ทุบสถิติมูลค่าซื้อขายสูงสุด ตลาดหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งกระทบไม่มาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ต.ค. 2559 06:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/752066

 

นักลงทุนตื่นตระหนกเทขายหุ้นไทยลงลึกเฉียด 100 จุด กังวลปัจจัยภายในประเทศท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 1.3 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์มา 41 ปี ขณะที่ผู้จัดการตลาดหุ้นรายงานข้อมูลและสถานการณ์ต่อ รมว.คลัง ผู้ว่าการ ธปท.และเลขาธิการ ก.ล.ต.ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 ต.ค. ว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่อเปิดตลาดภาคบ่ายดัชนีปรับตัวลงแรงกว่า 80 จุด หลังนักลงทุนกังวลกับปัจจัยกดดันเฉพาะตัวภายในประเทศ พากันตื่นตระหนก ถล่มเทขายหุ้นออกมาอย่างหนักกดดัชนีปรับตัวลงไปลึกสุดที่ระดับ 1,343.13 จุด ลดลง 99.08จุด ก่อนจะมีแรงซื้อคืนหุ้นรายตัวที่ปรับตัวลงแรง ช่วยพยุงให้ตลาดมาปิดทำการที่ระดับ 1,406.18 จุด ลดลง 36.03 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 130,152.19 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์มา 41 ปี และหากแยกการซื้อขายพบว่าพอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 3,023.47 ล้านบาท พอร์ตกองทุนในประเทศขายสุทธิ 1,221.54 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 411.36 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 4,656.38 ล้านบาท

ขณะที่ดัชนีที่ระดับต่ำสุดของวัน ถือเป็นการทำนิวโลว์ในรอบ 7 เดือน นับจากเดือน ม.ค.ปี 59 นอกจากนี้ดัชนีหุ้นที่ลดลง 36.03 จุดทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามตลาด (มาร์เกตแคป) ลดลง 351,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าเพียงวันเดียว ความมั่งคั่งของนักลงทุนในตลาดหรือเศรษฐีหุ้นจนลงไปทันที 351,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับมูลค่ามาร์เก็ตแคปในตลาดเอ็มเอไอ ก็ลดลงถึง 20,763 ล้านบาท

ขณะที่มีรายงานว่าผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ได้รายงานสถานการณ์ให้ รมว.คลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับภาครัฐทั้งตลาดเงินและตลาดทุน ตามที่ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกัน รวมทั้งได้มีการประชุมทางสายโทรศัพท์หรือคอนเฟอเรนซ์ คอลล์ เพื่อรายงานสถานการณ์และข้อมูล เพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมการรับสถานการณ์หากเกิดภาวะที่อาจมีผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน

โดยนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า เป็นการรายงานข้อมูล และสถานการณ์ให้กับรัฐบาลและหน่วยงานกำกับทั้ง ก.ล.ต.และ ธปท.ตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำร่วมกันหากดัชนีหุ้นปรับตัวลงในระดับ 5% เพื่อให้การประสานงานและการสื่อสารข้อมูลระหว่างตลาดเงินตลาดทุนมีความใกล้ชิดกัน และจากการตรวจสอบสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ พบว่าลูกค้าสามารถบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนได้ดี โดยส่วนใหญ่ได้มีการปิดความเสี่ยง ทำให้มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นปกติ

ส่วนความกังวลที่จะมีลูกค้าที่ถูกบังคับขายหรือฟอร์ซเซลนั้น พบว่าปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บัญชีสินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้น (มาร์จิ้นโลน) มีน้อยจากในอดีตมาก หรือมีทั้งระบบราว 50,000 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการฟอร์ซเซลจึงไม่น่าจะมีมากนัก ขณะที่มูลค่าการซื้อขายที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้นระบบคอมพิวเตอร์ด้านการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์สามารถรองรับได้ไม่มีปัญหา

ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ CLSA (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงจากปัจจัยกดดันโดยเฉพาะตัวภายในประเทศ และข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าข่าวลือจะเป็นจริงหรือเท็จ สำหรับมุมมองของนักลงทุนต่างชาตินั้น หากราคาหุ้นปรับตัวลงมาต่ำมากในภาวะเช่นนี้ จะเป็นโอกาสของต่างชาติที่จะเข้าซื้อหุ้นที่สนใจลงทุนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งจะได้ซื้อหุ้นดีราคาถูก เพราะต่างชาติถือลงทุนในระยะยาว.

 

Leave a comment