เที่ยวข้ามภาค ทัวร์อิ่มบุญ หาดใหญ่-เชียงราย สัมผัสมนตร์เสน่ห์ 2 วัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749231

 

ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2559 หลายคนคงเริ่มมองหาสถานที่พักผ่อนช่วงวันหยุดยาว สำหรับใครที่แพลนท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็ขอให้เที่ยวอย่างสนุก ปลอดภัย แต่ถ้าใครมีเวลาไม่มาก อยากจะพักผ่อนสบายๆ กับครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ การท่องเที่ยวในประเทศก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันการเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น จะขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไม่ต้องเสียเวลาข้ามวันกันแล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ “สายการบินไทยแอร์เอเชีย” ได้จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ผลักดันธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ เจาะตลาดไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวสูงวัยที่มีกำลังซื้อ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว พาบินข้ามภูมิภาค ด้วยเส้นทางหาดใหญ่-เชียงราย เพื่อเยี่ยมชมศาสนสถานใน 2 จังหวัดสำคัญของไทย

ตามรอยอัตชีวประวัติหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด จังหวัดสงขลา

ลงเครื่องกันที่หาดใหญ่ เมืองที่เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจการค้า การขนส่ง การสื่อสาร การคมนาคม ตลอดจนการท่องเที่ยวของภูมิภาค เมืองที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้เป็นเมืองที่มีความคึกคักอยู่ตลอดเวลา
 หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดสงขลา ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม ที่แรกที่พลาดไม่ได้ คือ เมืองเก่าสงขลา มีถนนน่าเดินเที่ยว 3 สาย ทั้งถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นมาของชาวสงขลาผ่านมุมมองทางสถาปัตยกรรม


เล่าความเป็นมาของชาวสงขลา ผ่านมุมมองทางสถาปัตยกรรม

ที่โดดเด่นที่สุดคือ ตลาดกิมหยง สวรรค์ของนักซื้อ ศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าต่างๆ ทั้งจากในและนอกประเทศ ราคาถูก แถมยังมีของกินอร่อยๆ มากมาย

จังหวัดสงขลา มีศาสนสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะกับผู้ศรัทธาที่อยากจะตามรอยอัตชีวประวัติหลวงปู่ทวด สตาร์ตกันด้วยการกราบสักการะพระรัตนเจดีย์ศรีมหาธาตุ และ พระเชตุพน (พระนอน) อันศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดจะทิ้งพระ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำ อ.สทิงพระ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1542


พระรัตนเจดีย์ศรีมหาธาตุ ที่ วัดจะทิ้งพระ

ก่อนจะออกเดินทางต่อไปเยี่ยมชม วัดต้นเลียบ ที่ตั้งของต้นเลียบอายุกว่า 400 ปี ต้นไม้ที่ปลูกทับ “รก” ของหลวงปู่ทวด และเป็นบริเวณบ้านเดิมของหลวงปู่ทวดสมัยเด็กอีกด้วย และก็ต้องไม่พลาดโอกาสไปเยี่ยมชม สำนักสงฆ์นาเปล สถานที่ที่บิดามารดาของหลวงปู่ทวดนำหลวงปู่ตอนแบเบาะไปผูกเปลไว้กลางนา แล้วพบว่ามีงูใหญ่มารัดลูกไว้ หลังจากจุดธูปอธิษฐานจนงูใหญ่คลายตัวออก ยังได้พบกับลูกแก้วคู่บารมีอันเป็นตำนานเริ่มต้นของลูกแก้วหลวงปู่ทวด


ต้นเลียบอายุกว่า 400 ปี ต้นไม้ที่ปลูกทับ “รก” ของหลวงปู่ทวด

จากนั้นก็ไปเยี่ยมชมอีก 3 วัด เริ่มจาก วัดพะโคะ สถานที่ประวัติศาสตร์ที่หลวงปู่ทวดอยู่อย่างยาวนาน และเมื่อครั้งที่ไป หลวงปู่ทวด ได้รับความดีความชอบจากพระมหากษัตริย์อยุธยา รับพระราชทานสมณศักดิ์เสมอด้วยสังฆราชหัวเมืองปักษ์ใต้ จนศาสนสถานแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองที่เป็นเอกเทศ


