ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ต.ค. 2559 01:06
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/749622

ดับบลิวเอชเอ เปิดแผน 5 ปี ทุ่ม 4.3 หมื่นล้าน พัฒนาธุรกิจ 4 กลุ่ม คาดใน 5 ปีโกยรายได้ 2.1 หมื่นล้าน เล็งสิ้นปี 59 ขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ “HREIT -WHART” พร้อมส่งบริษัทลูก WHAUP ยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. คาดขายไอพีโอ ต้นปีหน้า
น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 13,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ราว 17,000 ล้านบาท โดยบริษัทเตรียมลงทุนงบกว่า 43,000 ล้านบาท พัฒนาธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มในระยะ 5 ปี แบ่งเป็นธุรกิจโลจิสติกส์ จะลงทุน 14,000 ล้านบาท ซึ่งจะขยายกิจการด้านโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะพัฒนาอาคารมูลค่าสูงให้เช่า, นิคมอุตสาหกรรม จะลงทุน 14,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ จำนวน 4 แห่งในประเทศ ได้แก่ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 แห่ง และจ.สระบุรี 1 แห่ง รวมถึงบริษัทฯ อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเข้าไปลงทุนในเวียดนาม


ส่วนสาธารณูปโภคและพลังงาน ใช้เงินลงทุน 11,000 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า และให้บริการน้ำดิบ น้ำประปาเพื่ออุตสาหกรรม และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ใช้เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท สร้างดาต้า เซ็นเตอร์ 3-5 แห่ง โดย 2 แห่งแรกจะเปิดให้บริการปลายปี 2559 ส่วนแห่งที่ 3 คาดเปิดช่วงต้นปี 2561 และอีก 2 โครงการจะเปิดได้ในปี 2565

ทั้งนี้เมื่อการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแผน 5 ปี คาดว่าจะมีรายได้ และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจร่วมทุนราว 21,000 ล้านบาทในปี 2563 และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมของภูมิภาคอาเซียน ขณะที่รายได้ล่าสุดในปี 2558 อยู่ที่ 13,102 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้ในปัจจุบันที่มาจากกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ 47% นิคมอุตสาหกรรม 31% สาธารณูปโภคและไฟฟ้า 18% และดิจิทัลฯ 18%
นอกจากนี้ภายในปลายปีนี้ บริษัทเตรียมขายสินทรัพย์เข้าตลาดจำนวน 2 กอง ประกอบด้วยกองทรัสต์ HREIT มูลค่าไม่เกิน 8,018.6 ล้านบาท ภายในเดือนพ.ย.นี้ และกองทรัสต์ WHART มูลค่าไม่เกิน 4,190 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4 ปี 2559 รวมทั้งมีแผนนำบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการให้บริการสาธารณูปโภคให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆ ของเหมราชฯ รวมทั้งดำเนินธุรกิจพลังงาน โดยลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) ในช่วงต้นปีหน้า
“หลังจากการเสนอขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ HREIT-WHART และการเสนอขายหุ้นไอพีโอ และการนำหุ้นของ WHAUP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วเสร็จ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนส่วนหนึ่งไปชำระหนี้ และขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ซึ่งคาดว่า อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ภายในสิ้นปีนี้ จะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.89 เท่ากว่าๆ จากสิ้นปี 2558 มี D/E อยู่ที่ 2.2 เท่า และคาดว่าภายในไตรมาส 1/2560 บริษัทฯ จะชำระหนี้เงินกู้จากการซื้อเหมราชฯ หมดลงได้ ซึ่งหากดำเนินการแผนการเบื้องต้นดังกล่าวแล้ว จะทำให้ D/E ลดลงไปอยู่ที่ 1.3 เท่า”
สำหรับแผนขยายธุรกิจเชิงรุกด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ WHA ได้เตรียมพื้นที่แถบบางนาเพื่อรองรับการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมใหม่ตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ของรัฐบาล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบิน และโรโบติกส์ คาดว่าภายใน 5 ปี WHA จะมีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่ารวมราว 3 ล้านตารางเมตร

ขณะที่ มร. เดวิด นาร์โดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและการลงทุนต่างประเทศ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีแผนขยายการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ประมาณ 1,100 ไร่ และเตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก 4 แห่งในอีสเทิร์นซีบอร์ดและจ.สระบุรี

ส่วนในต่างประเทศ มีแผนที่จะเข้าไปลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ที่จังหวัดเหงะอาน (Nghe An) ของประเทศเวียดนาม โดยได้จับมือกับบริษัท เซียนโก โฟร์ (Cienco 4) ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของเวียดนาม ในสัดส่วน 80:20 แบ่งออกเป็น 7 เฟส ในระยะ 7 ปี และเฟสแรกจะมีพื้นที่ราว 3,000 ไร่ คาดว่าจะเปิดขายหรือให้บริการลูกค้าได้ภายในปี 2560
