นเครื่องสะท้อนอย่างหนึ่งที่ชัดเจนว่า ในบ้านเรา ยังไม่มีใคร…มองเห็นถึงความสำคัญของ วิดีโอเกม
นายกุมภฤทธิ์ พุฒิภิญโญ กูรูด้านเกม เจ้าของนามปากกา P-51 Mustang แห่งนิตยสาร PLAY และ content creator หล่นทัศนะที่น่าสนใจ ก่อนที่จะสนทนากับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงประเด็น วิดีโอเกม จำเลยสังคมไทยชั่วนาตาปี ในวันนี้

เหตุใดในบ้านเรา “เกม” จึงถูกตัดสินว่าเป็น “ปัญหา” และ “บ่อนทำลาย” เด็กและเยาวชนมาอย่างยาวนาน
เจ้าของนามปากกา P-51 Mustang ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนตอบว่า ที่เป็นแบบนี้ เพราะคนภายนอก ซึ่งในที่นี้หมายถึง คนที่ไม่ได้เล่นเกม ไม่ได้เข้ามาสัมผัสจริงๆ แล้วใช้ทัศนคติแบบเหมารวมว่า
“เกมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ”
… เพราะเห็นว่าคนเล่นเกมบางคนไม่ทำงาน ไม่ตั้งใจเรียน รวมทั้งสื่อบ้านเราส่วนใหญ่มักจะชอบนำเสนออะไรที่เกี่ยวข้องกับ เกม แต่ด้านลบ ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่ เกม ถูกพิพากษาไปแล้วว่า “มันมีความผิด”
“จริงๆ วิดีโอเกมก็มีทั้งสองด้าน คือ ทั้งด้านดี และ ไม่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเกมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นด้วย สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดตอนนี้ คือ ต่อให้มีเยาวชนไทยสามารถใช้ วิดีโอเกม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้ขนาดไหน
“ก็ยังเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในสังคม เท่านั้น”

จริงหรือไม่? เด็กเสพติดความรุนแรง เพราะ วิดีโอเกม (อีกแล้ว)
P-51 Mustang ตอบในประเด็นนี้ว่า นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนมอง วิดีโอเกม ในแง่ลบ นั่นเป็นเพราะ มีการนำเสนอเรื่อง “ความรุนแรง” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ในสังคมทั่วๆ ไป ต่อให้บอกว่ามีความรังเกียจต่อความรุนแรงมากแค่ไหนก็ตาม แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังต้องดูข่าว หรือเสพสื่อในลักษณะแบบนั้นอยู่ดี ฉะนั้น การที่จะเอาความรุนแรง ออกไปจากสื่อบันเทิง ซึ่งในที่นี้รวมไปถึง วิดีโอเกม ด้วย จึงเป็นไปได้ยากมาก
ฉะนั้น … สิ่งที่ควรทำ คือ ควบคุมการนำเสนอ หรือกำหนดขอบเขตความรุนแรง ก่อนที่จะมีการนำเสนอ น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่า หรือหากเรากังวลว่า เด็ก จะรับความรุนแรงจากวิธีการนำเสนอ ของเกม เราก็ควรมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หรือคัดกรองข้อมูลให้เหมาะสมกับเยาวชน ซึ่งในจุดนี้ ครอบครัว ก็อาจจะควรเข้ามามีส่วนร่วมดูแลด้วย
ส่องปัญหา–เผยสาเหตุที่แท้จริง ที่ติดเกมเพราะตัวเกมจริงหรือ?
งานวิจัย “การศึกษาปัจจัยป้องกันการติดเกมในเด็กและวัยรุ่น” ของมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2556 ระบุว่า มีเด็กไทยติดเกมแล้ว มากกว่า 2.3 ล้านคน โดยสาเหตุอันดับหนึ่ง มาจาก….
“ปัญหาการเลี้ยงดูในครอบครัว”
เช่น การตามใจเด็กมากเกินไป ปล่อยปละละเลย ครอบครัวแตกแยก หรือการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ด้วยเหตุนี้ เด็กจึงใช้ เกม เป็นเสมือนเพื่อน เพื่อหลีกหนีจากปัญหาครอบครัว และเมื่อปล่อยให้เด็กอยู่กับเกมมากเกินไป ผลที่ตามมาคือ เด็กจะขาดการเรียนรู้ที่ถูกต้องจาก ครอบครัว จากนั้นปัญหาต่อมาคือ เด็กเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะไปก่อ อาชญากรรม

