ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ต.ค. 2559 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/750836

ซื้อภัตตาคารอาหารทะเลใหญ่สุดในโลก
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ปเดินหน้าสยายปีกขยายการลงทุนทั่วโลก ล่าสุดทุ่ม 2 หมื่นล้าน ซื้อ “เรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ด” ภัตตาคารอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือหุ้น 25% และหุ้นกู้แปลงสภาพระยะเวลา 10 ปี “ธีรพงศ์” ระบุถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท เรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ด (Red Lobster Seafood Co.) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการภัตตาคารอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 575 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 20,000 ล้านบาท โดยการเข้าไปถือหุ้น 25% มูลค่า 230 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนที่เหลืออีก 345 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งมีระยะเวลาในการแปลงสภาพเป็นหุ้นทุนภายใน 10 ปี ขณะที่หุ้นกู้แปลงสภาพนี้จะให้ผลตอบแทนต่อไทยยูเนี่ยน 8% ต่อปี และหากมีการแปลงสภาพหุ้นกู้เป็นหุ้นทุนจะทำให้ไทยยูเนี่ยนถือหุ้นในเรด ล็อบสเตอร์เพิ่มอีก 24% รวมเป็น 49%
โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นการซื้อหุ้นจากโกลเดนเกท แค-ปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ลงทุนในหุ้น โดยโกลเดน-เกท แคปิตอลจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจควบคุมการบริหารเรด ล็อบสเตอร์เช่นเดิมต่อไป แต่ไทยยูเนี่ยนได้โควตาเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ 2 คนจากทั้งหมด 7 คน ขณะที่ปัจจุบันบริษัทในเครือไทยยูเนี่ยนได้เป็นผู้ส่งวัตถุดิบอาหารทะเลให้เรด ล็อบสเตอร์มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี สำหรับเงินที่ใช้ลงทุนครั้งนี้เบื้องต้นมาจากเงินกู้ระยะสั้น หลังจากนั้นบริษัทจะออกหุ้นกู้ที่มีวงเงินเหลือจากที่ได้ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้แล้ว 13,000 ล้านบาท และกู้ เงินระยะยาวจากสถาบันการเงิน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน

“เรด ล็อบสเตอร์ เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากกว่า 40 ปี มีภัตตาคารกว่า 700 แห่ง ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา รวมทั้งยังขยายแฟรนไชส์ไปทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 58,000 คน มีทีมบริหารที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก โดยมีรายได้หรือยอดขายต่อปีสูงถึง 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง”
นายธีรพงศ์กล่าวต่อว่า ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวในเชิงกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยน ที่มุ่งเพิ่มช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และจะทำให้บริษัทได้ประโยชน์จากทีมผู้บริหารจากเรด ล็อบสเตอร์ และโกลเดนเกท ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมร้านอาหารทะเลอย่างกว้างขวาง โดยไทยยูเนี่ยนจะใช้จุดแข็งจากความเชี่ยวชาญอาหารทะเลและมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่มีคุณค่าให้ผู้บริโภคเข้าไปผนึกกับเรด ล็อบสเตอร์
ขณะที่แผนระยะสั้นจะเข้าไปร่วมปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นทำกำไรให้ดีขึ้น
นายธีรพงศ์กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์นานถึง 40 ปีของไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอาหารทะเลชั้นนำระดับโลก โดยปัจจุบันไทยยูเนี่ยนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลหลากหลายประเภท ได้แก่ ล็อบสเตอร์ กุ้ง ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า ปลาแซลมอน และปู ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น Chicken of the Sea, King Oscar, John West และ Petit Navire นอกจากนั้นยังมีฐานการผลิตมาตรฐานระดับโลกใน 12 ประเทศ ที่เป็นฐานการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก และมีศูนย์นวัตกรรมมาตรฐานระดับโลกที่ไทยยูเนี่ยนทำการวิจัยตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นใหม่ โดยพันธกิจของไทยยูเนี่ยนคือการจัดหาอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก ขณะเดียวกันไทยยูเนี่ยนยังพัฒนาความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหารทะเลอีกด้วย.