วัดพะโคะ

ลูกแก้วหลวงปู่ทวด

ภายในวัด เราจะได้สักการะลูกแก้วสารพัดนึกคู่บารมี รอยพระบาทหลวงปู่ทวดที่ประทับบนแผ่นหิน และสักการะพระมหาเจดีย์สมัยอยุธยา ชมปลียอดสำริดที่ได้รับพระราชทานถวายมาจากสมเด็จพระเอกาทศรถ อธิษฐานขอพรพระพุทธบารมี พร้อมชมทิวทัศน์บนเขาพะโคะ เขาศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางการปกครองในยุค 400 กว่าปีที่ผ่านมา


รอยพระบาทหลวงปู่ทวดประทับบนแผ่นหิน

ต่อด้วย วัดดีหลวง จุดเริ่มต้นแห่งการเข้าสู่บวรพุทธศาสนา โดยหลวงปู่ทวดได้บวชเณรเล่าเรียนวิชาอยู่ที่นี่ ปิดท้ายวัดที่ 3 วัดสีหยัง วัดสำคัญแห่งสรรพวิชา หลวงปู่ทวดร่ำเรียนวิชาจนสำเร็จ ก่อนจะกลับมาจำพรรษาที่วัดพะโคะนั่นเอง

สักการะพระโพธิสัตว์แดนเหนือ เจ้าแม่กวนอิม วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย

จากหาดใหญ่บินตรงสู่เชียงราย ใช้ระยะเวลาราว 2 ชั่วโมงกว่า เราเริ่มต้นออกเดินทางสู่ วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่ใน ต.ริมกก อ.เมือง เป็นอีกวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ


พระโพธิสัตว์แดนเหนือ เจ้าแม่กวนอิม วัดห้วยปลากั้ง

สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ คือ “พบโชคธรรมเจดีย์” ซึ่งเป็นเจดีย์สูง 9 ชั้น รูปทรงแปลกตา ลักษณะเป็นทรงแหลมศิลปะจีนผสมล้านนา ทั้งสองข้างบันไดล้อมรอบด้วยเจดีย์เล็กๆ 12 ราศี ขณะที่ ภายในเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูป และพระอรหันต์ต่างๆ โดยวัดนี้ ชาวบ้านนับถือ และเชื่อกันว่า หากใครได้มาเยือนจะเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว


สิ่งที่โดดเด่นของวัดห้วยปลากั้ง คือ พบโชคธรรมเจดีย์ เจดีย์สูง 9 ชั้น

ขอพรเจ้าแม่กวนอิมให้มีแต่คนรัก คนเมตตา

ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นที่พลาดไม่ได้ ทั้ง พิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.ถวัลย์ ดัชนี ถูกสร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่มีฝีมือทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ได้สร้างงานศิลปะไว้มากมาย โดยลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านศิลปะแบบล้านนา บ้านมีทั้งหมด 36 หลัง ทุกหลังทาด้วยสีดำ แต่ละหลังแกะสลักลวดลายงดงาม และแม้ว่า อ.ถวัลย์ จะถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว แต่บ้านดำยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความงดงามที่แตกต่างไม่เหมือนใครที่นี่


พิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.ถวัลย์ ดัชนี

เปรียบเสมือนสถานที่เก็บของสะสมของ อ.ถวัลย์ ดัชนี

อีกสถานที่หนึ่ง ที่มีความตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์บ้านดำอย่างสิ้นเชิง แต่ความสวยงาม ความมีคุณค่านั้นแทบไม่ต่าง นั่นคือ วัดร่องขุ่น ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2540 โดยท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชั้นแนวหน้าของไทย ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างมาจาก 3 สิ่ง คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์


วัดร่องขุ่น โดยท่านอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สวยงามมาก

สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ เห็นภาพนี้แล้วรู้ได้ทันทีว่าอยู่วัดไหน

เดินทางสู่เหนือสุดของไทยทั้งที ห้ามพลาดเที่ยวชม ไร่บุญรอด หรือ สิงห์ปาร์ค เชียงราย แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม จัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด เรียกได้ว่า ผู้ที่รักธรรมชาติ ชอบชมความงามของวิว ต้องถูกใจอย่างแน่นอน


ยืนชมวิวไร่บุญรอด แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม

บรรยากาศดีมากๆ

นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของความสวยงามในประเทศไทย แต่ยังมีที่อื่นๆ ที่รอเราเดินทางไปสัมผัสอยู่เสมอ เชื่อเถอะว่า การดูความสวยงามของรูปภาพจากในหนังสือ หรือแม้แต่การอ่านรีวิวตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็ไม่เท่ากับที่เราไปเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ หรอก 🙂

 

Leave a comment