แล้วในฐานะผู้คลุกคลีวงการ เกม รู้สึกอย่างไร?
“ผมก็มองเช่นนั้น เพราะปัญหาเด็กติดเกม ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ เกม แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากปัญหาครอบครัวทั้งสิ้น! คิดง่ายๆ ว่า เมื่อพ่อแม่ไม่เลี้ยงดูลูก เด็กก็เลยหนีมาพึ่งเกม เกมจึงเป็นเพียงทางออกที่เด็กเลือก แต่มันน่าแปลกตรงที่ว่า เมื่อเด็กเลือกทางนี้ ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งกลับไปมองว่า เกม คือ ตัวปัญหา”
“เรื่องนี้มันเหมือนกรณีเมื่อ 30 ปีก่อน ที่ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งมองว่า การ์ตูน คือ ตัวปัญหาของสังคมเช่นเดียวกัน”
เปลี่ยนจากสร้างปัญหา เด็กติดเกม เป็นโมเดล startup อุตสาหกรรมวิดีโอเกมไทย
วิดีโอเกม ตัวปัญหาสังคม แต่รู้หรือไม่ อุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย เติบโตปีละ 7,000 ล้านบาท
จากข้อมูลของ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ในปี พ.ศ. 2557 ตลาดเกมในประเทศ มีมูลค่าถึง 7,835 ล้านบาท และคาดการณ์ว่า น่าจะขยายได้ถึง 26.1% ในปี พ.ศ. 2559
ขณะที่ สํานักส่งเสริมธุรกิจบริการและโลจิสติกส์การค้า เปิดเผยว่า ตลาดเกมในประเทศไทย ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หลัก 6 ส่วน ได้แก่ 1. เกมออนไลน์ 2. เกมที่เล่นบนมือถือ/แท็บเล็ต 3. เกมคอนโซลและแฮนด์เฮลด์ 4. เกมพีซี 5. เกมอาเขต 6. ลิขสิทธิ์ตัวละครเกม สําหรับประเทศไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกมออนไลน์ มีอัตราการเติบโตที่สูงที่สุด โดยมีมูลค่าสูงถึง ร้อยละ 50 ของตลาดเกมโดยรวม แบ่งเป็นนําเข้า ร้อยละ 95 และส่งออก ร้อยละ 5 รองลงมาเป็น เกมบนมือถือและเกมคอนโซล ตามลําดับ โดยเป้าหมายการเติบโตของตลาดอุตสาหกรรมเกม คาดว่ามีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ร้อยละ 5-7 ทั้งนี้ ประเภทเกมที่มีแนวโน้มเป็นที่นิยม ได้แก่ เกมบน Social Media (Facebook) และ เกมบนมือถือ (Smartphone)

แม้จะมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึงขนาดนั้น แต่รู้ไหม?
“ปัจจุบันประเทศไทย มีบริษัทจัดจำหน่ายเกมมากมาย แต่บริษัทสร้างเกมกลับมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น” กูรูวงการเกม ตั้งปุจฉาเอาไว้อย่างน่าสนใจ
เมื่อบริษัทสร้างเกมมีน้อย เกมเมอร์ระดับหัวกะทิสัญชาติไทยส่วนใหญ่ จึงสมองไหลไปทำงานให้กับบริษัทเกมต่างชาติ ที่สามารถจ่ายค่าตอบแทนในระดับสูงมากแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะคนที่มีความสามารถในประเทศไทยมีอยู่เยอะ แต่สิ่งที่บริษัทในประเทศไทยยังขาด คือ คนที่มีวิสัยทัศน์ ที่จะนำเอาศักยภาพคนไทย มาสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานของเราเอง!
ทั้งๆ ที่ ในเวลานี้ มีใครรู้บ้างว่า… เด็กไทยที่มีความสามารถสูงๆ ได้เข้าไปทำงาน และประสบความสำเร็จในบริษัทสร้างเกม ทั้งในญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป หลายคนแล้ว….
ทำอย่างไร …ลบภาพลักษณ์จำเลยสังคม
คุณกุมภฤทธิ์ กูรูด้านเกม ให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจในคำถามนี้ว่า อยากให้เริ่มที่ บรรดาเกมเมอร์ทั้งหลายช่วยกันเองก่อนมากกว่า เพราะหากพวกเรา คนเล่นเกม ทำตัวเองให้ดี ให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาจากสังคมที่ว่า พวกคนเล่นเกมมันไม่ดี มันแย่ มันเกรียน มันไม่มีอนาคต เป็นบ่อเกิดของปัญหา และอาชญากรรมต่างๆ

หลังจากนั้น เมื่อ พวกเรา (เกมเมอร์) มีที่อยู่ในสังคมแล้ว เราก็อยากให้คนที่อยู่วงนอก หันมาทำความเข้าใจกับพวกเราด้วยว่า ได้โปรดให้พื้นที่เราหน่อย เช่น หากเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาที่โยงไปถึงวิดีโอเกม ก็ควรจะเชิญบรรดาเกมเมอร์ไปให้ความเห็นบ้าง เพราะปัจจุบัน เวลาเกิดปัญหาในลักษณะนี้ เรามักจะเห็นแค่มีการเชิญ หมอ ตำรวจ หรือนักวิชาการ มาให้ความเห็นเท่านั้น! เพื่อก่อให้เกิดมุมมองอย่างเท่าเทียมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดจาก วิดีโอเกม หรืออะไรกันแน่? สังคมจะได้มีทัศนคติที่ดีขึ้นกับ วงการเกมของไทย
“ผมขอยกตัวอย่าง สารคดี Let me Grow พลิกชีวิตเด็กติดเกม ซึ่งได้มีการนำเด็กติดเกม 61 คนจากทั่วประเทศ มาแก้ไขปัญหา ซึ่งรู้ไหมครับว่า สืบไปสืบมา ในท้ายที่สุดพบว่าไม่มีเด็กคนใด เกิดปัญหาจาก วิดีโอเกม เลย ทุกอย่างเกิดจากปัญหาครอบครัวทั้งสิ้น!”
ในตอนหน้า ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะเปิดเผยตัวอย่างของคนที่โตมากับเกม ที่ถูกมองว่าเป็น “วายร้าย” ของสังคม แต่เขากลับพลิกชีวิตสร้างร้ายได้จำนวนมหาศาล ซึ่งจะเป็นใครนั้น โปรดติดตาม…
ขอบคุณเครดิตภาพจาก
https://asia.playstation.com/th/en/regional

- สืบเสาะข่าวรับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