เพื่อไทยระส่ำ ไล่เช็กบิลเหมาเข่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2559 เวลา 10:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/455975

เพื่อไทยระส่ำ ไล่เช็กบิลเหมาเข่ง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ระส่ำหนักถึงขั้นทำให้ 40 อดีต สส.เพื่อไทย ต้องออกมาเคลื่อนไหวยื่นเรื่องให้ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทบทวน ตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนเอาผิดกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2556 ตามที่เคยถูกร้องว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ

จากเดิมที่แสดงออกมาโดยตลอดว่าค่อนข้างมั่นใจในการกระทำของตัวเองว่าด้วยอำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติย่อมมีสิทธิในการออกกฎหมายได้อย่างอิสระไม่น่ามีปัญหา

แต่ทว่าระยะหลัง “สัญญาณ” เริ่มไม่สู้ดี เมื่อทางฝั่งขั้วอำนาจเก่าถูกไล่บี้เรียงตัวมาเรื่อยๆ คู่ขนานไปกับกระแสข่าวเรื่องการเซตซีโร่พรรคการเมือง และความพยายามสลายขั้วการเมืองที่หนักหน่วงขึ้น

เริ่มจากหัวขบวนอย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอดถอนจากความผิดเรื่องเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวหลายแสนล้านบาท

เวลานี้กำลังต้องมาเผชิญหน้ากับการถูกไล่เบี้ยทวงเงินมาชดใช้คืนหลวง โดยขั้นตอนอยู่ที่รอการสรุปความชัดเจนจากคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งว่าจะเคาะสุดท้ายเท่าไหร่

หลังจากที่ในส่วนคดีของการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมพวก ซึ่งทางรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อย

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม เพิ่งจะถูก สนช.ลงมติด้วยคะแนน 159 ต่อ 27 เสียง ถอดถอนพ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิการเมือง 5 ปี จากการแทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม

ตามรอย ประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย ที่ถูก สนช.ลงมติด้วยคะแนน 182 ต่อ 7 เสียง ถอดถอนพ้นตำแหน่งและตัดสิทธิ 5 ปี จากความผิดแทรกแซงการทำงานองค์การตลาด

ขณะที่ทางฝั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพิ่งจะมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที กรณีเอื้อสัญญาสัมปทานให้ชินคอร์ป

อีกทั้งยังมีอีกหลายคดีที่จ่อรอคิวพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล่าสุดที่ทาง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 3 อดีต สส.พรรคเพื่อไทย นริศร ทองธิราช อดีต สส.สกลนคร กรณีใช้บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ลงคะแนนแทนบุคคลอื่น ส่วน อุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.นนทบุรี และ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีรู้เห็นให้มีการสลับสับเปลี่ยนร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่กระบวนการถอดถอนของ สนช.และเอาผิดทางอาญาต่อไป

แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้น จึงยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลในพรรคเพื่อไทยหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากหัวขบวนและแกนนำหลายๆ คนจะถูกเขี่ยพ้นสนามการเมืองจนบั่นทอนขวัญกำลังและย่อมส่งผลต่อทิศทางการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแล้ว

หากรอบนี้อดีต สส.เพื่อไทย ร่วม 40 คน มีอันต้องถูกถอดถอนขึ้นมาจริง ย่อมต้องทำให้กำลังหลักของพรรคเพื่อไทยต้องหายไปร่วมครึ่งร้อย แน่นอนว่าย่อมต้องกระทบต่อไปถึงจำนวนเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรในอนาคต ที่สำคัญย่อมกระทบต่อไปถึงจำนวนเสียงที่จะมีส่วนในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี

ยิ่งหากดูรายชื่อทั้ง 40 อดีต สส. จะเห็นว่าเป็นบุคลากรที่มีความเหนียวแน่นกับพรรค และมีฐานเสียง ฐานมวลชน ในพื้นที่ของตัวเองที่เข้มแข็ง แถมยังเป็นสายตรงที่ไม่สนกระแสสังคม และไม่สนเสียงต้านจากรอบด้าน ออกมาเข็น พ.ร.บ.ล้างผิดสุดซอย จนบานปลายใหญ่โต

ดังนั้น หากถูกจำกัดไม่ให้กลับเข้าสู่สนามเลือกตั้งย่อมกระทบพรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง และซ้ำเติมปัญหาอื่นๆ ที่พรรคเพื่อไทยกำลังต้องเผชิญ ทั้งเรื่องความเป็นเอกภาพภายในพรรค ที่ทำให้ยากในการเลือกแม่ทัพมารับไม้ต่อเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง

อีกด้านยังต้องพะวักพะวนกับความพยายามแซะหรือซื้อตัวอดีต สส.ไปตั้งพรรคใหม่ในวันที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังรอประกาศใช้ต่อไป ค่อนข้างจะให้อำนาจพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กมากกว่าเดิม

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นภาพการเคลื่อนไหวของ 40 สส.เพื่อไทย ที่ต้องออกมาดิ้นหนีตายตอนนี้

ยิ่งในวันที่สถิติหลังๆ จำนวนเรื่องถอดถอนที่เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.แทบจะถูกถอดถอนทั้งหมด และบุคคลที่ถูกถอดถอนก็ล้วนเป็นบุคลากรที่มาจากขั้วอำนาจเก่าทั้งนั้น

แน่นอนว่าคงต้องรอดูการพิจารณาของ ป.ป.ช.ว่าจะออกมาเช่นไร เมื่อทางฝั่ง สส.เพื่อไทยก็ยืนยันชัดเจนว่าทำตามหน้าที่ เนื่องจากการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของ สส.เป็นการใช้สิทธิและอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550

แต่แค่นี้ก็ทำให้ภายในพรรคเพื่อไทยต้องระส่ำอย่างหนัก กับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้

 

Leave a comment